อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 24 มกราคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 24 มกราคม 2564

สวนกระแส

ภาคอุตสาหกรรมการผลิตของเวียดนาม เติบโตอย่าง “มหาศาล” ในระยะ 10 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากกลุ่มธุรกิจข้ามชาติ เริ่มมองหาแหล่งลงทุนใหม่ แทนจีนแผ่นดินใหญ่ที่ค่าแรงสูงขึ้น พุธที่ 25 พฤศจิกายน 2563 เวลา 07.00 น.

การระบาดของไวรัสโควิด-19 ทั่วโลก ส่งผลกระทบหนักต่อเศรษฐกิจของประเทศต่าง ๆ ความเสียหายเป็นวงจรมากมหาศาลอย่างที่แทบไม่เคยเห็นกันมาก่อน แต่ก็มีไม่กี่ประเทศที่ได้รับผลกระทบน้อย เช่น เวียดนาม เพื่อนบ้านเรา ซึ่งกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ ไอเอ็มเอฟ บอกว่า จะเป็นเพียงประเทศเดียวของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่เศรษฐกิจจะเติบโต ในปีนี้
 
จากการประเมิน ไอเอ็มเอฟทำนายว่า ปีนี้ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของคอมมิวนิสต์เวียดนาม จะขยายตัว 2.4 % โดยปัจจัยหลักความสำเร็จของฮานอย อยู่ที่ “การดำเนินมาตรการอย่างเฉียบขาด ในการควบคุมผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 ต่อสาธารณสุขและเศรษฐกิจของประเทศ”
 
จนถึงขณะนี้ เวียดนามมีจำนวนผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 สะสมในประเทศ 1,305 คน เสียชีวิตแล้ว 35 คน
 
ไอเอ็มเอฟคาดการณ์ เศรษฐกิจเวียดนามจะฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งในปี 2564 โดยอัตราเติบโตของจีดีพีจะสูงขึ้นสู่ระดับ 6.5 % และอัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ไม่เกิน 4 % ขณะที่กิจกรรมเศรษฐกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศยังดำเนินต่อไปตามปกติ
 
แม้ว่าเวียดนามจะมีระบบรากฐานด้านสาธารณสุขอ่อนด้อย กว่าประเทศจำนวนมากที่ร่ำรวยกว่า แต่ก็ได้รับเสียงชมเชยในวงกว้างสำหรับการดำเนินมาตรการสาธารณสุข ซึ่งสามารถควบคุมการระบาดของโควิด-19 ได้อย่างรวดเร็ว
 
ทางการฮานอยรีบเร่งพัฒนาชุดตรวจคัดกรองหาผู้ติดเชื้อ และใช้วิธีการผสม ทั้งการตรวจคัดกรองเชิงยุทธวิธี และติดตามการแพร่เชื้ออย่างเข้มข้น ทำให้การควบคุมการระบาดประสบความสำเร็จ
 
เศรษฐกิจเวียดนามเติบโตช้าลงในปีนี้ ภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่เคยเฟื่องฟู และเป็นหนึ่งในไม่กี่ภาคที่ได้รับผลกระทบหนักจากโควิด-19 แต่รอดพ้นภาวะเลวร้ายสุด จากความสำเร็จในการยับยั้งการระบาดของรัฐบาล
 
ไมเคิล โคคาลารี หัวหน้าคณะนักเศรษฐศาสตร์บริษัท วินาแคปปิตอล ที่เน้นการลงทุนในเวียดนาม กล่าวว่า ธุรกิจและอุตสาหกรรมจำนวนมากของเวียดนาม นอกจากจะไม่ได้รับผลกระทบ จากการระบาดของโควิด-19 แต่ตรงกันข้ามกลับได้ประโยชน์เต็ม ๆ แบบส้มหล่นกองท่วม
 
เกินคาดมากที่สุด เห็นจะเป็นจำนวนประชาชนคนทำงานทั่วโลก ซึ่งต้องทำงานจากที่บ้าน พุ่งสูงในช่วงที่ประเทศต่าง ๆ ดำเนินมาตรการควบคุมโควิด-19 และทำให้ยอดขายคอมพิวเตอร์แล็ปท็อปใหม่พุ่งกระฉูด รวมทั้งอุปกรณ์ตกแต่งบ้าน ที่สร้างบรรยากาศสำหรับการทำงาน ผลิตภัณฑ์เหล่านี้จำนวนมากผลิตในเวียดนาม

การส่งออกสินค้าของเวียดนามไปยังสหรัฐอเมริกาสูงขึ้น 23 % ในช่วง 3 ไตรมาสแรกของปีนี้ เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2562 โดยการส่งออกผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์สูงขึ้น 26 %
 
ภาคอุตสาหกรรมการผลิตของเวียดนามเติบโตอย่าง “มหาศาล” ในระยะ 10 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากกลุ่มธุรกิจข้ามชาติเริ่มมองหาแหล่งลงทุนใหม่ แทนจีนแผ่นดินใหญ่ที่ค่าแรงสูงขึ้น

สงครามการค้าสหรัฐ-จีน ที่ยังไม่จบ ยังมีส่วนทำให้จีนเป็นแหล่งที่ไม่น่าลงทุนผลิตสินค้ามากขึ้น เหตุเพราะมีการปรับขึ้นอัตราภาษีส่งออกจำนวนมาก
 
บริษัทข้ามชาติจำนวนมากเริ่มย้ายฐานการผลิตจากจีนแผ่นดินใหญ่มาที่เวียดนาม เนื่องจากอยู่ไม่ไกลจากที่เดิม ประหยัดค่าใช้จ่ายในการขนย้าย อีกทั้งเวียดนามมีระบบสาธารณูปโภครองรับไม่ด้อยกว่าเท่าใดนัก และค่าจ้างแรงงานถูกกว่า
 
บริษัทระดับโลกที่ย้ายฐานผลิตจากจีนมาที่เวียดนามแล้ว รวมถึงแอปเปิลของสหรัฐ และซัมซุงของเกาหลีใต้ ข่าวว่าตอนนี้แอปเปิลกำลังวางแผนจะผลิต แอร์พ็อด หรือ หูฟังไร้สาย เกรดดีเยี่ยมในโรงงานใหม่ที่เวียดนาม

การระบาดของโควิด-19 ยังเป็นแรงกระตุ้นมากขึ้น ให้บริษัทข้ามชาติพิจารณาลงทุนฐานผลิตสินค้าในเวียดนาม เพื่อสร้างทางเลือก และความหลากหลายในห่วงโซ่อุปทานซึ่งเดิมจีนผูกขาดอยู่.

__________________
     
เลนซ์ซูม

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES

                        

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 45