อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 22 มกราคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 22 มกราคม 2564

เกมรุก"ทีมโทรโข่งรัฐ"สู้ศึกโซเชียล

“ทีมโฆษกเราเข้าใจดีว่าสื่อโซเชียลมีความสำคัญ แต่ถ้าจะให้รัฐบาลไปทำในลักษณะที่เรียกว่า "มาร์เก็ตติ้ง แคมเปญ" ผมคิดว่าประชาชนคงรับได้ยาก เหมือนกับเรื่องไอโอถ้ารัฐทำ จะเกิดคำถามว่า รัฐบาลเอางบประมาณตรงไหนมาใช้”   เสาร์ที่ 5 ธันวาคม 2563 เวลา 07.00 น.


สถานการณ์บ้านเมืองปัจจุบัน นอกจากจะประสบปัญหาในหลายๆด้าน อีกทั้งยังมีความขัดแย้งในหมู่ประชาชนที่มีความคิดเห็นแตกต่างกันและยังมีสถานการณ์ที่เกิดเลยไปถึงสถาบัน  ขณะที่“บิ๊กตู่”พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม โดนโจมตรีอย่างหนักหน่วง  ซึ่งล้วนเป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องเร่งหาทางแก้ไข ส่งผลให้ทีมโฆษกรัฐบาลกลายเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญมากในเวลานี้ ในการที่ต้องสื่อสารกับประชาชน  เพื่อทำความเข้าใจ และเพื่อให้ทุกคนได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง จึงเป็นสิ่งที่รัฐบาลมิอาจมองข้าม  “ทีมการเมืองเดลินิวส์” จึงมาสนทนากับ “อนุชา บูรพชัยศรี” โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ถึงภารกิจสำคัญดังกล่าว 
 
โฆษกฯเจมส์” เปิดฉากกล่าว่า ตนได้ทำหน้าที่นี้มากว่า 3 เดือนตอนนั้นทราบว่ามีผู้ชุมนุมเกิดขึ้นและอาจขยายตัวเรื่อยๆ  แต่ผมคิดว่า โฆษกรัฐบาลมีหน้าที่ส่วนหนึ่งในการลดความขัดแย้งในสังคม โดยต้องพูดเพื่อให้ผู้ชุมนุมเข้าใจ ว่ารัฐบาลมีความคิดอย่างไร มีเป้าหมายอะไร อย่างไร พยายามทำให้เห็นว่ารัฐบาลไม่ใช่คู่ขัดแย้ง 
 
และได้มีการปรับรูปแบบการทำงานภาพรวมของทีมโฆษกรัฐบาลและสำนักโฆษก เพื่อต้องการสื่อสารให้คนเข้าใจถึงนโยบายและผลงานของรัฐบาล มีทั้งการประชาสัมพันธ์เชิงรุก และการรีบอธิบายหากมีประเด็นใดที่สังคมสงสัย  ส่วนแนวทางการดำเนินงาน เราวางแผนว่าต้องทำหลายลักษณะ ทั้งแบบ on-site คือ การพบสื่อมวลชนหรือกลุ่มคนที่ต้องการได้รับข้อมูลในเรื่องนั้นๆ แบบ on-ground คือ การแถลงข่าวกับสื่อมวลชน และแบบออนไลน์ โดยมีการปรับปรุงในการทำสื่อโซเชียลต่างๆที่เรามี ทั้งเฟซบุ๊กและทวิตเตอร์ เพิ่มความแอคทีฟ
 
ตอนนี้เราทำพอดแคสต์ (Podcast) และรายการวิทยุ แต่ทั้งหมดนี้ต้องมีเนื้อหาข้อความที่เข้าใจง่าย ไม่ต้องพูดตัวเลขเยอะ ต้องดูกลุ่มเป้าหมายด้วยว่าผู้ที่เราจะสื่อสารในเรื่องนั้นๆคือใคร และต้องดูเรื่องของความถี่ ทั้งการสื่อสารให้ทันสถานการณ์ และต้องมีการย้ำในแม้บางเรื่องที่เราเคยพูดแล้วก็ตาม 
 
