อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 24 มกราคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 24 มกราคม 2564

ความสุขในอดีตที่ผันผ่าน

ผู้อ่านครับ ปีที่ผ่านมาเป็นปีที่เจ็บปวดรวดร้าว ลำบากทุกคน สื่อมวลชนก็เช่นกัน ปีนี้ 2021 เราไม่รู้ว่าจะมีอะไรรอเราอยู่ไหม ก็ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนได้ก้าวข้ามฝ่ามันไปนะครับ พุธที่ 6 มกราคม 2564 เวลา 12.00 น.


พูดถึงความลำบากในฐานะวิชาชีพสื่อมวลชน นักข่าว สิ่งหนึ่งที่ผมจำได้ในฐานะนักข่าวอาชญากรรมซึ่งเดินทางไปในสถานที่ซึ่งมีเหตุร้าย ความรุนแรง อาชญากรรม ฆาตกรรมอยู่เป็นจำนวนมาก ได้เห็นผู้คนผันผ่านเข้ามาเสมอ ตลอด 1 ปีข้างหน้าที่หวังว่าจะเป็นปีที่ดีของทุกๆ คนประชาชนไทย ผม-หนอนโรงพักอยากจะรำลึกความหลังถึงผองเพื่อนสื่อมวลชนโดยเฉพาะสายอาชญากรรม นักข่าวตะลุยโรงพักและตำรวจกันสักหน่อย
เรื่องราวของพวกเขาหลายคนนั้นจบลงด้วยความสุข ความดีงาม ความมึนงงและหลายครั้งมันจบลงที่หยาดน้ำตาและความผิดหวัง

ชื่อและนามสกุล พฤติกรรมหลายคนอาจถูกปรับเปลี่ยนเพื่อความเหมาะสม แต่ทุกอย่างล้วนมีมูล ไฟไม่ได้ลุกไหม้หากไม่มีประกาย ดังนั้นเรื่องที่จะนำเสนอต่อไปนี้ จึงหวังว่าหนอนโรงพักจัดให้ผู้อ่านได้ผ่อนคลายเรื่องราวต่างๆ นานากับความเลวร้ายในปีที่ผ่านมาและในปีนี้ซึ่งเริ่มต้นได้ไม่กี่วัน เราก็เห็นเค้าลางความยุ่งยากและลำบากเป็นอย่างยิ่งแล้วโดยทุกบทความจะมีบทเพลง 1 เพลงประกอบในเนื้อหาด้วยเสมอ

เริ่มกันเลยนะครับ...

มักมีคนถามผมเสมอว่า ข่าวที่น่าประทับใจ ข่าวในความทรงจำคือข่าวไหน ผมตอบไปหลายครั้ง แต่ยังคิดว่าไม่ถึงเวลาจะบอกเล่ากับผู้อ่านในอาทิตย์นี้ เรื่องราวที่ผมจะบอกเล่าในอาทิตย์นี้ จะบอกเล่าการเข้าเวรทำข่าวที่สนุกเป็นความทรงจำเลยทีเดียว



มันเกิดขึ้นในปี 2554 น้ำท่วมกรุงเทพพระมหานคร จนเราไม่มีที่วิ่งที่เดินทางกันอีกแล้ว รถไปไหนไม่ได้ คืนนั้นผมเข้าเวรดึกทำงานเที่ยงคืนออกแปดโมงเช้า มันน่าจะเป็นวันธรรมดากลางสัปดาห์ไม่มีสีสันหรือความน่าสนใจอะไร น้ำที่ท่วมหลากกำลังจะค่อยๆ ลด จะว่าไปมันก็ 10 ปีมาแล้วนะกับเหตุการณ์อุทกภัยครั้งนั้น

ผมลงจากบ้านที่อยู่กับญาติ แล้วเห็นรถข่าวมารอรับผู้ช่วยอีกคน ตอนนั้นผมเก็บงำความสงสัย แล้วถามไปทันทีที่ขึ้นรถว่าเกิดอะไรขึ้น ผู้ช่วยซึ่งขอเรียกว่าน้าโต ซึ่งออกไปใช้ชีวิตต่างจังหวัดแล้ว วันนั้นแกไม่ได้ตอบเฉลยอะไร นอกจากขับรถเร็วอย่างชำนาญและคล่องแคล่ว ไปถึงอีกที่หมาย เพื่อไปรับนักข่าวอีกคนซึ่งเป็นคู่บัดดี้ของแกตัวจริง นั่นคือพี่เอ

เมื่อรับสองเรากันได้แล้ว รถก็ขับไปมุ่งหน้ายังสถานที่หนึ่ง เนื่องจากตอนนั้น โรงพิมพ์เดลินิวส์ โดนน้ำล้อมรอบ ไม่อาจจะนำรถไปจอดต่างๆ นานาได้ จึงต้องอพยพโขยงไปนั่งพักผ่อนกันอีกที่แห่งหนึ่ง ซึ่งพอไปถึง ผมก็ได้เห็นเต็นท์เรียงราย หลายคนเข้าเต็นท์นอนกันแล้ว โดยมีร่องรอยของปาร์ตี้เพิ่งจะเลิกไม่นาน เครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ยังเหลืออยู่เป็นจำนวนมาก เช่นเดียวกับน้ำแข็งและแก้วพลาสติก ซึ่งมีเพียงพอให้ดื่มกินได้อย่างแน่นอน

