อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 6 มีนาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 6 มีนาคม 2564

ทางเลือกทางรอดสกัดโควิดรอบ2

เรียกได้ว่า สถานการณ์ ณ วันนี้ ไม่ต่างจากการล็อกดาวน์ครึ่งใบ ท่ามกลางความกังวลถึงการ“ล็อกดาวน์รอบ 2" ที่ทุกคนต้องมองถึงการเตรียมความพร้อม หากต้องล็อกดาวน์ทั่วประเทศจริง จันทร์ที่ 4 มกราคม 2564 เวลา 07.00 น.


เริ่มปีใหม่ปีวัวดุต้องเจอสถานการณ์โรคโควิด-19 ระบาดระลอกใหม่ไล่ขวิดตั้งแต่ต้นปี เรียกว่าตั้งแต่ตอนนับถอยหลังเค้าท์ดาวน์สู่ศักราชใหม่ ก็เหมือนกำลังนับถอยหลังล็อกดาวน์อีกครั้งหากสถานการณ์รุนแรงจนเอาไม่อยู่

ล่าสุดไวรัสร้ายยังลุกลามทั่วไทย หลายจังหวัดถูกเจาะไข่แดง ยอดผู้ติดเชื้อทั่วประเทศพุ่งอย่างต่อเนื่องตัวเลขทะลุเกิน 3 ร้อยคน! ที่สำคัญอย่าลืมว่านี่คือยอดผู้ติดเชื้อที่เป็นผลจากก่อนเทศกาลวันหยุดยาวปีใหม่



แต่ในช่วงวันปีใหม่ แม้จะมีการขอคนไทยงดเดินทาง แต่เมื่อไม่ได้มีการอกคำสั่งห้าม หลายคนก็เดินทางกลับภูมิลำเนาหลังอั้นมาตั้งแต่วันหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา และแน่นอนเมื่อมีการเดินทางเชื้อโควิด-19 ก็เดินทางไปกับเราด้วย 

ทำให้คณะแพทย์และนักวิชาการ ต่างออกมาแสดงความเป็นห่วงและประเมินว่าหลังช่วงวันหยุดยาวปีใหม่ยอดผู้ติดเชื้อจะเพิ่มและลุกลามจากการที่เชื้อเดินทางมากขึ้นกว่านี้

อย่างที่นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ออกมาระบุว่า เริ่มพบผู้ติดเชื้อในคนไทยและสมาชิกในครอบครัว และคาดว่าจะมีการระบาดอย่างกว้างขวางเพิ่มขึ้น พร้อมเสนอใช้ยาแรง



และที่ทำหลายคนผวา หลังผู้เชี่ยวชาญไวรัส ชี้โควิดกลายพันธุ์จากอังกฤษถึงไทยแล้ว ขณะนี้อยู่ในความควบคุมเข้มข้นเป็นพิเศษในห้องความดันลบ

ก่อนที่โควิดทำน็อค ภาครัฐต้องรีบยกการ์ดสู้ โดยในระดับพื้นที่ ผู้ว่าราชการจังหวัด ในฐานะผอ.ศบค.จังหวัด ทยอยออกมาตรการและคำสั่งต่างๆ ตามความเหมาะสม ไต่ระดับไล่เลเวิลคุมเข้มตามความรุนแรงของพื้นที่

โดยกรุงเทพมหานคร ออกประกาศคำสั่งปิด 25 สถานที่ เสี่ยงแพร่ระบาดโควิด-19 มีผลตั้งแต่วันที่ 2 ม.ค. จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง คุมเข้มทั้ง"โรงหนัง-ร้านเหล้า"พบฝ่าฝืนเจอบทลงโทษหนัก

ขณะที่ในภาพรวมระดับประเทศนั้น ศบค. เตรียมเสนอพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะ ผอ.ศบค. พิจารณายกระดับ 28 จังหวัดโซนแดงคุมเข้มโควิดสูงสุด พร้อมให้จำกัดเวลาเปิด-ปิดสถานประกอบการที่มีความเสี่ยง และมีมาตรการควบคุมสูงสุด โดยเสนอให้เริ่มใช้มาตรการนี้ตั้งแต่ช่วง 4 ม.ค.-1 ก.พ.



เรียกได้ว่า สถานการณ์ ณ วันนี้ ไม่ต่างจากการล็อกดาวน์ครึ่งใบ ท่ามกลางความกังวลถึงการ“ล็อกดาวน์รอบ 2" ที่ทุกคนต้องมองถึงการเตรียมความพร้อม หากต้องล็อกดาวน์ทั่วประเทศจริง

ถือเป็นเรื่องหนักที่"บิ๊กตู่"ต้องใช้ภาวะผู้นำในภาวะวิกฤตตัดสินใจอีกครั้ง เพื่อประเมินใช้ยาแรงหลังปีใหม่เพื่อสกัดเชื้อ เหมือนย้อนกลับมาเจอทางสองแพร่งที่ต้องเลือกระหว่างสกัดโรคร้ายไม่ให้ลามกินประเทศกับการใช้ยาแรงแต่เสี่ยงเศรษฐกิจโคม่า

เป็นโจทย์หินอีกครั้ง เพราะไม่ว่าจะเลือกทางใดทางหนึ่งมันก็ส่งผลถึงกันทั้งสิ้น จึงต้องเตรียมแผนสกัดไม่ให้เลือดไหลมากที่สุด

อย่างไรก็ตามโควิดรอบแรก รัฐบาลได้รับเสียงชื่นชมจากนานาชาติในการแก้ปัญหา แต่รอบนี้หลายคนที่ยังไม่ฟื้นจากรอบแรก โดยเฉพาะคนหาเช้ากินค่ำ แค่ได้ยินคำว่าล็อกดาวน์ก็แทบช็อค! เจ็บปวดหัวใจไม่มีใครอยากได้ยิน 



จึงเป็นการวัดใจผู้นำอีกครั้ง อยู่ที่นายกฯ จะตัดสินใจ แต่อย่าลืมว่าถ้าเมื่อไหร่ที่ตัดสินใจผิด เวทีสภาโดยฝ่ายค้าน เตรียมโหมโรงรอขย่มทันที อย่างน้อยตอนนี้ก็มีการกางชื่อ 3ป. ขึ้นมาเตรียมรอเฉือดไว้อยู่แล้ว ดังนั้นนอกจากเศรษฐกิจกับสุขภาพประชาชนแล้ว อย่างน้อยอนาคต 3ป. ก็คงแขวนอยู่บนเส้นด้ายเช่นกัน...
 
 
 
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น