อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 24 มกราคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 24 มกราคม 2564

ราคาบิตคอยน์พุ่งทะยาน ระวังน้ำตาไหลแทนน้ำลาย

​​​​​​​จนถึงเวลานี้...เชื่อได้ว่าผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสร้ายโควิด-19 ในไทย ทะลุ 10,000 คนไปแล้ว สิ่งที่ต้องจับตามองอย่างยิ่ง คงต้องดูว่าในกลางเดือน ม.ค.นี้ จะพุ่งสูงไปถึง 18,000 คนหรือไม่? จันทร์ที่ 11 มกราคม 2564 เวลา 10.00 น.


แม้ว่ารัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้พยายามเพิ่มความเข้มงวด เพื่อที่จะสกัดและหยุดยั้งการแพร่ระบาดครั้งใหม่ของไวรัสโคโรนา 2019 ให้อยู่หมัดให้ได้ก็ตาม
 
แต่ทั้งหลายทั้งปวง คงต้องขึ้นอยู่กับความร่วมมือร่วมใจของคนไทยทั้งประเทศ ที่ต้องเลิกตระหนก แล้วหันมาตระหนัก ระมัดระวังและดำเนินชีวิตแบบนิวนอร์มัล ในทุกทางเพื่อให้ห่างไกลไวรัสร้ายให้ได้มากที่สุด
 
ขณะที่ทั่วโลก...กำลังป่วนด้วยวิกฤติไวรัสโควิด-19 ก็ส่งผลให้เรื่องของการเงินการลงทุน เป็นที่น่าจับตาอย่างใกล้ชิดควบคู่กันไปด้วย ทั้งราคาทอง ราคาเงินบาท ราคาหุ้น และรวมไปถึงราคาสินทรัพย์ดิจิทัล
 
โดยเฉพาะ “บิตคอยน์” ที่สร้างสถิติใหม่ทะลุ 41,524.1 ดออลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1.25 ล้านบาท เมื่อวันศุกร์สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นราคาสูงที่สุดที่เคยมีมา
 


แถมยังช่วยผลักดันให้ตลาดของคริบโตเคอเรนซี หรือที่ชาวบ้านชาวช่องต่างรู้จักกันในนามของเงินสกุลดิจิทัลนั่นแหละ มีมูลค่ารวมกันกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ
 
หลังจากที่ก่อนหน้านี้ ก็ได้เรียกเสียงฮือฮาจากบรรดานักลงทุน มาตั้งแต่เปิดปีใหม่ เมื่อวันที่ 3 ม.ค. 64 ที่ทะลุ 30,000 ดอลลาร์สหรัฐ กันไปแล้ว
 
ที่สำคัญในปีที่ผ่านมาการมูลค่าของบิตคอยน์ก็เติบโตเกือบ 300% กันทีเดียว  ซึ่งเป็นไปตามกระเเสเงินทุนไหลที่ทะลักเข้ามาในผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับคริปโตเคอเรนซี อย่างเนื่องเเน่น
 
ก็เป็นเรื่องธรรมดา เมื่ออะไรที่สร้างมูลค่า ที่มีการเติบโตเป็นจำนวนมาก ๆ  ก็ทำให้หลายคนต่างจับจ้องหวังเข้าไปลงทุนเพื่อสร้างความมั่งคังให้กับตัวเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในยามที่ทั่วโลกกำลังจนลงจากไวรัสร้าย รายได้หดหาย
 
เหตุผลที่ทำให้ราคาบิตคอยน์ พุ่งทะยานไปแตะที่ระดับ กว่า 1ล้านบาทต่อ 1 บิตคอยน์ นั้นเป็นเพราะมีกฎหมายที่ยอมรับการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล ที่ชัดเจน รวมทั้งยังเป็นที่ยอมรับในตลาดโลกมากยิ่งขึ้น
 
ขณะที่ผู้ให้บริการตลาดซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล อย่าง “ปรมินทร์ อินโสม” กรรมการบริษัท สตางค์ คอร์ปอเรชั่นมองว่า ราคาบิตคอยน์จะยังไม่หยุดเพียงเท่านี้แน่ แต่จะขยับไปที่เป้าหมายต่อไปที่ 50,000 ดอลลาร์
 
ปัจจัยหนุนที่ส่งผลให้ราคาบิตคอยน์ปรับขึ้นได้ เป็นเพราะ แนวโน้มของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐมีแนวโน้มอ่อนค่าลง จากการที่ธนาคารกลางสหรัฐพิมพ์เงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่งผลให้ค่าเงินสกุลอื่น ๆ รวมถึงสินทรัพย์ดิจิตอล อย่างบิตคอยน์มีโอกาสปรับขึ้น

ปรมินทร์” ยังบอกอีกว่า การพิมพ์เงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่งผลให้บริษัทขนาดใหญ่ที่มีกระแสเงินสดสูงได้รับผลกระทบจากมูลค่าเงินที่ลดลง ส่งผลให้บริษัทเหล่านั้นต้องหาสินทรัพย์ลงทุนที่ยังให้ผลตอบแทนสูง รวมถึงสามารถคงมูลค่าของเงินไว้ได้ ซึ่งการลงทุนในบิตคอยน์ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจเช่นกัน

กระแสบิตคอยน์ที่กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นในต่างประเทศ แม้จะส่งต่อความนิยมสู่ประเทศไทย ยังไม่หวือหวามากนัก แต่หลายคนก็เทใจและให้ความสนใจเข้าไปลิ้มรสไม่น้อย



หากจำกันได้!! ก่อนหน้านี้...กระแสเงินดิจิทัล ก็เรียกเสียงฮือฮา ให้บรรดาแมงเม่าหลงเข้าไปเล่น ไปหาผลประโยชน์ เป็นจำนวนไม่น้อยเช่นกัน

จนทำให้ตลาดทุนของไทยต้องออกกฎหมายการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล เมื่อปี 61 และมีผลบังคับใช้แล้ว เพื่อปกป้องไม่ให้ประชาชนถูกหลอกลวง และยังช่วยรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ

อย่างไรก็ตามบรรดานักวิชาการของไทย ก็ออกมาแตะเบรก ความอยากมีอยากได้ของเงินตอบแทนก้อนโต เพราะ ณ เวลานี้ เงินดิจิทัล ในบ้านเรายังไม่เป็นที่ยอมรับที่จะนำไปแลก นำไปซื้อสิ่งของ ที่ตัวเองอยากได้

ที่สำคัญ ยังไม่รู้ที่ไปที่มาที่ชัดเจนว่าการปรับราคาขึ้นลงของเงินดิจิทัลในแต่ละชนิดนั้นมาจากปัจจัยอะไร ด้วยเหตุนี้โอกาส “เสี่ยงสูง” จึงมีอยู่มากมาย

เอาเป็นว่า อะไร ๆ ก็ยังไม่แน่นอน โดยเฉพาะเจ้าไวรัสร้ายโควิด จะมลายหายสิ้นไปเมื่อใดไม่มีใครรู้ การลงทุนถ้าเสี่ยงสูง ก็อาจเจ็บตัวจนหมดตัวได้ ฉะนั้น!! เวลานี้จึงควร “พอเพียง” ไว้ก่อนจะดีกว่า... 
.............................................
คอลัมน์ : เศรษฐกิจจานร้อน
โดย “ช่อชมพู”


ขอบคุณภาพจาก : Pixabay

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น