ขณะที่ผมและรองโฆษกรัฐบาล อีก 2 คน แม้มาจากคนละพรรคการเมือง แต่ไม่ใช่ให้แต่ละคนพูดถึงเฉพาะงานของกระทรวงที่พรรคตัวเองดูแล แต่เรามองว่า “ทีมโฆษกรัฐบาล คือ ทีมของสำนักนายกรัฐมนตรี”  ดังนั้น งานที่เราจะนำมาพูดคืองานของรัฐบาล  และผลงานทั้งหมด คือ ผลงานของรัฐบาล
 
@ ต้องเข้าไปช่วยดูสื่อโซเชียลของตัวนายกรัฐมนตรีด้วยหรือไม่  
 
เราประสานงานกับทุกฝ่าย ทั้งทีมที่ดูแลเฟซบุ๊กของท่านนายกฯ ทีมศูนย์ปฏิบัติการนายกรัฐมนตรี (PMOC) สำนักงานบริหารนโยบายของนายกรัฐมนตรี และเลขาธิการคณะรัฐมนตรี รวมถึงทำงานร่วมกับคณะโฆษกกระทรวงในการขยายความเรื่องต่างๆ เพื่อให้ข้อมูลสอดคล้องกัน และมีการทำงานร่วมกันเหมือนวงออเคสตร้า ซึ่งทำให้เห็นว่าไม่ใช่เป็นแค่งานของกระทรวงใด แต่เป็นงานของรัฐบาล
 
การที่ท่านนายกฯตกเป็นเป้าโจมตีอย่างหนัก ทำให้ต้องพูดถึงงานของนายกฯ มากกว่างานรัฐบาล หรือไม่
 
เราจะไม่เน้นพูดเรื่องตัวบุคคลมากนัก เน้นการพูดถึงสิ่งที่เกี่ยวข้องกับประชาชน แต่ถ้าใครมาพูดถึงประเด็นที่เกี่ยวข้องกับท่านนายกฯ เราก็ต้องสื่อสารเรื่องของท่านด้วยว่า ท่านเป็นคนทำงานหนัก มีความมุ่งหวังที่ดีต่อประเทศชาติ และตั้งใจในการทำงานให้กับประชาชนอย่างเต็มที่  ทีมโฆษกรัฐบาลมีความใกล้ชิดกับท่านนายกฯอยู่แล้ว จึงสามารถพูดได้อย่างเต็มที่ว่าท่านมีสไตล์การทำงานเป็นแบบไหน ความคิดของท่านมีอะไรบ้าง
 
@ ความพยายามในการปรับปรุงการสื่อสารของรัฐบาล จะสู้กับความรวดเร็วและปริมาณข่าวสารในสื่อออนไลน์ ได้มากน้อยแค่ไหน
 
แม้การสื่อสารผ่านสื่อโซเชียลมีความสำคัญและรวดเร็ว แต่อย่าไปเชื่อทุกอย่างที่มีอยู่ในสื่อโซเชียล แม้กระทั่งคอมเมนท์ต่างๆ เพราะมาจาก "เอไอ" (AI - ปัญญาประดิษฐ์)" ด้วย  และอาจมีคนกลุ่มหนึ่งที่ใช้หลายแอคเคาท์มาทำให้เกิด “ทัวร์ลง” แบบที่ไม่เป็นธรรมชาติ ทำสิ่งที่หลายคนเริ่มคุ้นหูกันแล้ว ที่เรียกว่า “ไอโอ (Information Operation- IO)” 
 
ส่วนเฟคนิวส์บางครั้งถูกกระจาย จากผู้ที่ไม่หวังดี หรือกลุ่มคนที่พยายามแทรกแซงการแสดงความคิดเห็นในข้อมูลเรื่องนั้นๆ ซึ่งมันไม่เป็นธรรมชาติ และเป็นมาร์เก็ตติ้งส่วนหนึ่ง แม้กระทั่งโฆษณาในทีวี ถือเป็นไอโอส่วนหนึ่ง แต่ทำเพื่อขายของก็ถือเป็นมาร์เก็ตติ้ส่วนหนึ่ง  ดังนั้นข่าวสารบางเรื่องเราจำเป็นต้องวิเคราะห์ ดูข้อมูลจากหลายๆแหล่ง แล้วนำมาประมวลผลก่อนตัดสินใจ อย่าไปตามกระแส มิฉะนั้นถูกชักจูงด้วยกระแสสื่อโซเชียล
 
