อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 7 มีนาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 7 มีนาคม 2564

จนดิ้นสู้รับจ้างทำงานหาเงิน เจอไฟเผาบ้านซ้ำทำหมดตัว

ครอบครัว 4 ชีวิตสิ้นหวัง ออกไปดิ้นรนรับจ้างหากิน ไฟไหม้บ้านวอดทั้งหลังไร้ที่อยู่ สุดรันทด ด.ช.11 ขวบ พยายามดับไฟแต่ไม่เป็นผล ไฟลุกโชนรวดเร็วไม่เหลืออะไรเลย อาทิตย์ที่ 17 มกราคม 2564 เวลา 08.00 น.


โจรขึ้นบ้าน 10 ครั้ง ยังไม่เท่าไฟไหม้ครั้งเดียว!! น่าสงสารครอบครัว 4 ชีวิต พ่อแม่ลูก หลังรู้ข่าวเพลิงได้ลุกไหม้บ้านจนไม่เหลืออะไรเลย ขณะที่ทุกคนต่างออกไปดิ้นรนทำมาหากิน มีเพียงลูกคนเล็กเด็กชายวัย 11 ขวบ ที่อยู่เพียงลำพัง โชคดีที่ไม่เป็นอะไรไป
 
กลางดึกวันที่ 14 ม.ค.63 ขณะที่ทุกคนกำลังหลับไหล ณ บ้านไม้ชั้นเดียวยกพื้นสูง เลขที่ 3/1 หมู่ 15 บ้านหนองยาว ต.หนองแจง อ.บึงสามพัน จ.เพชรบูรณ์ ที่อยู่กลางทุ่งนาท้ายหมู่บ้าน ซึ่งเป็นบ้านของ นายกรวิทย์ มาพร อายุ 48 ปี และนางหรรษา ฉัตรเงิน อายุ 36 ปี สองสามีภรรยา ที่อาศัยอยู่กับลูก 2 คน คือ น.ส.กัญญาพัชร มาพร อายุ 16 ปี ลูกสาวคนโต นักเรียนแผนกการบัญชี ปวช.1 วิทยาลัยการอาชีพวิเชียร และด.ช.เอกภพ มาพร อายุ 11 ปี ลูกชายคนเล็ก


 
เรื่องไม่คาดคิดได้เกิดขึ้น จู่ๆ เพลิงได้ลุกไหม้บ้านหลังดังกล่าวอย่างรวดเร็ว ขณะเกิดเหตุหน่วยกู้ภัยสว่างบึงสามพันธรรมสถาน จุดหนองแจง และองค์การบริหารส่วนตำบลหนองแจง ส่งเจ้าหน้าที่พร้อมรถน้ำดับเพลิงมาช่วยควบคุมเพลิง ไฟลุกโชนเผาผลาญบ้านทั้งหลังที่เป็นไม้ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงอย่างดีจนมอดไม้ไปทั้งหลัง
 
ด.ช.เอกภพ มาพร อายุ 11 ปี ลูกชายคนเล็กของบ้าน ที่นอนอยู่บ้านก่อนไฟไหม้บ้านเล่านาทีระทึกว่า นายกรวิทย์และนางหรรษา พ่อกับแม่ไปทำงานรับจ้างอยู่ต่างจังหวัด ส่วนน.ส.กัญญาพัชร พี่สาวก็ไปรับจ้างตัดอ้อยที่ ต.ซับบอน และพักอยู่บ้านเพื่อน ตนเองต้องอยู่เฝ้าบ้านคนเดียว แต่เนื่องจากกุญแจบ้านลืมติดไปกับพี่สาว ตัวเองจึงเข้าบ้านไม่ได้จึงชวนเพื่อน 2 คน มานอนเป็นเพื่อนที่บริเวณหน้าบ้าน
 
“ก่อนที่ไฟจะไหม้บ้าน ผมรู้สึกปวดปัสสาวะจึงลุกไปปัสสาวะพอเดินกลับมา เห็นไฟลุกไหม้ในบ้านจึงเรียกเพื่อนช่วยกันพยายามจะดับไฟ และตะโกนเรียกชาวบ้านมาช่วย แต่หาช่องที่จะสาดน้ำดับไฟไม่ได้ จึงได้โทรบอกพ่อและพี่สาวให้รีบกลับมา ผมไม่รู้จะทำอย่างไรต้องยืนดูบ้านตัวเองถูกไฟไหม้จนหมด” 


 
หลังรู้ข่าวทุกคนกลับมาก็เห็นบ้านทั้งหลังถูกไฟเผาวอดเหลือแต่ซากเถ้าถ่าน ข้าวของทุกอย่างในบ้าน รถจักรยานยนต์ คอมพิวเตอร์ เสื้อผ้า อุปกรณ์การเรียนไม่เหลืออะไรเลย...
 
เจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบที่เกิดเหตุเบื้องต้นสันนิษฐานว่า น่าจะเกิดจากกระแสไฟฟ้าลัดวงจร เนื่องจากในช่วงเกิดเหตุไม่มีใครอยู่ภายในบ้านหลัง แต่ก็ต้องรอตำรวจพิสูจน์หลักฐานจังหวัดเพชรบูรณ์ มาตรวจสอบเพื่อหาข้อเท็จจริงอีกครั้ง
 
น.ส.กัญญาพัชร เล่าทั้งน้ำตาว่า “ตอนไฟไหม้หนูไม่อยู่บ้าน ไปพักอยู่บ้านเพื่อน เพราะต้องไปรับจ้างตัดอ้อยแต่เช้า ตอนที่น้องชายโทรบอกว่าไฟไหม้บ้านก็รีบขี่จักรยานยนต์มา แต่พอมาถึงพบว่าไฟไหม้บ้านหมดแล้ว หนูและครอบครัวไม่เหลืออะไรแม้กระทั่งเสื้อผ้า และเครื่องแบบนักเรียน อีกทั้ง กระต่าย แมว และลูกเป็ดที่เลี้ยงไว้ก็ถูกไฟเผาตายหมด”
 
ทั้งครอบครัวกอดกันนั่งมองซากบ้านของตัวเอง สองพี่น้องร้องไห้อย่างไม่อายใคร เพราะบ้านที่อยู่กันมาตั้งแต่เกิดจากนี้ไม่มีอีกแล้ว ชีวิตไม่เห็นทางว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป สุดจะเคว้งคว้าง พ่อแม่นั่งปลอบใจลูกให้เข้มแข็ง ช่างเป็นภาพที่น่าสงสาร


 
ด้านนางประกาย ภูลายยาว ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 15 บ้านหนองยาว กล่าวว่า เบื้องต้นได้ให้ความช่วยเหลือให้ครอบครัวของนายกรวิทย์ ให้ไปพักอาศัยที่ศาลาอเนกประสงค์กลางหมู่บ้านชั่วคราว พร้อมทั้งมอบเงิน 5 พันบาท ซึ่งเป็นเงินจากกองทุนหมู่บ้านเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ขณะที่มีหลายหน่วยงานนำข้าวสาร อาหารแห้ง และเครื่องใช้สอยมามอบให้เพื่อเป็นกำลังใจ และบรรเทาความเดือดร้อน
 
ทั้งนี้ เพจเฟซบุ๊ก งานประชาสัมพันธ์ วิทยาลัยการอาชีพวิเชียรบุรี เพชรบูรณ์ โพสต์ข้อความ เรียน ท่านผู้ใจบุญทุกท่าน ด้วยบ้านพักอาศัยของ น.ส.กัญญาพัชร มาพร นักเรียนแผนกการบัญชี ปวช.1 วิทยาลัยการอาชีพวิเชียรบุรี บ้านเลขที่ 3/1 หมู่ 15 บ้านหนองยาว ต.หนองแจง อ.บึงสามพัน จ.เพชรบูรณ์ ได้ประสบอัคคีภัยเสียหายทั้งหลังจากไฟฟ้าลัดวงจร เสื้อผ้า ชุดนักเรียน ตำรา ข้าวของเครื่องใช้เสียหายทั้งหมด จึงขอความเมตตาจากท่านผู้ใจบุญทั้งหลายได้ร่วมบริจาค ช่วยเหลือ บัญชี บจม.กรุงไทย สาขาวิเชียรบุรี เลขที่ 629-0-53608-7 ชื่อ น.ส.กัญญาพัชร มาพร. 
 
คอลัมน์ : นิยายชีวิต โดย : อสงไขย
เรื่องและภาพโดย : กิตติ ตันติมาลา จ.เพชรบูรณ์
แนะนำเรื่องราวชีวิตดั่งนิยาย หรือสอบถามได้ที่ banyen111dailynews@gmail.com
คลิกอ่านเรื่องราว "นิยายชีวิต" เพิ่มเติมได้ที่นี่..   





คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น