อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 24 มกราคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 24 มกราคม 2564

เอาตัวรอด'โควิด19'รอบใหม่ กับคำถามคาใจรุนแรงกว่าเดิม?

"Healthy Clean" พาไปไขสงสัยกับ "โควิด-19" รอบใหม่ จริงหรือที่เชื้อรุนแรงกว่าเดิม? ติดต่อง่ายขึ้นกว่าเดิมจริงหรือ? พร้อมวิธีดูแลตัวเองให้เอาตัวรอดจากเชื้อโรคตัวร้าย! เสาร์ที่ 26 ธันวาคม 2563 เวลา 14.00 น.


เป็นอีกช่วงยากลำบากกันอีกครั้งที่เราทุกคนต้องดูแลกันเพิ่มขึ้นในช่วงสถานการณ์เช่นนี้ หลัง "โควิด-19" กลับมาระบาดใหม่อีกครั้ง แต่ในการระบาดรอบนี้ หลายๆคนคงจะได้อ่าน หรือเห็นข้อมูลผ่านตามกันมาบ้าง ว่าเจ้าเชื้อโควิดในรอบนี้ มีความรุนแรงหรือติดเชื้อได้อย่างง่ายดายเพิ่มมากขึ้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว.. เป็นเช่นนั้นจริงหรือ?.. วันนี้ "Healthy Clean" มีคำตอบมาฝากกัน

โดย "นายแพทย์สราวุฒิ มากล้น" อายุรแพทย์โรคติดเชื้อ รพ.พิษณุเวช มีคำตอบในเรื่องนี้ว่า อย่างที่ทราบกันว่าในช่วงนี้ ข่าวการติดเชื้อโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ กลับมาสู่ความสนใจของทุกคนอีกครั้ง  ข้อมูลหนึ่งที่มีการแชร์ในโลกโซเชียล รวมทั้งคำถามจากคนรอบตัวผมในช่วงนี้คือ เชื้อโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ที่ระบาดในรอบนี้ติดง่ายขึ้น อาการรุนแรงขึ้น ที่มาที่ไปที่น่าจะมาจากบางข้อมูลเรื่องเชื้อโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ที่พบการระบาดมากขึ้นในประเทศอังกฤษ โดยธรรมชาติแล้วการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัสเป็นสิ่งที่เราพบได้เป็นเรื่องปกติ "โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันซึ่งการตรวจสายพันธุกรรมทำได้ง่ายและรวดเร็วกว่าในอดีต อีกทั้งธรรมชาติของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่เองที่เป็นไวรัสชนิด RNA ที่มีโอกาสเกิดการกลายพันธุ์ได้ง่ายกว่าไวรัสชนิด DNA อยู่แล้ว"



ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ชนิดที่พูดถึงนี้ เรียกว่าเชื้อชนิด B.1.1.7 หรือ VUI-202012/01 ซึ่งเป็นที่สนใจมากขึ้น เนื่องจากพบการระบาดมากขึ้นในแถบตอนใต้ และตะวันออกของอังกฤษและพบในประเทศอื่น ๆ แล้ว 6 ประเทศ โดยพบว่าตัวไวรัสมีการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมไปจากไวรัสสายพันธุ์เดิมซึ่งส่งผลที่สำคัญต่อการสร้างโปรตีนหนามรอบตัว "ส่งผลโดยตรงต่อคุณสมบัติของไวรัสในการจับกับเซลล์ของมนุษย์ ทำให้เข้าสู่เซลล์ของมนุษย์ได้ดีขึ้น" ข้อมูลจากอังกฤษพบว่าผู้ป่วยพบปริมาณของเชื้อในทางเดินหายใจส่วนบนมากกว่าสายพันธุ์เดิม และมีการแพร่เชื้อได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม "แต่ในส่วนของความรุนแรงนั้นยังไม่พบว่ามีความแตกต่างจากสายพันธุ์เดิม และยังไม่มีผลต่อวัคซีนที่ผลิตออกมาใช้งานในปัจจุบัน"

ในส่วนของบ้านเรารวมถึงประเทศรอบๆเรานั้น ข้อมูลการระบาดของโคโรน่าไวรัสสายพันธุ์ใหม่ ชนิด B.1.1.7 ยังไม่มีการรายงาน แต่สิ่งที่สำคัญนั้นคงไม่ได้อยู่ที่สายพันธุ์ของไวรัส แต่อยู่ที่การร่วมแรงร่วมใจกันตามมาตรการก่อนหน้านี้ ทั้งการเว้นระยะห่างทางสังคม การใส่หน้ากากอนามัย การล้างมือ ซึ่งช่วยให้เมืองไทยเรารอดพ้นจากการระบาดรุนแรง รวมทั้งการติดเชื้อทางเดินหายใจอื่น ๆ เช่น ไข้หวัดใหญ่ที่มีการระบาดลดลงอย่างมากในปีนี้เป็นประจักษ์พยานถึงความสำเร็จที่ทุกคนช่วยกันปฏิบัติมาตลอดช่วง 1 ปีที่ผ่านมา



สำหรับ อาการของโรคนี้ เป็นการติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบน คนไข้ก็จะมีอาการเหมือนหวัด มีไข้ ไอ เจ็บคอ น้ำมูก "แต่ถ้ามีการติดเชื้อไปถึงทางเดินหายใจส่วนล่าง ก็จะมีอาการปอดอักเสบ คือ มีอาการเหนื่อยมากขึ้น หายใจลำบาก  จนถึงขั้นระบบทางเดินหายใจล้มเหลวและเสียชีวิตได้" อาการอาจจะไม่ต่างจากหวัด แต่ความรุนแรงของโรคต่างกัน มันจะมีคนไข้กลุ่มที่มีอาการรุนแรงของโรคได้เยอะกว่าหวัดทั่วไป 

ทั้งนี้ "วิธีการป้องกันตัวเองที่สำคัญที่สุด" ก็คือ.. เราต้องดูแลสุขภาพตัวเองให้แข็งแรง ใช้อุปกรณ์ป้องกัน เช่น การใส่หน้ากากเมื่ออยู่ในที่สาธารณะ การล้างมือ หากใช้เจลล้างมือ ควรเลือกเจลล้างมือที่มีสัดส่วนของแอลกอฮอล์มากกว่า 70% จะช่วยฆ่าเชื้อโคโรนาไวรัสได้ วิธีป้องกันที่ง่ายที่สุดคือเราต้องป้องกันตัวเอง ไม่พาตัวเองไปอยู่ในพื้นที่เสี่ยงที่มีการชุมนุมคนเยอะๆ พยายามหลีกเลี่ยงการเดินทางไปในพื้นที่หรือประเทศที่มีการระบาดของโรคอยู่ รวมถึงหากมีทำงานที่ต้องสัมผัสกับผู้ที่มาจากพื้นที่หรือประเทศที่มีกลุ่มเสี่ยง เราก็ควรป้องกันตัวเอง ที่สำคัญคือดูแลสุขภาพตัวเองให้แข็งแรงอยู่เสมอ...

....................................
คอลัมน์ : Healthy Clean
โดย "พรรณรวี พิศาภาคย์"



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น