อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 3 ธันวาคม 2563

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 3 ธันวาคม 2563

อย่าหลงกลคนพาล บ้านเมืองจะพังพินาศ

การตื่นตัวของเด็กและเยาวชนเกี่ยวกับการปกครองระบอบประชาธิปไตยเป็นเรื่องที่ดี เพราะเด็กและเยาวชนจะต้องทำหน้าที่รักษาชาติบ้านเมืองสืบต่อไปในอนาคต พฤหัสบดีที่ 12 พฤศจิกายน 2563 เวลา 10.00 น.


การชุมนุมทางการเมืองใน ห้วงเวลา 3-4 เดือนที่ผ่านมา เด็กและเยาวชนที่ไม่รู้เท่าทันหรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์เกี่ยวกับ การปกครองระบอบประชาธิปไตย อย่างที่ควรจะเป็น ซึ่งมีปัญหาการเมืองที่สลับซับซ้อนจากการแย่งชิงอำนาจรัฐของพรรคการเมือง บ้านเมืองจึงมีแต่ความปั่นป่วนวุ่นวายไม่รู้จักจบสิ้นจากกิเลสของนักการเมืองที่ต้องการเข้าสู่อำนาจรัฐให้ได้โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบและความเสียหายที่เกิดขึ้นกับบ้านเมือง ประเทศไทยในสายตาของประเทศต่างๆ มองว่าเป็น “คนป่วยของเอเชีย” มาเป็นเวลากว่าทศวรรษที่บ้านเมืองไม่มีความสงบสุข ประเทศต่างๆ จึงขาดความเชื่อมั่นในเสถียรภาพของการเมืองไทยตลอดมา ส่งผลกระทบต่อการสูญเสียโอกาสในการพัฒนาประเทศและการแข่งขันเศรษฐกิจกับนานาประเทศ

สถานการณ์บ้านเมืองในขณะนี้ เด็กและเยาวชนกำลังตกเป็นหมากในกระดานออกมาเคลื่อนไหวชุมนุมทางการเมืองภายใต้การสั่งการ ชักใยและยุยงให้เคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างผิดกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นการประพฤติปฏิบัติที่เกินขอบเขตของสิทธิและเสรีภาพอันพึงมีตามรัฐธรรมนูญ อีกทั้งมีการล่วงละเมิดสิทธิและเสรีภาพของผู้อื่น การชุมนุมทางการเมืองมีพฤติการณ์ก้าวร้าวและหยาบคาย การชุมนุมในแต่ละครั้งไม่มีการขออนุญาตให้ถูกต้องตามพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ ซึ่งเป็นการกระทำที่ท้าทายกฎหมาย



ขบวนการที่มีเจตนาร้ายต่อบ้านเมืองมีเป้าหมายในการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการปกครองของประเทศที่ประกอบด้วยชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ไปเป็นการปกครองรูปแบบอื่นซึ่งเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญประชาธิปไตย (Constitutional Monarchy) หรือระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

การตื่นรู้และการตื่นตัวของเด็กและเยาวชนเกี่ยวกับการปกครองระบอบประชาธิปไตยเป็นเรื่องที่ดี เพราะเด็กและเยาวชนจะต้องทำหน้าที่รักษาชาติบ้านเมืองสืบต่อไปในอนาคต เพื่อสร้างความเจริญก้าวหน้าให้กับประเทศมีความมั่นคงอย่างยั่งยืน ในเบื้องต้นนี้จึงขอให้เด็กและเยาวชนได้ทำความเข้าใจกับหน้าที่ของพลเมืองเสียก่อนซึ่งมีความสำคัญต่อการสร้างความเข้มแข็งให้กับประเทศในทุกมิติตามที่ปรากฏอยู่ในหมวด 4 หน้าที่ของปวงชนชาวไทย มาตรา 50 ซึ่งบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มี 10 ประการดังนี้



1.พิทักษ์รักษาไว้ซึ่งชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
2.ป้องกันประเทศ พิทักษ์รักษาเกียรติภูมิ ผลประโยชน์ของชาติ และสาธารณสมบัติของแผ่นดินรวมทั้งให้ความร่วมมือในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
3.ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด
4.เข้ารับการศึกษาอบรมในการศึกษาภาคบังคับ
5.รับราชการทหารตามที่กฎหมายบัญญัติ
6.เคารพและไม่ละเมิดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น และไม่กระทําการใดที่อาจก่อให้เกิดความแตกแยกหรือเกลียดชังในสังคม
7.ไปใช้สิทธิเลือกตั้งหรือลงประชามติอย่างอิสระโดยคํานึงถึงประโยชน์ส่วนรวมของประเทศเป็นสำคัญ
8.ร่วมมือและสนับสนุนการอนุรักษ์และคุ้มครองสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ ความหลากหลาย
ทางชีวภาพ รวมทั้งมรดกทางวัฒนธรรม
9.เสียภาษีอากรตามที่กฎหมายบัญญัติ
10.ไม่ร่วมมือหรือสนับสนุนการทุจริตและประพฤติมิชอบทุกรูปแบบ
 
กลเกมการเมืองอันโหดเหี้ยมอำมหิตของกระบวนการคนพาลที่ต้องการช่วงชิงอำนาจรัฐไม่คำนึงถึงความผิดชอบชั่วดีและไม่คำนึงถึงความเสียหายที่ประเทศชาติจะได้รับใช้กลยุทธ์​แอบอ้างว่ามีจุดประสงค์​ต้องการเปลี่ยนแปลงประเทศในทางที่ดีขึ้น แต่แท้ที่จริงนั้นเป็นการเปลี่ยนแปลงประเทศชาติในเชิงทำลาย ไม่ใช่เป็นการเปลี่ยนแปลงในเชิงสร้างสรรค์ ใช้วิธีการล่อลวงและครอบงำความคิดของเด็กและเยาวชนให้เป็นหมากในกระดานออกมาชุมนุมเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างผิดกฎหมาย โดยไม่คำนึงถึงโทษและภัยที่เด็กและเยาวชนจะได้รับผลร้ายตามมา ฉะนั้นเด็กและเยาวชนจึงต้องรีบตัดสินใจปลดแอกตนจากการถูกครอบงำภายใต้การสั่งการของขบวนการคนพาลที่มีจิตคิดชั่ว (อกุศลจิต) และมีความจงใจชั่ว (อกุศลเจตนา)
 
ในยามนี้เด็กและเยาวชนที่รู้เท่าทันกับกลเกมการเมืองอันชั่วร้ายจะต้องช่วยกันประคับประคองบ้านเมืองให้ผ่านพ้นวิกฤติครั้งนี้ไปให้ได้ โดยไม่เข้าร่วมการชุมนุมในทุกกรณี ทางออกในการแก้ปัญหา​บ้านเมืองต้องอาศัยเวทีรัฐสภา​จึงจะถูกต้อง ไม่ใช่การชุมนุมในที่สาธารณะ​ มิเช่นนั้นแล้วประเทศไทยซึ่งเป็น “คนป่วยของเอเชีย” ที่มีอาการทะร่อทะแร่ยักแย่ยักยันอยู่แล้ว คงถึงกาลม้วยมรณาอย่างไม่ต้องสงสัย นั่นหมายถึงประเทศ​ชาติต้องพังพินาศลงไปอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง​ได้

.........................................
คอลัมน์ : ว่ายทวนน้ำ
โดย “ทวีศักดิ์ อุ่นจิตติกุล” 

ขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก : wikipedia

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    89%
  • ไม่เห็นด้วย
    11%

บอกต่อ : 72