อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 22 มกราคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 22 มกราคม 2564

ปีที่49ทางด่วนวิ่งฉิวไร้ไม้กั้น "กะทู้-ป่าตอง"เส้นแรกตจว.

สัปดาห์นี้...จะพาไปอัพเดทโครงการทางพิเศษ หรือที่เรียกกันชินปากว่า“ทางด่วน” ในโอกาสครบรอบ 48 ปี วันก่อตั้งการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เมื่อวันที่ 27 พ.ย.ที่ผ่านมา ไปดูกันว่า ในโอกาสก้าวสู่ปีที่ 49 จะมีทางด่วนเพิ่มขึ้นอีกกี่สาย?? ผู้ใช้ทางจะแฮปปี้ๆ หรือยังร้องยี้ๆๆๆ เมื่อใช้ทางด่วนแต่ไม่ด่วนเพราะติดหนึบ!! และคนต่างจังหวัดจะมีโอกาสได้ใช้ทางพิเศษกันบ้างหรือไม่?? อังคารที่ 1 ธันวาคม 2563 เวลา 08.00 น.


"การก้าวเข้าสู่ปีที่ 49 ของ กทพ. นั้น ยังมุ่งมั่นพัฒนาเครือข่ายทางพิเศษให้เชื่อมโยงกันเพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางให้ประชาชน"  นายสุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุข ผู้ว่าการการทางพิเศษฯ ย้ำถึงภารกิจสำคัญพร้อมแจกแจงรายละเอียดว่า ในปี 64 มีแผนผลักดัน และเคลียร์ปัญหาต่างๆ ของ 6 โครงการให้แล้วเสร็จ เพื่อให้เดินหน้าโครงการต่อได้ ประกอบด้วย

1.โครงการทางพิเศษ(ทางด่วน) สายกะทู้-ป่าตอง จ.ภูเก็ต คาดว่าการขออนุญาตใช้พื้นที่กรมป่าไม้จะเสร็จสิ้นสิ้นปีนี้ จากนั้นจะเสนอสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) และคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาต้นปี 64 ก่อนเปิดประกวดราคาต่อไป โดยยกเครดิตและต้องขอบคุณ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม และ นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ที่ช่วยเร่งผลักดันให้โครงการนี้เดินหน้าได้เร็วกว่าเป้าหมาย ซึ่งล่าช้ามานานกว่า 11 ปีแล้ว



หลังจากนี้จะเดินหน้าได้รวดเร็วแน่นอน ล่าสุด รมว.คมนาคม เห็นชอบบรรจุการเพิ่มงบประมาณที่จะใช้เวนคืนที่ดินลอตแรกในปีงบประมาณ 65 จากเดิม 400 ล้าน เป็น 950 ล้านบาทแล้ว เพื่อทำให้กระบวนการเบิกจ่ายเงินเวนคืน รวมถึงเงินไหลลงสู่ระบบเศรษฐกิจเร็วขึ้น เบื้องต้นจะเริ่มเวนคืนที่ดินในเดือน ต.ค.64 มีพื้นที่ประชาชนที่ต้องเวนคืนประมาณ 100 ไร่ จะเริ่มก่อสร้างได้ประมาณกลางปี 65 และเปิดบริการประมาณปลายปี 69 หรือต้นปี 70 



ทางด่วนสายนี้มีความพิเศษถือเป็นทางด่วนสายแรกในต่างจังหวัด ที่ กทพ.ปักธงสร้างในภาคใต้ก่อน และจะเป็นทางด่วนสายแรกที่มีช่องจราจรพิเศษสำหรับรถจักรยานยนต์ (จยย.) ช่วยลดเวลาเดินทางจากกะทู้ไปป่าตอง เดิมประมาณ ชม.เหลือไม่เกิน 10 นาที นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มความปลอดภัย และลดการเกิดอุบัติเหตุด้วย

2.โครงการระบบทางด่วนขั้นที่ 3 สายเหนือ ช่วงทดแทน N1 (แคราย-.เกษตรฯ) และ N2 (.เกษตรฯ-นวมินทร์เชื่อมต่อถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพฯ ด้านตะวันออก ซึ่ง กทพ. เสนอเรื่องขอเปลี่ยนแปลงมติคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) ไปยังสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร(สนข.) เพื่อเสนอ คจร. แล้ว โดยจะขอดำเนินโครงการฯ N2 แบบไม่ต้องรอ N1 เพราะต้องใช้เวลาอีกนานในการหาแนวทางว่าจะใช้รูปแบบใด หากต้องให้รอสร้าง N2 พร้อมโครงการ N1 ตามมติ คจร. เดิมจะยิ่งทำให้การก่อสร้างโครงการ N2 ล่าช้าออกไป

3.โครงการทางด่วนสายพระราม 3-ดาวคะนอง-ถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพฯ ด้านตะวันตก ซึ่งยังติดปัญหาไม่สามารถสรุปผลการประมูลสัญญาที่ 1 งานสร้างทางยกระดับจากแยกต่างระดับบางขุนเทียน-เซ็นทรัลพระราม 2 และสัญญาที่ 3 งานก่อสร้างทางยกระดับจาก รพ.บางปะกอก 9-ด่านดาวคะนองได้ โดยอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของคณะกรรมการการประกวดราคาของ กทพ. คาดว่าต้องจบภายในสัปดาห์แรกของเดือน ธ.ค.นี้ สำหรับสัญญาที่ 2 ทางยกระดับจากเซ็นทรัลพระราม 2- รพ.บางปะกอก 9 และสัญญาที่ 4 งานก่อสร้างสะพานขึงคู่ขนานสะพานพระราม9 นั้น การก่อสร้างมีความคืบหน้าเร็วกว่าแผน โดยสัญญาที่ 2 คืบหน้า 5% ขณะที่สัญญาที่ 4 คืบหน้า 17%