น้าโตนี่เข้าเต็นท์ไปนอนแล้ว เหลือผม พี่เอ ผู้ช่วยแผนกข่าวแห่งหนึ่งอีกคน และผู้ช่วยอีกคนซึ่งต่อมาแกจะได้โยกย้ายตัวเองไปเป็นนักข่าวที่ จ.แห่งหนึ่งในภาคใต้ ท่าทางแกจะกรึ่มได้ที่ด้วย มองกันไปมาก็รู้ว่าพวกเราควรจะต่ออายุปาร์ตี้นี้ให้ยาวขึ้นอีกสักหน่อย คงจะดีไม่น้อย เป็นการตกลงกันโดยที่ไม่ต้องมีการคุยอะไรให้มากความ

เบียร์ถูกเทอย่างแช่มช้า ฟองสีขาวล้นปริ่มแต่ไม่ออกจากแก้ว ค่ำคืนนั้นฟ้ามืด แต่เห็นดาวเป็นจุดๆ สีฟ้า รถราบนท้องถนนเงียบ วอวิทยุสื่อสารซึ่งพวกนักข่าวอาชญากรรมชอบพกพากันนั้น ไม่มีรายงานอะไรให้เรียกพวกเราออกไปทำข่าวมานำเสนอได้

วงสนทนาเริ่มขึ้นอย่างเงียบๆ ก่อนที่ผมจะหยิบคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กออกมา สมัยนั้นมีโปรแกรมชื่อว่าวินแอมพ์ สมัยนี้ใครหลายคนอาจไม่รู้จักแล้ว ก่อนการมาถึงของแอพพลิเคชั่นฟังเพลงสตรีมที่คุ้มค่า สมัยนั้นเราต้องหาไฟล์เพลงยัดใส่วินแอมพ์แล้วเปิดฟังกัน

ผมโยนหน้าที่ดีเจชั่วคราวให้กับพี่เอ แกเลือกเพลงได้ถูกใจ แล้วเราก็ร้องกัน เสียงร้องของเรานั้นช่างอุบาทว์และน่ารำคาญ ไม่ตรงคีย์ ไม่เหมือนนักร้องตัวจริงร้อง แต่มันกลับไปกันได้กับแก้วเบียร์ที่ยกชน เสียงร้องห่วยๆ ของพวกเราทำให้บรรยากาศสนทนาคึกคักขึ้นมาก



พี่เอเปิดเพลงถูกใจมาก แกรู้คำนวณราวกับดีเจผู้ชำนาญการ เพลงแล้วเพลงเล่า ไม่ว่าจะเพลงสตริง เพลงเพื่อชีวิต ข้ามไปเพลงฝรั่ง กลับมาเพลงไทย เก่าใหม่ ทุกอย่างลงตัว เบียร์พร่องไปหลายขวด สติเราเริ่มเลอะเลือนแต่กลับสนุกเป็นอย่างยิ่ง

ตอนเราเปิดเพลง “คิดถึง” ของหรั่ง ร็อคเคสตร้า ทุกคนในวงนิ่งกริบ แล้วใครสักคนพูดออกมาว่า “ใช้ได้” สั้นๆ ได้ตราตรึง เพลงที่ต้องแหกปากเสียงดัง เราก็ร้องมันให้กู่ก้อง เรากลัวว่าเสียงของพวกเราจะไม่ไต่ไปถึงท้องฟ้า เราหวังว่าเสียงของพวกเราจะทะยานใหญ่สอยดาวลงมาได้ แต่หากไม่ได้ เราก็ได้ปลดปล่อยความเครียดจากการทำงาน การกลัวตกข่าว การกลัวโดนงานใหญ่ๆ โหดๆ ความกลัวมันสร้างจินตนาการขึ้นมาให้เราต้องใช้ความจริงบดขยี้มัน

ปกติเวลา 8 ชั่วโมงของการเข้าเวร หลายครั้งมันรวดเร็ว ถ้าเราหลับ หลายครามันเบื่อหน่ายถ้าเราต้องเฝ้า และมีจำนวนไม่น้อย ที่เรากลับไม่อยากให้เวรมันสิ้นสุด เพราะความสนุกจากการทำงาน และจากการพูดคุย

เสียงพี่หรั่ง ร็อคเคสตร้ากึกก้องฉีกขาดหัวใจพวกเราเป็นชิ้นๆ ตอนนั้นเหมือนเราอยู่ตรงไหนสักที่ในโลกประหลาดที่เล่าให้ใครฟังว่าพวกเราทำงานอะไร ต้องเจอะเจอกับใคร หลายคนคงไม่เข้าใจเป็นแน่แท้ เราเหมือนนักรบที่เดียวดาย ทำงานที่ไม่มีใครอยากทำ จะมีใครกันที่จะเข้าใจพวกเรา

“เหงาเกินคำบรรยาย”

ผมจำได้ว่าเช้าแปดโมงวันนั้น สติเลอะเลือน ร่างกายเหนื่อยล้า รถเดินทางส่งถึงบ้าน ผมหลับแล้วตื่นมา เริ่มทำงานเวรดึกต่อไป จากวันนั้นถึงวันนี้จำไม่ได้ว่าคืนต่อๆ มามีงานมีเหตุการณ์อะไรบ้างไหม

แต่ผมกลับจำได้แม่นเพียงว่าคืนนั้นที่เราร้องเพลงลั่นฟ้าก้องสะเทือนดวงดาวมันสนุกมาก เป็นความสุขในอดีตที่ผันผ่าน แต่ยังตราตรึงในความทรงจำมิลืมเลือน..
.......................................
คอลัมน์ : หนอนโรงพัก
โดย "ณัฐกมล ไชยสุวรรณ" 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น