อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 11 เมษายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 11 เมษายน 2564

รู้หรือไม่?'โควิด19' มีผลกับโรคทางประสาท

เคยทราบกันหรือไม่ว่า?.. "โควิด-19" นอกจากทำให้มีไข้ หอบเหนื่อย จมูกไม่ได้กลิ่น ลิ้นไม่รับรสแล้ว ยังส่งผลกระทบในผู้ป่วย "โรคทางระบบประสาท" ได้มากกว่าที่คิด! เสาร์ที่ 30 มกราคม 2564 เวลา 14.00 น.


ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ที่ยังคงระบาดอยู่เช่นนี้ เราทุกคนย่อมต้องระวัง รักษาเนื้อรักษาตัวเพื่อให้ลดปัจจัยเสี่ยงที่จะติดโรคกันอย่างแน่นอน เพราะอย่างที่ทราบกันดีว่า เมื่อได้รับเชื้อแล้ว ร่างกายของเราจะเกิดอาการป่วย ไม่ว่าจะมีไข้ ไอ มีน้ำมูก เจ็บคอ หอบเหนื่อย จมูกไม่ได้กลิ่น ลิ้นไม่รับรส.... แต่เคยทราบกันบ้างหรือไม่ว่า "เชื้อไวรัสโควิด-19" นอกจากจะติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจแล้ว ในผู้ป่วยบางรายยังสามารถส่งผลกระทบกับระบบอื่นของร่างกายได้ อย่าง "โรคทางระบบประสาท" ที่เราจะมาเผยข้อมูลกันในวันนี้

โดย นพ.ชัยศักดิ์ ดำริการเลิศ แพทย์อายุรกรรมระบบประสาทและแพทย์ผู้ชำนาญการด้านพฤติกรรมประสาทวิทยาและโรคสมองเสื่อม รพ.กรุงเทพอินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า มีงานวิจัยพบว่าผู้ป่วยโควิด-19 สามารถพบอาการทางระบบประสาทได้ถึง 36% ซึ่งอาการดังกล่าวพบได้ทั้งในระบบประสาทส่วนกลาง (Central Nervous System) และระบบประสาทส่วนปลาย (Peripheral Nervous System) โดยคาดว่าอาการดังกล่าวเกิดจากการที่เชื้อไวรัสสามารถเข้าไปในระบบประสาทได้โดยตรงและไปกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันต่างๆ ทำให้เกิดการอักเสบและทำให้มีการบาดเจ็บของเซลล์ประสาทตามมา 



จากงานวิจัยดังกล่าวพบว่า อาการทางระบบประสาทในผู้ป่วยโควิด-19 มีได้ตั้งแต่อาการเพียงเล็กน้อย เช่น มึนศีรษะ ปวดศีรษะ การรับรสหรือรับกลิ่นลดลง อาการปวดเส้นประสาทหรือกล้ามเนื้อ จนถึงอาการรุนแรง เช่น การรับรู้สติสัมปชัญญะที่ลดลง อาการชัก หรืออาการของโรคหลอดเลือดสมอง อีกทั้งยีงมีรายงานผู้ป่วยเกี่ยวกับเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ทำให้เกิดโรคไข้สมองอักเสบ (Encephalitis) เยื่อหุ้มสมองอักเสบ (Meningitis) โรคในกลุ่มอาการกิลแลงบาร์เร (GuillainBarre Syndrome) และโรคสมองขาดเลือดฉับพลันในคนไข้อายุน้อยจากการอุดตันของหลอดเลือดสมอง (Acute Ischemic Stroke) ได้อีกด้วยสำหรับคนที่มีโรคทางระบบประสาทอยู่เดิม เช่น โรคลมชัก โรคหลอดเลือดสมอง โรคสมองเสื่อมอัลไซเมอร์ หรือ โรคพาร์กินสัน จากงานวิจัยจนถึงปัจจุบันยังไม่พบว่าโรคประจำตัวทางระบบประสาทดังกล่าวเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 



