อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 1 มีนาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 1 มีนาคม 2564

เอ็นดูเขา เอ็นเราขาด

เคยมีคำกล่าวว่า เราอาจจำแนกคนในองค์กรหรือหน่วยงานใดๆ ได้เป็นสามประเภท เก่งงาน...เก่งคน....เก่งคิด โดยความเป็นจริงอาจแยกเด็ดขาดเช่นนั้นไม่ได้ พุธที่ 30 ธันวาคม 2563 เวลา 08.00 น.


ทำไมคนดีและเก่ง บางทีจึงถูกรังแก หรือเอาเปรียบ  ถ้าคนลักษณะนี้โดนกระทำอย่างนั้นบ่อยๆ ควรเปลี่ยนตัวเองให้เก่งแต่ดีน้อยลงจะได้ไม่เจ็บใจ ดีมั๊ย หรือ ควรหลีกห่างจากคนรอบข้างที่ชอบรังแกหรือเอาเปรียบ
 
เหตุการณ์ใกล้ตัวทำให้ผมได้ร่วมงานกับคนประเภทนี้ และมักได้ยินคนที่เจ็บปวดแทนเขาบ่นให้ฟัง พร้อมตำหนิคนที่กระทำต่อเขาเช่นนั้น  ถ้าเจออย่างนี้ เราควรคล้อยตามความรู้สึกของคนที่มาบ่นให้ฟัง แล้วโกรธคนผู้ถูกตำหนิหรือไม่
 


หนุ่มตั้ม เป็นคนหัวไว เรียนรู้สิ่งใหม่ๆได้ด้วยตนเองอย่างรวดเร็ว หลายเรื่องเขาเรียนได้เร็วกว่าผมเสียอีก  บ่อยครั้งเขาใส่ใจชี้แนะผมเกี่ยวกับวิธีใช้แอปพลิเคชั่นบันทึกภาพและเสียง ทำให้ผมสามารถถ่ายทอดวิชาแบบออนไลน์ได้ทันสมัยอย่างที่อยากทำมานาน แทนที่จะคอยดูของคนอื่นข้างเดียว
นอกจากหัวไว ตั้มยังใส่ใจความต้องการของผู้อื่นและมักขันอาสารับงานส่วนรวมที่คนอื่นทำไม่ได้หรือไม่อยากทำ หน่วยงานของเราจึงมีสื่อการเรียนรู้แบบออนไลน์เพียบพร้อมทันสมัยจนผู้บริหารองค์กรชื่นชม  บ่อยครั้งตั้มรับฝากงานของผู้อาวุโสโดยไม่อิดออด แม้ว่าในสายตาของผม งานในมือของตั้มมากกว่าใครๆ อีกหลายคน เขาปฏิบัติต่อผู้อ่อนแอกว่าอย่างให้เกียรติ นุ่มนวล  ในขณะที่นอบน้อมกับผู้อาวุโสเสมอต้นเสมอปลาย  เขาจึงเป็นที่รักและชื่นชมของลูกศิษย์ และเพื่อนร่วมงานส่วนใหญ่ 
กระนั้นก็ตาม ในสังคมทุกหนแห่ง ล้วนมีผู้คนหลากหลายบุคลิก จิตใจต่างๆกัน ค่านิยมต่างกัน  จึงยากที่จะคาดหวังว่า คนเก่งและดีอย่างตั้มจะเป็นที่เอ็นดูจากทุกๆคน
“พี่ครับ ผมจัดการอัพโหลด เอกสารแจกแจงส่วนแบ่งงานชิ้นนั้นที่เราตีพิมพ์ด้วยกันแล้วนะครับ”....ตั้ม
“เฮ้ย ยูทำอย่างงั้นโดยผมไม่รับรู้ได้ยังไง”...พี่โอม ตำหนิตั้มด้วยเสียงแข็ง
“...คือว่า ก็พี่เซ็นรับรองส่วนแบ่งบนเอกสารนั้นเมื่อเดือนก่อนแล้วนี่ครับ”...ตั้มกล่าวตอบพร้อม แสดงเอกสารชิ้นนั้นด้วยสีหน้าผิดหวังต่อท่าทีของพี่
 


