อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 6 มีนาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 6 มีนาคม 2564

ศพล้น

ยังมีหนึ่งศพในห้องพักและอีกหลายศพที่ฉีดน้ำยาแล้วอยู่ในโรงรถ นี่คือฌาปนสถานที่ชื่อ “บอยด์ ฟิวเนอเริล โฮม” หรือโรงประกอบพิธีฌาปนกิจศพ เป็นธุรกิจในครอบครัวขนาดเล็ก ตั้งอยู่ในนครลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ซึ่งมีศพมากมายที่เป็นผู้เสียชีวิต จากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จนทำให้ทางฌาปนสถานต้องปฏิเสธลูกค้าเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์เลยก็ว่าได้ จันทร์ที่ 25 มกราคม 2564 เวลา 07.00 น.

เจ้าของคือ แคนดี้ บอยด์ บอกว่า สัปดาห์ก่อนนั้นเธอต้องปฏิเสธครอบครัวผู้เสียชีวิตไป 16 ราย ว่าต้องขอโทษด้วย ที่ไม่สามารถให้บริการการประกอบพิธีฌาปนกิจศพให้ได้ เป็นเรื่องน่าเศร้า แต่มันก็เป็นเช่นนั้นจริง ๆ โดยเมื่อสองสัปดาห์ก่อนไวรัสโควิด-19โจมตีหนักเหลือเกินในลอสแอนเจลิส เรียกได้ว่า 80% ของผู้เสียชีวิตที่ผ่านเข้ามาในฌาปนสถานของเธอนั้น เสียชีวิตจากโควิด

ตัวเลขสถิติของโรคระบาดรุนแรงในลอสแอนเจลิส เมืองใหญ่อันดับสองของประเทศ พบว่า 1 ใน 10 ของประชากรในเมืองนี้ จะต้องติดเชื้อ พร้อมด้วยตัวเลขผู้เสียชีวิตรายวันเกือบ 300 ศพ เมื่อสัปดาห์ก่อนหน้านี้ และทั่วประเทศเกิน 400,000 คนแล้ว

ที่โต๊ะต้อนรับของฌาปนสถานแห่งนี้ เสียงกริ่งโทรศัพท์ดังขึ้นตลอด แต่ส่วนใหญ่จะไม่ได้รับสาย เพราะเจ้าหน้าที่ของฌาปนสถานนั้นต้องยกเลิกกำหนดนัดหมาย และบอกกับลูกค้า (ครอบครัวผู้เสียชีวิต) ว่าต้องมาแสดงตนและเข้าคิวรับบริการ นอกจากนั้นก็ยังมีโทรศัพท์จากครอบครัวผู้สูญเสียจากประเทศอื่นด้วย ซึ่งอยู่ห่างออกไปถ้าเส้นทางรถยนต์ ก็ต้องขับรถนานกว่า 1 ชั่วโมง


Associated Press


ห้องดับจิตในโรงพยาบาลหลายแห่งก็เต็มหมด ขณะที่เจ้าหน้าที่ชันสูตรศพท้องถิ่นต้องใช้รถบรรทุกแช่แข็งสำหรับเก็บศพเอาไว้ก่อน รวมถึงสุสานบางแห่งบอกกับลูกค้าว่าต้องรอคิว 2 สัปดาห์ก่อน ทุกอย่างเลวร้ายจนอยู่นอกเหนือการควบคุมแล้ว

ช่วงที่ผู้สื่อข่าวเอเอฟพีไปทำข่าวที่ฌาปนสถานแห่งนี้พบว่า ยังมีศพในโลงที่อยู่ในห้องพักมานานกว่าสัปดาห์แล้ว ทั้งที่ห้องนี้เจ้าของบอกว่า เป็นห้องพักสำหรับรับประทานอาหารกลางวันกัน จึงต้องใช้ห้องพักนี้มาเก็บศพก่อน เพราะอยู่ระหว่างการให้บริการประกอบพิธีฌาปนกิจศพ แต่ทางสุสานนั้นงานล้นมาก บอกให้รอไว้ก่อนจนกว่าจะมีเวลาเพื่อทำพิธีฝังให้

ย่านที่อยู่อาศัยเวสต์มอนต์ ทางใต้ของลอสแองเจลิส ส่วนใหญ่จะเป็นคนทำงานผิวสีและเชื้อสายลาตินอาศัยอยู่ แต่พื้นที่นี้ว่ากันว่าได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง จากการแพร่ระบาดของโรคไวรัสร้ายแรง อัตราการเสียชีวิตสูงกดว่าที่อื่นสองถึงสามเท่า

กลับมาที่ฌาปนสถานของบอยด์อีกครั้ง ห้องเก็บศพแช่เย็นนั้นเต็มตลอด สองสัปดาห์ก่อน เธอจึงต้องไปจ้างช่างมาสร้างตู้ไม้ขนาดใหญ่ในโรงรถของฌาปนสถาน เพื่อใช้เป็นที่เก็บศพฉีดน้ำยาแล้ว


ABC News

ฌาปนสถานบางแห่งไม่สามารถทำพิธีฌาปนกิจศพให้ได้ เพราะไม่มีฟืนสำหรับเผาศพ แต่ฌาปนสถานของบอยด์นั้นมีไม้ฟืนสำรองเอาไว้อย่างเพียงพอ

แคนดี้ บอยด์บอกอีกว่า เธอวิตกเหมือนกันว่าเจ้าหน้าที่ของเธอซึ่งมีอยู่ทั้งหมด 5 คนจะติดเชื้อโควิด-19 ในช่วงแพร่ระบาดครั้งแรก เธอจึงไม่ยอมรับศพที่เป็นผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ปรากฏว่านั่นทำให้เธอฝันร้ายถึงขนาดกินไม่ได้ นอนไม่หลับ ดังนั้น เธอจึงกำหนดมาตรฐานสำหรับความปลอดภัยขึ้นมา ทำให้รู้สึกสะดวกใจขึ้นมาแล้ว สำหรับการจัดการกับศพผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ซึ่งเข้ามามีจำนวนมาก

แม้จะยืนยันว่าไม่ได้เกี่ยวกับเงิน แต่เป็นการช่วยเหลือครอบครัวและช่วยเหลือพวกเขาให้ผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้

ทุกวันเธอต้องรับมือกับความสูญเสีย เธอต้องทำหน้าชื่นอกตรม เพราะบางครั้งลูกค้าที่มาใช้บริการ ก็เป็นคนรู้จักกันเป็นการส่วนตัวมานานแล้ว บางครั้งก็ต้องทำหน้าที่อย่างเคร่งครัด เช่น การไปบอกกับครอบครัวผู้สูญเสียที่มาใช้บริการ แต่ไม่ยอมสวมหน้ากากอนามัยหรือรักษาระยะห่างทางสังคม ทั้งที่เธอกำลังจัดการเรื่องฝังศพให้

เธอบอกอีกว่า โรคร้ายนั้นตัวเลขความสูญเสียไม่เคยโกหก เฉพาะในรัฐแคลิฟอร์เนียมีแต่จะเพิ่มขึ้น ขอให้เฝ้าระวังอย่างจริงจัง หาไม่อาจจะต้องมาเป็นศพผู้เคราะห์ร้ายในฌาปนสถานของเธอก็ได้.

-----------------------

เลนซ์ซูม

เครดิตภาพ : AFP



 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 96