“ทีมโฆษกฯ”เราเข้าใจดีว่าสื่อโซเชียลมีความสำคัญ แต่ถ้าจะให้รัฐบาลไปทำในลักษณะที่เรียกว่า "มาร์เก็ตติ้ง แคมเปญ" ผมคิดว่า ประชาชนคงรับได้ยาก เหมือนกับเรื่องไอโอ ถ้ารัฐทำ จะเกิดคำถามว่า รัฐบาลเอางบประมาณตรงไหนมาใช้ เราจึงต้องพยายามทำความเข้าใจถึงเรื่องเหล่านี้ ก็มีบางครั้งที่มีคนถามว่าทำไมการประชาสัมพันธ์ของรัฐไม่ไปถึงตรงนั้น ในเรื่องของสื่อโซเชียล ซึ่งเราขอให้เข้าใจว่า เป็นเพราะมีเรื่องงบประมาณเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย และการสื่อสารที่เป็นไปตามธรรมชาติ มันก็ลำบากอยู่บ้าง
 
@ มีกระแสข่าวว่า นอกจากทีมโฆษกฯทำข่าวชี้แจงกับสื่อแล้ว ยังเตรียมจะลงพื้นที่ไปพบปะประชาชนด้วยใช่หรือไม่
 
แผนที่คิดกันอยู่มี 2 ส่วน ส่วนที่ 1 คือ การจะไปอธิบาย ตอบคำถามกลุ่มคนที่ยังมีข้อสงสัยในเรื่องนั้นๆ เพื่อให้เขาทราบ ว่ารัฐบาลกำลังจะมีโครงการอะไรออกมาบ้าง  ส่วนที่ 2 คือการไปรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในเรื่องต่างๆด้วย  ทั้งนี้เราจะนำข้อมูลทั้งหมดที่ได้มาทำรายงานเสนอท่านนายกฯโดยตรง 
 
จึงมั่นใจได้ว่าสิ่งที่ทุกคนสื่อสารมาถึงเรา จะเป็นเหมือนสายตรงถึงท่านนายกฯ ทำให้ท่านได้เห็นภาพความคิดเห็นของประชาชนชัดเจนมากขึ้น นอกจากนี้ข้อมูลเหล่านั้นจะไปถึงคณะรัฐมนตรี (ครม.) ด้วย เพราะทีมโฆษกรัฐบาลอยู่ในที่ประชุมครม.อยู่แล้ว เมื่อเราได้รับฟังข้อมูลจากประชาชน และยังได้รับทราบที่มาที่ไปของนโยบายจากที่ประชุมครม. ทีมโฆษกรัฐบาล จึงจะเป็นตัวเชื่อมโยงระหว่างประชาชนกับรัฐบาลได้ดีที่สุด แต่เราต้องรอให้ผ่านพ้นช่วงเวลาการเลือกตั้งท้องถิ่น ในวันที่ 20 ธ.ค.นี้ไปก่อน เพื่อที่การเดินสายของเราไม่ถูกมองว่าแอบแฝงเอื้อประโยชน์ให้กับผู้สมัครคนใด
 
@ กังวลหรือไม่ว่าในช่วงบ้านเมืองยังมีความขัดแย้ง การเดินสายของทีมโฆษกฯจะได้รับผลกระทบ
 
ไม่กังวลเลย เพราะการไปพบปะประชาชนของเราทำเพื่อประชาสัมพันธ์งานรัฐบาล แต่ถ้ามีคนที่อยากเสนอความคิดเห็นที่แตกต่าง และอยากให้เกิดผลเป็นรูปธรรมในการเปลี่ยนแปลง เขาสามารถใช้เวทีนี้ในการนำเสนอความคิดเห็นเข้ามา  การลงพื้นที่ของเราไม่ใช่ทำเป็นสัญลักษณ์ แต่ต้องการทำเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ออกมาจริงๆ จึงขอให้มองว่านี่เป็นโอกาสที่ทำให้เขาได้นำเสนอความคิดเห็นที่หลากหลายและอาจแตกต่างจากรัฐบาลได้ด้วย .
 

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 109