อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 24 มกราคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 24 มกราคม 2564

ลดนายพล-ไม่ทำเกินหน้าที่ ปฏิรูป 'กองทัพ' ได้แน่

เข้าสู่ตอนที่ 3 ในประเด็นการ “ปฏิรูป” กองทัพ โดยทีมข่าว “1/4  Special Report” มีโอกาสสนทนากับนายทหารระดับ “นายพล” ที่เคยอยู่หน่วยกำลังรบมาก่อน จึงได้รับข้อมูลที่น่าสนใจว่าปัจจุบันประเทศไทยมีกองกำลังทหารรับผิดชอบตามชายแดนทางบกทั่วประเทศ ทั้งหมด 8 กองกำลังรบ ซึ่งในแต่ละกองกำลังจะมีทหารประมาณ 11,200 นาย พุธที่ 25 พฤศจิกายน 2563 เวลา 07.00 น.


เหลือเฟือ! 8 กำลังรบชายแดนทางบก

ในจำนวน 8 กองกำลังรบนั้น เป็นของกองทัพเรือ 1 กองกำลัง คือ กองกำลังป้องกันชายแดนจันทบุรี-ตราด ส่วนอีก 7 กองกำลัง เป็นของกองทัพบก ประกอบด้วย

1. กองกำลังบูรพา (กองพลทหารราบที่ 2 จ.ปราจีนบุรี) หรือ “บูรพาพยัคฆ์” รับผิดชอบชายแดนทางด้านจ.สระแก้วที่ติดกับประเทศกัมพูชา 2. กองกำลังสุรนารี (กองพลทหารราบที่ 6 จ.ร้อยเอ็ด) รับผิดชอบชายแดนภาคอีสานตอนล่างที่ติดกับประเทศกัมพูชา 3. กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี (กองพลทหารราบที่ 3 จ.นครราชสีมา) รับผิดชอบชายแดนภาคอีสานตอนบนที่ติดกับ สปป.ลาว



4. กองกำลังผาเมือง (กองพลทหารม้าที่ 1 จ.เพชรบูรณ์) รับผิดชอบชายแดนไทย-ลาว และเมียนมา ตั้งแต่จ.พิษณุโลก อุตรดิตถ์ น่าน เชียงราย เชียงใหม่ 5. กองกำลังนเรศวร (กองพลทหารราบที่ 4 จ.พิษณุโลก) รับผิดชอบชายแดนทางด้าน จ.แม่ฮ่องสอน-ตาก 6. กองกำลังสุรสีห์ (กองพลทหารราบที่ 9 จ.กาญจนบุรี) เฝ้าชายแดนไทย-เมียนมา ทางด้านจ.กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี ประจวบฯ และ 7. กองกำลังเทพสตรี (กองพลทหารราบที่ 5 จ.นครศรีธรรมราช) รับผิดชอบชายแดนภาคใต้ทั้งหมด

นอกจาก 8 กองกำลังดังกล่าวแล้ว ยังมีกำลังทหารพรานอีกกว่า 10 กรม  และตำรวจตระเวนชายแดน  (ตชด.) อีกกว่า 10 กองกำกับ ช่วยกันเฝ้าชายแดนรอบประเทศ โดยเฉพะภาคเหนือ-อีสานที่ติดกับแม่น้ำโขง ยังมีตำรวจน้ำ และทหารเรือ (นรข.) ช่วยกันตรวจตราตามแนวชายแดนด้วย

นี่ยังไม่รวมกำลังรบอื่น ๆ เช่น ทหารรบพิเศษ (หมวกแดง)อีกหลายกองพัน ดังนั้นจึงต้องบอกว่าปัจจุบันประเทศไทยมีกำลังทหารเฝ้าชายแดนอย่างเหลือเฟือ ในขณะที่ในรอบ 20 ปี ที่ผ่านมา ไม่มีการรบหรือการปะทะกันใหญ่ ๆ ตามแนวชายแดน อาจมีบ้างแต่ใช้กำลังทหารแค่ระดับกองพัน-กรม เท่านั้น ยังไม่รุนแรงถึงขนาดต้องใช้กำลังในระดับกองพล

ยิงไม่กี่วันหันมาค้าขายกันดีกว่า

ที่สำคัญเมื่อมีเหตุปะทะหรือยิงกันตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ไม่เกิน 3 วัน  นานาชาติ (อาเซียน) ยื่นมือเข้ามาไกล่เกลี่ยเจรจาให้หยุดยิงแล้ว เพราะทุกประเทศยังต้องอยู่ในสังคมโลก ไม่มีใครอยากทำศึกสงครามยืดเยื้อ เนื่องจากส่งผลให้มีผู้คนบาดเจ็บล้มตาย สู้เป็นเพื่อนบ้านไว้เดินทางไปมาหาสู่ ท่องเที่ยว ทำมาค้าขายไม่ดีกว่าหรือ