4.โครงการทางด่วนฉลองรัช-นครนายก-สระบุรี กำลังเร่งขั้นตอนการศึกษาออกแบบรายละเอียดโครงการ และลงพื้นที่สำรวจวางพิกัดโฉนดที่ดิน จากนั้นจะเริ่มจัดทำร่างรายละเอียดเงื่อนไขประกวดราคา (ทีโออาร์) ก่อนเปิดประมูลต่อไป จะเป็นทางลัดและทางเลือกในการเดินทางเชื่อมกรุงเทพฯ กับภูมิภาคทั้งภาคกลาง ภาคอีสาน และภาคเหนือได้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น

5.โครงการพัฒนาเส้นทางเชื่อมต่อท่าเรือกรุงเทพและทางพิเศษสายบางนา - อาจณรงค์ (S1) กับการท่าเรือแห่งประเทศไทย(กทท.) อยู่ระหว่างศึกษาความเหมาะสมทางด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ การเงิน และผลกระทบสิ่งแวดล้อม หลังจากสรุปผลการศึกษาความเหมาะสม คาดว่าจะใช้เวลาออกแบบรายละเอียดประมาณ 1 ปี ก่อสร้าง 2 ปี และจะเริ่มก่อสร้างได้ในปี 66 จะช่วยส่งเสริมและพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของประเทศ พร้อมอำนวยความสะดวกรวดเร็วให้กับผู้ประกอบการขนส่งสินค้าทางเรือที่เป็นอุตสาหกรรมสำคัญของประเทศ



นอกจากนี้ในปี 64 ยังมีโครงการที่ กทพ. ต้องดำเนินการให้สำเร็จ โดยตั้งเป้าว่าประมาณกลางปี 64 จะนำร่องเก็บค่าผ่านทางอัตโนมัติแบบไม่มีไม้กั้น (M-Flow) เพื่อแก้ไขปัญหาจราจร ใน 3 ด่าน ได้แก่ ด่านเก็บค่าผ่านทางพิเศษจตุโชติ, สุขาภิบาล 5 และรามอินทรา โดยอยู่ระหว่างเร่งพิจารณาข้อกฎหมายต่างๆ

สำหรับ 5 โครงการ มีระยะทางประมาณ 155.2 กม. วงเงินลงทุนรวมประมาณ 1.42 แสนล้านบาท ได้แก่ 1.โครงการทางพิเศษ (ทางด่วน) สายกะทู้-ป่าตอง จ.ภูเก็ต ระยะทาง 3.98 กม.วงเงิน 1.4 หมื่นล้านบาท, 2.โครงการระบบทางด่วนขั้นที่ 3 สายเหนือฯ 27.9 กม. วงเงิน 2.3 หมื่นล้านบาท, 3.โครงการทางด่วนสายพระราม 3-ดาวคะนอง-ถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพฯ ด้านตะวันตก 18.7 กม. วงเงินประมาณ 2.5 หมื่นล้านบาท 4.โครงการทางด่วนฉลองรัช-นครนายก-สระบุรี 104.7 กม. วงเงินประมาณ 8 หมื่นล้านบาท และ 5 . โครงการพัฒนาเส้นทางเชื่อมต่อท่าเรือกรุงเทพและทางพิเศษสายบางนา - อาจณรงค์ (S1) กับการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) วงเงิน 1.6 พันล้านบาท



ปัจจุบัน กทพ.เปิดให้บริการทางพิเศษรวม 8 สายทาง รวมระยะทาง 224.6 กม. ประกอบด้วย ทางพิเศษเฉลิมมหานคร (ด่วน1) ทางพิเศษศรีรัช (ด่วน2) ทางพิเศษฉลองรัช (รามอินทรา-อาจณรงค์) ทางพิเศษบูรพาวิถี (บางนา-ชลบุรี) ทางพิเศษอุดรรัถยา (บางปะอิน-ปาเกเกร็ด) ทางพิเศษสายบางนา-อาจณรงค์ ทางพิเศษกาญจนาภิเษก (บางพลี-สุขสวัสดิ์) และทางพิเศษสายศรีรัช-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพฯ

ทั้ง 6 โปรเจคท์จะมาช่วยเติมเต็ม โครงข่ายทางด่วนเกือบ 400 กม. วิ่งฉิวไร้ไม้กั้น ทลายรถติดสะสมหน้าด่านทางด่วน และได้โลดแล่นไปถึงภูเก็ตได้หรือไม่ต้องติดตาม???....แม้รัฐบาลจะพลิกโฉมการเดินทางจากระบบถนนสู่ระบบรางโดยทุ่มเม็ดเงินมหาศาลก่อสร้างรถไฟฟ้าหลากสี รถไฟทางคู่ และรถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีดเทรน) แต่เมื่อผู้ใช้รถยนต์ส่วนตัวยังพุ่งกระฉูด ระบบทางด่วนก็ยังต้องพัฒนาไม่หยุดยั้ง



................................
คอลัมน์ : มุมคนเมือง
โดย ทีมข่าวนวัตกรรมขนส่ง


ขอบคุณการทางพิเศษแห่งประเทศไทย(กทพ)

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น