อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 1 มีนาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 1 มีนาคม 2564

หนึ่งปีล็อกดาวน์อู่ฮั่น

"ประชาชนคือผู้ยิ่งใหญ่ ชีวิตต้องยิ่งยง" นี่คือข้อความที่ปรากฏที่ศูนย์จัดแสดงอู่ฮั่น ประเทศจีน ที่ซึ่งนักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับข้อความสดุดี ที่แสดงถึงชัยชนะในการต่อสู้กับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และความเป็นผู้นำอย่างชาญฉลาด ในช่วงวิกฤติสาธารณสุข พุธที่ 27 มกราคม 2564 เวลา 07.00 น.

เมื่อวันที่ 23 ม.ค.ที่ผ่านมา คือวันครบรอบ 1 ปี ของการเริ่มต้นล็อกดาวน์ หรือการปิดพื้นที่ 76 วัน ตามมาตรการควบคุมโรคอย่างเคร่งครัด ในเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย์ หลังพบการติดเชื้อรายแรก ก่อนที่ไวรัสตัวร้ายจะระบาดลุกลามไปทั่วโลก คร่าชีวิตผู้คนไปแล้วกว่า 2 ล้านคน

ตัวเลขผู้เสียชีวิตอย่างเป็นทางการของจีน จากไวรัสโควิด-19 อยู่ต่ำกว่า 5,000 คน นั่นทำให้รัฐบาลปักกิ่งสามารถอ้างชัยชนะในการควบคุมการแพร่ระบาดไว้ได้ แถมยังจะมีวัคซีนของจีนออกมาอีก และยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้กลับมาเดินหน้าได้อีกครั้ง

อัตราการเติบโตของจีดีพีของจีนในปีค.ศ.2020 อยู่ที่ 2.3% ต่ำสุดในรอบหลายสิบปี แต่ก็ยังคงเป็นเขตเศรษฐกิจมหาอำนาจชาติเดียว ที่ยังมีตัวเลขในด้านบวกช่วงของการแพร่ระบาดใหญ่ เทียบกับชาติอื่นๆที่ยังติดลบ เมื่อข้อมูลทางการเปิดเผยออกมาเช่นนี้ สื่อของรัฐจึงได้ป่าวประกาศ ถึงความสามารถในการกลับมาสู่สภาพเดิม และการอยู่รอดของเศรษฐกิจจีน

เมืองอู่ฮั่น ซึ่งมีประชากร 11 ล้านคนได้รับการผ่อนคลาย มีอิสระในการเดินทางและความปลอดภัยต่างจากอีกหลายเมืองใหญ่ทั่วโลก ที่ยังต้องล็อกดาวน์เพราะการระบาดระลอกใหม่ ตัวเลขผู้เสียชีวิตก็เพิ่มขึ้น และระบบสาธารณสุขล้นมือกับตัวเลขผู้ป่วยติดเชื้อเพิ่มขึ้น


CNN

ตลาดสดเมืองอู่ฮั่นเนืองแน่นไปด้วยผู้คนที่ออกมาจับจ่ายซื้อข้าวของ ผู้เฒ่าผู้แก่ออกกำลังร่ายรำในสวนสาธารณะ และบาร์สามารถขายเครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์ ซึ่งแน่นอนว่าช่วยโปรโมตเมืองอู่ฮั่นอีกด้วย

ส่วนที่ศูนย์จัดแสดงเมืองอู่ฮั่น มีงานนิทรรศการบอกเล่าเรื่องราวความเป็นมาของไวรัสตัวร้าย โดยสื่อให้เห็นภาพที่เกิดขึ้นตั้งแต่ต้นปีที่แล้ว และต้องสรรเสริญทีมแพทย์นักรบเสื้อกาวน์ กองทัพ และทางการจีนที่ร่วมกันต่อสู้จนกลายเป็นพื้นที่ปลอดภัย มีห้องจัดแสดงประดับด้วยธงคอมมิวนิสต์ มีข้อความสื่อสารถึงบุคลากรทางการแพทย์จากพรรคเพื่อฉลองความสำเร็จ

รวมถึงการจัดตั้งโรงพยาบาลสนามได้ในเวลาที่กำหนด มีภาพประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ซึ่งถือว่าเป็นแม่ทัพใหญ่ผู้นำการต่อสู้กับไวรัส

นอกจากนั้น หลายคนในเมืองอู่ฮั่นยังคงติดตามรายงานของทางราชการ เกี่ยวกับทีมผู้เชี่ยวชาญขององค์การอนามัยโลก ที่เข้ามาเริ่มงานภาคสนาม ในการสอบสวนโรคหาที่มาที่ไป ของเชื้อไวรัสตัวร้าย

หวัง เฉิน วัย 20 ปีชาวเมืองอู่ฮั่นบอกว่าเมื่อปีที่แล้วเป็นที่ยากลำบาก แต่ทางการรับมือกับเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี แม้จะมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ของนานาชาติที่กล่าวหาจีนว่าปกปิดข้อมูลในช่วงแรกของการแพร่ระบาด แล้วจีนก็ปิดกั้นอีกตั้งหลายเดือน ไม่ให้ทีมขององค์การอนามัยโลกเข้ามา จึงถูกตำหนิว่า ชะลอเวลาออกไปเพื่อเป็นโอกาสที่จะได้เพิ่มข้อมูลอะไรบางอย่างหรือเปล่า แต่หวังก็ยังบอกว่า ตอนนี้แหละที่มีทีมขององค์การอนามัยโลกเข้ามาสอบสวนโรค จะได้รู้ว่าอู่ฮั่นบริสุทธิ์ใจในเรื่องนี้


Reuters

ในความเห็นของหลายชาติมองว่า จีนรับมือกับไวรัสไม่ชัดเจน เช่นเมื่อเดือนต.ค.ปีที่แล้ว รายงานของศูนย์วิจัยพิวบอกว่า ในสายตาของชาติตะวันตกแล้ว มองจีนอย่างขุ่นเคืองของการระบาดใหญ่ของโควิด โดยเฉพาะอเมริกันของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ถึงกับเรียกโควิด-19 ว่าไวรัสจีน แล้วยังมีออสเตรเลียกับยุโรปที่ขานรับ และแสดงข้อกังขาว่าจีนยังขาดความโปร่งใสในการรับมือกับไวรัส แล้วยังมีนักวิชาการอิสระตั้งข้อสังเกตว่า หากจีนและอนามัยโลกควรจะดำเนินการได้ดีกว่านี้ เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้โรคร้ายรุนแรงไปมากกว่านี้ได้ แต่จีนเมื่อไม่สามารถที่จะหว่านล้อมให้ชาติตะวันตกเชื่อถือได้ จึงหันมาสร้างพันธมิตรที่ดีกับชาติในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไปจนถึงแอฟริกา สัญญาว่าจะจัดสรรวัคซีนให้ในราคาที่เป็นธรรม.

-------------------

เลนซ์ซูม

เครดิตภาพ : AP


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 46