อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 5 ธันวาคม 2563

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 5 ธันวาคม 2563

"เฉลิมชัย" ปลื้มราคายางดีต่อเนื่อง

เกษตรยิ้มออกยางราคาขึ้นต่อเนื่อง หลัง "เฉลิมชัย" โชว์ฝีมือทำราคาดีสูงสุดในรอบหลายปี พฤหัสบดีที่ 29 ตุลาคม 2563 เวลา 16.40 น.


ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กล่าวระหว่างนำคณะลงพื้นที่พบปะพี่น้องชาวสวนยางในจ.นครศรีธรรมราช เมื่อเร็วๆนี้ว่า ขณะนี้เกษตรกรผู้ปลูกยางพารามีความสุข ยิ้มได้ กระทรวงเกษตรฯจึงเตรียมปรับเป้าหมายราคายางพาราสูงขึ้นมากกว่า 65 บาท/กิโลกรัม (กก.) หลังผ่านเป้าหมายแรก 60 บาท/กก. แต่โครงการประกันรายได้ชาวสวนยางพารา ระยะที่ 2 (เฟส 2) ก็ยังคงต้องดำเนินการต่อไป และจากการเดินทางไปเปิดตลาดสินค้าเกษตรที่ประเทศจีนเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2562 พร้อมลงนามความร่วมมือ(MOU)ซื้อขายสินค้าเกษตรกันในหลายฉบับทั้งยางพาราและข้าว รวมไปถึงการศึกษาดูงานเทคโนโลยีการเกษตรต่าง ๆ เพื่อนำมาปรับใช้ในประเทศไทย ก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่เริ่มส่งผลให้เห็นเป็นรูปธรรมในวันนี้ 

ซึ่งในส่วนของยางพารานั้นได้มีการหารือร่วมกับผู้บริหาร บ.ชิโนเคม กรุ๊ป ณ นครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นกับฝ่ายจีนว่า รัฐบาลไทยมีนโยบายในการพัฒนาคุณภาพสินค้าเกษตรทุกชนิด โดยเฉพาะยางพารา ซึ่งประเทศไทยพร้อมที่จะให้การสนับสนุนและมีมาตรการต่างๆ ที่จะอำนวยความสะดวกให้ต่างชาติเข้ามาลงทุนในประเทศไทย โดยเฉพาะการลงทุนเรื่องยางพารา ซึ่งล่าสุด บ. Sino - Chem International มีแผนเข้ามาลงทุนธุรกิจยางพาราในจ.ระยองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว 



นอกจากนี้ยังได้จับมือ 3 บริษัทน้ำยางข้นยักษ์ใหญ่จีน โดยลงนามความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือทางด้านธุรกิจระหว่างการยางแห่งประเทศไทย กับ 3 บริษัทน้ำยางข้นจีน ได้แก่ 1. บ. GOAMI ZHENGFENG TRADING (บ.นำเข้าน้ำยางข้น อันดับ 1 ของจีน) 2. บ. NINGBO CHANGHKEN (บ.นำเข้าน้ำยางข้นจากไทยเป็นอันดับ 1) 3. บ. SANGDONG XINGYU (บ. ใช้น้ำยางข้นผลิตถึงมือยางอันดับ 1 ของจีน) ณ กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชาจีนอีกด้วย 

ขณะเดียวกันความต้องการยางในตลาดโลกและประเทศจีนมีแนวโน้มจะสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องส่งผลให้ราคายางปรับตัวสูงขึ้นอ้างอิงได้จากปริมาณผลผลิตยางธรรมชาติเดือนตุลาคม 2563 อยู่ที่ 4.4 แสนตัน น้อยกว่าตัวเลขที่คาดการณ์ไว้ ร้อยละ 10 ขณะเดียวกันความต้องการยางในตลาดเพิ่มสูงขึ้น ได้แก่ สินค้าประเภทยุทธภัณฑ์ ถุงมือยาง ยางยืด

ล่าสุดยอดการใช้ยางพาราในจีนเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า  โดยจีนซึ่งเป็นประเทศผู้นำเข้ายางที่มากที่สุด มีการเติบโตของเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น ร้อยละ 4.9 ดัชนี PMI ของจีนยังอยู่ที่ 51.50 ซึ่งอยู่เหนือระดับ 50 สะท้อนให้เห็นว่า เศรษฐกิจยังคงมีการขยายตัว คำสั่งซื้อยางของจีนจากต่างประเทศกลับมาฟื้นตัว การจำหน่ายรถยนต์ของจีนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะรถบรรทุกขนาดใหญ่ เพิ่มขึ้น ร้อยละ 63 กำลังการผลิตของโรงงานผลิตยางรถยนต์เพิ่มขึ้น จึงมีแนวโน้มใช้ยางมากขึ้น เชื่อว่าราคายางยังคงมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นต่อไป ขณะเดียวกันก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าการระบาดของ”โควิด-19” เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ราคายางพุ่ง เหตุความต้องการใช้ยางธรรมชาติ เพื่อนำใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตถุงมือยางและอุปกรณ์เกี่ยวเนื่องเพิ่มขึ้น



รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ แจ้งว่าการส่งออกถุงมือยางเดือนกันยายน 2563 ที่ผ่านมา ได้ขยายตัวสูงถึง 154.9% ขณะที่การส่งออก 9 เดือนปี 2563 (ม.ค.-ก.ย.) ขยายตัว 61.4% ซึ่งเป็นผลจากการระบาดของโควิด-19 ที่ยังไม่ดีขี้น ทำให้ไทยคงมีคำสั่งซื้อต่อเนื่องถึงปี 2564 ขณะที่ศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ ม.หอการค้าไทยระบุจากการที่โควิด-19 ระบาดไปทั่วโลก ณ ปัจจุบัน( ณ 29 ต.ค.63 มีผู้ติดเชื้อแล้วกว่า 42 ล้านคนและเสียชีวิต 1.1 ล้านคน มีความต้องการใช้ถุงมือยาง ไม่น้อยกว่า 400 ล้านชิ้นต่อวัน  ขณะยางสังเคราะห์(ไนไตร)ที่ใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตขาดตลาดและราคาเพิ่มสูงขึ้นมาก  จึงนักลงทุนหันมาสั่งซื้อยางธรรมชาติ(ลาเทค)แทน ซึ่งราคาถูกลงกว่าครึ่ง โดยปัจจุบันราคายางสังเคราะห์(ไนไตร)อยู่ที่ 3,000 เหรียญสหรัฐต่อตัน ขณะที่ยางธรรมชาติ(ลาเทค)ราคาอยู่ที่ 1,600 เหรียญสหรัฐต่อตัน

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    100%

บอกต่อ : 21