เห็นได้จากข้อมูลการค้าขายชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน ที่ด่าน อ.แม่สอด จ.ตาก รวมทั้งที่ชายแดน อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว มีมูลค่าปีละเป็นแสน ๆ ล้านบาท แล้วถ้าไม่มีแรงงานเมียนมา ลาว กัมพูชา คนไทยทำได้หรือไม่? ส่วนเวียดนามแม้จะไม่มีพรมแดนติดต่อกับประเทศ ไทย แต่คนเวียดนามก็ชอบใช้สินค้าไทยหลายชนิด  

“นายพล” กล่าวด้วยว่าทุกวันนี้ไม่มีใครอยากรบกันหรอก ทุกประเทศมุ่งไปพัฒนาเรื่องเศรษฐกิจปากท้องพี่น้องประชาชนของเขา แต่กองทัพยังมีความจำเป็นที่ต้องคงอยู่ ยังต้องมีทหารประจำการ แต่อาจจะไม่ต้องเกณฑ์ทหารปีละ 1 แสนคน อาจลดลงมาเหลือ 5 หมื่นคนก็พอ เพราะบ้านเรามีกำลังสำรองค่อนข้างมาก

ลด “นายพล” - กองทัพอย่าทำเกินภารกิจหลัก

ในยามที่สถานการณ์ชายแดนเป็นปกติ กองทัพมีภารกิจหลักอยู่ 2 เรื่อง คือ 1. เตรียมกำลัง 2.ใช้กำลัง หมายความว่าเตรียมกำลังให้พร้อมในยามปกติ เพื่อไว้ใช้กำลังกับศัตรูนอกประเทศ แต่ปัจจุบันกองทัพทำเกินภารกิจหลัก เช่นไปทำงานพัฒนา งานความมั่นคงภายใน และงานบรรเทาสาธารณภัย ซึ่งควรให้ตำรวจและกระทรวงมหาดไทยดูแล ไม่ควรแย่งงานตำรวจและกระทรวงมหาดไทยมาทำ หรือถ้าสถานการณ์หนักจริง ๆ กองทัพเข้ามาช่วยเป็นกำลังเสริมเท่านั้น

ดังนั้นเมื่อกองทัพทำเกินภารกิจหลัก จึงต้องเกณฑ์ทหารปีละ 1  แสนคน  ทำให้กองทัพไทย (บก-เรือ-อากาศ)  มีทหารประจำการประมาณ 305,000 คน มีกำลังสำรองอีกประมาณ 245,000 คน ในขณะที่อเมริกา มีทหารประจำการ 1,400,000 คน อังกฤษ 150,000 คน ฝรั่งเศส 200,000 คน เยอรมนี 180,000 คน อิสราเอล 150,000 คน



ถ้ากองทัพไม่ทำเกินภารกิจหลัก จะลดทหารเกณฑ์ลงมาเหลือปีละ 50,000 คนก็ยังได้ แล้วทำเป็นรูปแบบของทหารอาสาสมัคร ให้เงินเดือนตามวุฒิการศึกษา ถ้าจบป.6 ได้เงินเดือน 11,000 บาท จบม.3 ได้ 13,000 บาท จบม.6 ได้ 15,000 บาท จบปริญญาตรี 20,000 บาท เพื่อจูงใจให้คนมาสมัครเป็นทหารที่มีคุณภาพเหมือนอารยประเทศ

ในขณะเดียวกันต้องลดจำนวน “นายพล” ลงด้วย! จากนายพลประมาณ 1,500 คน ถือว่าเยอะที่สุดในโลก ควรจะลดลงมาเหลือไม่เกิน 500 คน เพื่อประหยัดงบประมาณ เพราะถ้าเทียบกับอเมริกามีทหาร  1,400,000 คน แต่อเมริกามีนายพลแค่ 900 คนเท่านั้น  ในบางประเทศที่ไม่ใช่หน่วยกำลังรบ เช่นหน่วยสนับสนุนการรบผู้นำหน่วยไม่ต้องเป็นนายพล

กรณีนี้รัฐต้องปรับลดให้ได้ภายใน 3-4 ปี ไม่ต้องยาวถึง 10 ปี ถ้ารัฐมีข้อเสนอน่าสนใจ ใครรับราชการถึงยศ “พันเอก” มอง อนาคตไม่ได้เป็นนายพลแน่ ๆ เพราะนายพลมีแค่ 500 คน ก็ต้อง “เออร์ลี่” สิ่งที่กล่าวมาทั้งหมดเป็นแนวทางในการ “ปฏิรูป” กองทัพ เพื่อให้มีความกะทัดรัด คล่องตัว ทันยุคสมัย และใช้งบประมาณอย่างเกิดประโยชน์สูงสุด เหลือไว้แต่กำลังพลคนหนุ่มที่มีประสิทธิภาพ.




 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    80%
  • ไม่เห็นด้วย
    20%

ความคิดเห็น