“ตั้ม ผมขอพบคุณวันอาทิตย์นะ เพื่อเตรียมตัดต่อวิดิทัศน์ที่จะใช้สอนวันอังคาร โทษที ช่วงนี้ผมงานแน่นเอี๊ยดเลยส่งก่อนหน้านี้ไม่ทัน”....พี่แก๊ก นัดแนะตั้ม
“ครับ ผม...ได้ครับ”...ตั้มขานรับโดยไม่ลังเล
หลังจากตั้มมาคอยตั้งแต่เช้า  บ่ายสามโมงพี่แก๊กก็มาถึงที่นัดหมาย
“โทษทีตั้ม  พี่ต้องให้เวลากับครอบครัว หน่ะ เลยมาสายไปหน่อย...มาเริ่มกันเลยจะได้เสร็จ”...พี่แก็กกล่าวออกตัว
“gjea[q0jfrie;osgjrke;qh”....ตั้มพึมพำในใจด้วยความอึดอัด แต่จำยอม (ตามเคย)
เป็นไงครับ เรื่องราวของตั้มกับคนรอบข้าง  ถ้าไม่เรียกว่า “เอ็นดูเขา เอ็นเราขาด”  แล้วจะเรียกท่าทีของตั้มว่าอย่างไรดี
ถ้ามองชะตากรรมของตั้มว่าเป็นปัญหาของผู้อื่น ก็คงไม่ผิด แต่การหวังให้คนอื่นแก้ไขท่าทีของเขา/เธอ กับการปรับท่าทีของตนเอง อย่างไหนเป็นไปได้มากกว่ากัน 
สำหรับตั้ม  การประสบกับเหตุการณ์ทำนองนี้ซ้ำๆ ในหลายปีที่ผ่านมา ทำให้ตั้มหมดกำลังใจที่จะทำงานต่อไปในหน่วยมากขึ้นๆ  ในที่สุดตั้มตัดสินใจจะยุติสัญญาทำงานเมื่อครบวาระในอีกสองเดือนข้างหน้า  แม้ว่าต้องแลกกับการสูญเสียโอกาสที่ตนจะได้ไปศึกษาต่อต่างประเทศหลังจากทำงานทุ่มเทให้หน่วยมานานเกือบห้าปี  
 
ข่าวนี้ทำให้เพื่อนร่วมงานบางคนอดเสียดายไม่ได้ที่จะขาดเพื่อนร่วมงานที่เก่งและดีอย่างตั้ม  บางคนอาจรู้สึกเฉยๆ เพราะเชื่อว่า หาคนแทนได้ไม่ยาก  แม้ข้อเท็จจริงคือ หน่วยนี้มีคนรุ่นใหม่อย่างตั้มสนใจมาสมัครงานน้อยมากในรอบหลายสิบปีที่ผ่านมา เช่นเดียวกับหน่วยงานในลักษณะเดียวกันตามสถาบันอื่นๆ เพราะเป็นแขนงวิชาที่ทำมาหากินส่วนตัวได้ยาก จัดเป็นสาขาขาดแคลนของวงการก็ว่าได้
 


เอ...แล้วถ้ามองจากมุมของหัวหน้าหน่วย  ในฐานะผู้รับผิดชอบต่อการบริหารบุคคลซึ่งเป็นทรัพยากรที่สำคัญที่สุดของทุกองค์กร  ควรพิจารณาและดำเนินการอย่างไร ในกรณีตัวอย่างคุณตั้ม
  1. วางอุเบกขา เดี๋ยวก็ดีเอง
  2. พูดไปสองไพเบี้ย นิ่งเสีย...ตำลึงทอง
  3. สืบหาข้อเท็จจริงจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องก่อนกำหนดท่าที
  4. ปลอบใจตั้ม แล้วขอให้อดทน ไม่ช้าทุกอย่างจะคลี่คลายไปเอง
  5. ชวนคุย ด้วยความเห็นอกเห็นใจ เพื่อให้ตั้มได้ย้อนมองความคิด ค่านิยม สมมติฐานซ่อนเร้นที่อยู่เบื้องหลังท่าทีของตั้มเองอันอาจเป็นเหตุให้คนอื่นมีท่าทีอันเป็นผลลบต่อตั้ม
  6. ......
เคยมีคำกล่าวว่า เราอาจจำแนกคนในองค์กรหรือหน่วยงานใดๆ ได้เป็นสามประเภท เก่งงาน...เก่งคน....เก่งคิด โดยความเป็นจริงอาจแยกเด็ดขาดเช่นนั้นไม่ได้  คำถามคือ สำหรับผู้นำองค์กร เก่งแบบใดจึงเหมาะสมกับการจัดการกรณีอย่างตั้มให้เกิดผลประโยชน์สูงสุดต่อองค์กร
การคัดสรร-แต่งตั้งบุคคลเข้าสู่ตำแหน่งงาน ควรประเมินความเก่งเหล่านั้นอย่างไร 

 
คอลัมน์ : เวทีชวนคิด
โดย : ชวนคิด
 

 
 
 
 
 
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 149