อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 6 มีนาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 6 มีนาคม 2564

"ไวรัสมรณะ"ดึงศก.ไทยลงเหว

 หากสถานการณ์แย่ลงเรื่อยๆหรือมีมาตรการล็อกดาวน์พื้นที่อื่นๆมากขึ้น ยิ่งสะเทือนเศรษฐกิจให้ย่ำแย่หนักขึ้นไปอีก โดยเฉพาะธุรกิจเอสเอ็มอี ธุรกิจขนาดใหญ่ โรงแรม โรงงาน อาจเจ๊งคนตกงานอีกเพียบ อังคารที่ 29 ธันวาคม 2563 เวลา 07.00 น.


ต้องบอกว่า “ไวรัสมรณะ”ดับฝันคนไทยในช่วงเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่ อันตรธานหายวับไปกับตาเมื่อ “โควิดด่านแตก” ผู้ติดเชื้อพุ่งทะลักหลักพันภายในไม่กี่วัน  ทั้งที่ห้วงสถานการณ์การเมืองเข้าสู่โหมดความเงียบ หรือแม้แต่ “ม็อบ3 นิ้ว” ขบวนการนิสิต นักศึกษา ขอพักรบชั่วคราวให้มวลชนได้พักผ่อนหย่อนใจ ก่อนจะรอไประดมม็อบเบิ้มๆใหม่ในต้นปีหน้า

แต่ที่น่าหวาดเสียวไวรัสโควิด-19 ลามไปทั่วกระจายไปแล้วเกินครึ่งประเทศ  ตามประวัติที่เดินทางมาจากตลาดอาหารทะเลมหาชัย ตลาดกลางกุ้ง จังหวัดสมุทรสาคร ขณะที่เคสล่าสุดจังหวัดระยอง ทำตัวเลขผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นจากบ่อนการพนันที่เปิดให้นักเสี่ยงโชคเล่นได้ทั้งวัน ทั้งคืนไม่มีปิด



ตัวเลขผู้ติดเชื้อที่สูงขึ้นแบบเรียลไทม์ บีบคั้นหัวใจ “ผู้นำประเทศ” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ที่ตกอยู่ในภาวะยากลำบากต้องชั่งใจเลือกระหว่างสกัด”เชื้อไวรัสมรณะ”หรือ “เศรษฐกิจพังพาบ” ที่ต้องดูแลปากท้องคนในประเทศ  หากดูจากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ประเมิน “ล็อกดาวน์สมุทรสาคร” ปิดเมืองเดียวสกัดโควิดลาม ทำเสียหายวันละ 2 พันล้านบาท

ก่อนจะมีข้อสรุปออกมาจากศบค.ว่ารัฐบาลเน้น “คุมโซน” คุมเข้มจัดกิจกรรมช่วงปีใหม่ ยกระดับความเข้มตามสถานการณ์ระบาดเพิ่มขึ้นในแต่ละจังหวัด เริ่มต้นจากเบาไปหาหนัก ไม่ผลีผลามจัดยาแรงชุดใหญ่ ปิดประเทศ “ล็อกดาวน์” เหมือนรอบแรก เพื่อยืดหยุ่นสกัดไวรัสไปพร้อมๆกับประคองเศรษฐกิจ ช่างน้ำหนักระหว่างอารมณ์ประชาชนผวาเชื้อโรควิด-19 ระบาด กับอารมณ์ประชาชนกลัวอดตาย



จากสถานการณ์ “รัฐบาลบิ๊กตู่” หลังชนฝา พิงกำแพงสู้แรงกระแทกทุกด้าน บาดเจ็บกันพอสมควรกับความเสียหายทางเศรษฐกิจที่จะเกิดขึ้นในช่วงเทศกาลส่งความสุขท้ายปี ที่ถูกสั่งห้ามเฉลิมฉลองเคาท์ดาวน์-แฮปปี้นิวเยียร์ หลายพื้นที่เงียบเหงา ซบเซา ไม่จัดงานฉลองกันครึกครื่นสนุกสุดเหวี่ยง

ทว่าหากสถานการณ์แย่ลงเรื่อยๆหรือมีมาตรการล็อกดาวน์พื้นที่อื่นๆมากขึ้น ยิ่งสะเทือนเศรษฐกิจให้ย่ำแย่หนักขึ้นไปอีก ทั้งโครงการคนละครึ่ง เราเที่ยวด้วยกัน ที่ช่วยเงินสะพัดไประดับฐานรากอาจสะดุด หากไม่เกิดการจับจ่ายใช้สอยร้านค้ารายย่อยทรุดหนัก เช่นเดียวกับธุรกิจเอสเอ็มอี ธุรกิจขนาดใหญ่ โรงแรม โรงงาน อาจเจ๊งคนตกงานอีกเพียบ

เห็นได้จาก “ผู้นำประเทศ” ออกมาขอพรในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ว่า “ขอให้ประเทศชาติและประชาชนมีความสุข มีการพัฒนาเป็นสู่ประเทศที่มีรายได้สูงและให้ประชาชนมีความสุขปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า และไม่แร้นแค้น โดยเฉพาะเกษตร และอยากให้ทุกภาคส่วนมีรายได้สูงขึ้น”



อีกฟากฝ่ายค้านอย่างพรรค “เพื่อไทย” เผ่าภูมิ โรจนสกุล รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์นโยบายและวิชาการพรรคเพื่อไทย ออกมาระบุ 4 แนวทางล็อกดาวน์ควบคุมโรคโควิด-19 ให้สมดุล ว่า “ล็อกดาวน์ควรเกิดขึ้นเมื่อจำนวนผู้ป่วยสูงกว่าระบบสาธารณสุขรับมือไหว นำไปสู่การเสียชีวิตในอัตราเร่ง ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยยังไปไม่ถึง ฉะนั้นอยากให้เรียนรู้บทเรียนจากในอดีต

ภาวะเศรษฐกิจกระทบกันเป็นลูกโซ่ตั้งแต่รากหญ้าไปถึงระดับบน โควิดระบาดระลอกสองขยายวงกว้างไปทั่วประเทศรัฐบาลกลับมาทัวร์ลงอีกครั้ง จากนี้คงต้องจับตาหลังเทศกาลปีใหม่หากตัวเลขผู้ติดเชื้อยังคงเพิ่มขึ้นรายวัน อาจจะมีมาตราการล็อกดาวน์จังหวัดอื่นๆตามมาหรือไม่.
 
 
 
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    100%

ความคิดเห็น