อย่างไรก็ตาม เนื่องจากผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวทางระบบประสาทดังกล่าว บางส่วนมีอายุค่อนข้างมาก ซึ่งเป็นที่ทราบกันว่าในคนสูงอายุนั้นมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้ง่าย จึงมีความจำเป็นที่ผู้ป่วยที่มีโรคประจำทางระบบสมองและประสาทดังกล่าวควรรับประทานยาต่อเนื่อง ดูแลสุขภาพตนเองให้ดี และมีการป้องกันการติดเชื้อที่ถูกต้องร่วมด้วยในโรคทางระบบประสาทบางอย่าง เช่น โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงมายแอสทีเนียกราวิส (Myasthenia Gravis) โรคปลอกประสาทอักเสบของระบบส่วนกลาง (Multiple Sclerosis) หรือโรคเส้นประสาทอักเสบเรื้อรัง (CIDP) ผู้ป่วยบางคนจำเป็นต้องใช้ยากดภูมิคุ้มกันหรือปรับเปลี่ยนภูมิคุ้มกันในการควบคุมโรค ซึ่งจากข้อมูลจนถึงปัจจุบันพบว่า ยากลุ่มนี้ไม่ได้เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอาการรุนแรงจากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 มากกว่ากลุ่มคนที่ไม่ได้ทานยาแต่อย่างใด 



"ดังนั้น จึงไม่แนะนำให้หยุดยาดังกล่าวก่อนการปรึกษาแพทย์ที่จ่ายยาในกลุ่มคนไข้โรคหลอดเลือดสมองหรือสมองเสื่อม" โดยการดูแลผู้ป่วยไม่ได้ต่างกับคนทั่วไป เพียงแต่ว่าต้องเฝ้าระวังเรื่องคนที่คอยดูแลใกล้ชิด เนื่องจากผู้ป่วยสองกลุ่มนี้ส่วนมากมักจะมีผู้ดูแลคอยช่วยเหลือในกิจวัตรประจำวันต่างๆ หรืออาจมีนักกายภาพบำบัดมาฝึกกายภาพให้ผู้ป่วย ซึ่งบุคคลเหล่านี้อาจเพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อต่อคนไข้ได้ จึงแนะนำว่าหากคนดังกล่าวมาดูแลคนไข้ที่บ้าน ต้องให้มีการสวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลาและล้างมือสม่ำเสมอ ในกรณีที่ผู้ป่วยจำเป็นต้องออกไปข้างนอก สามารถทำได้ตามปกติ แต่ต้องมีมาตรการการปฏิบัติตัวเหมือนคนปกติทั่วไป คือ ใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา ล้างมือเมื่อสัมผัสกับสิ่งต่างๆ ไม่เอามือขยี้ตาหรือสัมผัสใบหน้า เพื่อลดความเสี่ยงต่อการรับเชื้อไวรัส 

การติดเชื้อไวรัสโควิด-19 นอกจากจะทำให้เกิดอาการทางระบบหายใจแล้ว ยังสามารถทำให้เกิดอาการทางระบบประสาทได้หลากหลายแบบ ซึ่งอาการดังกล่าวส่วนใหญ่เป็นอาการที่ไม่ได้จำเพาะเจาะจงกับเชื้อไวรัสชนิดนี้ บางครั้งอาการที่เป็นอาจเป็นจากสาเหตุอื่น ไม่ได้เป็นจากเชื้อไวรัสโควิด-19 เสมอไป หากมีอาการหรือข้อสงสัย แนะนำให้ปรึกษาแพทย์อายุรกรรมระบบประสาทเพื่อทำการซักประวัติ ตรวจร่างกาย เพิ่มเติมเพื่อหาสาเหตุของอาการต่อไป...

................................
คอลัมน์ : Healthy Clean
โดย “พรรณรวี พิศาภาคย์”



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น