อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 27 มกราคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 27 มกราคม 2564

"ปลุกม็อบชนม็อบ"ตำราเก่าเหลาเหย่

ตำราเก่า “ก้นหีบ”ปลุกม็อบชนม็อบอาจจะไม่ได้ผลในครั้งนี้ เพราะเป็น “ม็อบมิติใหม่” แบบที่รัฐบาลและฝ่ายความมั่นคงไม่เคยเจอมาก่อน ทั้งยังใช้รูปแบบ “แฟลชม็อบ” ไม่ยืดเยื้อข้ามคืน อังคารที่ 17 พฤศจิกายน 2563 เวลา 09.00 น.


ในอารมณ์ที่สารพัดหัวเชื้อรอวันปะทุ ทั้งประเด็นการเคลื่อนไหวล้มรัฐบาลเหมือนเพิ่มฟืนเข้ากองไฟให้ลุกโชนหนักขึ้นทุกวัน จนกลายเป็นสิ่งเร้าคนเกลียดรัฐบาลมีอารมณ์ร่วมมากขึ้น จนเกิดปรากฏการณ์ ม็อบชนม็อบ อย่าง ม็อบชู 3 นิ้ว-ม็อบอนุรักษนิยม ประจันหน้ากัน จนหวิดปะทะ ลงไม้ลงมือในหลายต่อหลายครั้ง

กระแสม็อบเบ่งบานความแตกแยกถูกพัฒนา ยกระดับจากแบ่งสี แบ่งขั้วมาเป็นขัดแย้งทางความคิดระหว่าง เจเนอเรชั่นคนรุ่นใหม่ กับคนรุ่นเก่า อย่าง “สายอนุรักษนิยม” ช่วงหลังดูฮึกเหิมระดมพลังคนเสื้อเหลือง แฝงออพชั่นคุ้มกัน บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม



แต่อีกนัยการจัดม็อบชนม็อบ จัดประชาชนทั้ง 2 ฝ่ายมาเผชิญหน้ากัน ถือเป็นกลยุทธ์ทางการเมืองอย่างหนึ่ง เมื่อมีเหตุการณ์ประท้วงต่อต้านรัฐบาล ตามโมเดลเก่าๆ ม็อบเสื้อเหลือง” และ ม็อบเสื้อแดง” ในอดีตที่ต่างออกมาชุมนุมขับไล่อดีตนายกฯ หาเรื่องกันไม่เว้นแต่ละวัน จนเกิดเหตุการณ์นองเลือดมีผู้บาดเจ็บ

ฟาก ผู้นำประเทศ นั่งกุมขมับวันละหลายตลบ ออกมาปรามทันที ว่า การเผชิญหน้า กระทบกระทั่งกันไม่ใช่วิธีการแก้ปัญหา เพราะต่างคนต่างแสดงความคิดเห็นได้ในเรื่องที่เป็นประโยชน์และไม่ละเมิดกฎหมาย รัฐบาลไม่ได้เข้าข้างใคร เพราะไม่ต้องการให้เกิดผลกระทบซึ่งกันและกัน

ขณะที่ ตัวจี๊ด” อย่าง ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ไม่แสดงความกังวลถึงเรื่องดังกล่าว พร้อมระบุว่า “ม็อบชนม็อบไม่ใช่เรื่องน่ากังวล ผมเชื่อในวุฒิภาวะของแกนนำราษฎรว่าจะไม่มีการใช้ความรุนแรง สามารถจัดการการชุมนุมไม่นำไปสู่ความวุ่นวาย“



ทว่านั่นคือแนวร่วมนอกสภาผู้แทนราษฎร อยู่ใน อารมณ์ทะลุองศาเดือด ที่ขึ้นแล้วลงยาก ต้องไปให้สุดซอย ต่างฝ่ายต่างไม่มีใครยอมใคร ยังคงโหมโรงนัดหมายมวลชนแต่ละฝ่าย ลงถนนในวันที่ 17 พ.ย.นี้ ซึ่งเป็นวันประชุมร่วมรัฐสภา พิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ

แม้ต่างฝ่าย ต่างเผชิญหน้าในหลายๆ ครั้ง แต่ยังไม่เกิดความรุนแรง แต่เริ่มมี กลิ่นความรุนแรงบางๆ จางๆ ที่รอวันจุดชนวน ซึ่งคงไม่เป็นผลดีนักในอนาคตที่จะให้ภาพโมเดลความรุนแรงในรูปแบบ “ม็อบชนม็อบ” เดินหน้าต่อไปเรื่อยๆ เพราะยิ่งเวลาเดินหน้าความเข้มข้นของข้อเรียกร้องก็อาจจะต้องมากตามไปด้วย

หากประเมินตามสถานการณ์ ม็อบเด็ก ชุมนุมที่ไหน เป็นต้องประจันหน้ากับ ม็อบคนแก่ ตามไปนั้นแน่นอน ถ้า “ผู้นำประเทศ” ปล่อยให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า โอกาสที่ปะทะเสียเลือดเสียเนื้อมีสูงมาก เพราะอย่าลืมว่าการชุมนุมของทุกฝ่ายมีระบบจัดตั้งกันมาเป็นอย่างดี



ฉะนั้น ตำราเก่า ก้นหีบ” ปลุกม็อบชนม็อบอาจจะไม่ได้ผลในครั้งนี้ เพราะเป็น ม็อบมิติใหม่แบบที่รัฐบาลและฝ่ายความมั่นคงไม่เคยเจอมาก่อน ทั้งยังใช้รูปแบบ แฟลชม็อบ” ไม่ยืดเยื้อข้ามคืน บางครั้งก็หลอกว่าจะมี “เซอร์ไพร้ส์” แต่แล้วก็ตลบหลังไม่มีเซอร์ไพร้ส์ กลับไปพัก 1 วัน

แม้รัฐบาลจะใช้ทุกองคาพยพลดอุณหภูมิความตึงเครียด แต่ดูเหมือนก็ยังไม่เป็นผล บนเงื่อนไขที่ บิ๊กตู่รู้อยู่แกใจดีว่าหากปล่อยให้เกิดความวุ่นวายจะซ้ำรอยเหมือนในอดีต จากนี้คงต้องจับตารัฐบาลเร่งถอดชนวนความขัดแย้งให้สำเร็จได้โดยเร็วได้อย่างไร.
 
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    82%
  • ไม่เห็นด้วย
    18%

ความคิดเห็น