อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 27 มกราคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 27 มกราคม 2564

31 ตุลาคม "วันฮาโลวีน" Halloween หลอนทั่วโลก

วันฮาโลวีน Halloween ตรงกับวันที่ 31 ตุลาคม ของทุกปี เพื่อเป็นการฉลองจุดสิ้นสุดของช่วงสว่างแห่งปี และเข้าสู่ช่วงมืดของปี ทั้งยังถือกันว่าเป็นวันปีใหม่ของชาวเซลติค เสาร์ที่ 31 ตุลาคม 2563 เวลา 08.00 น.


แม้จะไม่ใช่วันสำคัญของประเพณีไทย แต่ในบางสถานที่ก็มีการจัดกิจกรรมด้วยการแต่งหน้า แต่งกายเป็นภูต ผี ปิศาจ ซึ่งเป็นการร่วมเล่นกิจกรรมเพื่อความสนุก แต่ วันฮาโลวีน เป็นงานฉลองในคืนวันที่ 31 ตุลาคม ประเทศทางตะวันตก เด็กๆ จะแต่งกายเป็นภูตผีปีศาจพากันชักชวนเพื่อนฝูงออกไปงานฉลอง มีการประดับประดาแสงไฟ และที่สำคัญคือแกะสลักฟักทองเป็นโคมไฟ เรียกว่า แจ๊ก-โอ"-แลนเทิร์นการฉลองวันฮาโลวีน นิยมจัดกันในสหรัฐอเมริกา ไอร์แลนด์ สหราชอาณาจักร แคนาดา และยังมีในออสเตรเลีย กับนิวซีแลนด์ด้วย รวมถึงประเทศอื่นในทวีปยุโรปก็นิยมจัดงานวันฮาโลวีนเพื่อความสนุกสนาน

วันฮาโลวีน Halloween 31 ตุลาคม มาจากเทศกาลของชาวเซลติคโบราณ ซึ่งรู้จักในชื่อ Samhain มีที่มาจากชาวไอริชโบราณ ถือกันว่า เป็นวันสิ้นสุดของฤดูร้อน ซึ่งชาวบริตอนโบราณก็มีประเพณีคล้ายกันนี้ เรียกว่า Calan Gaeaf เทศกาล Samhain นั้น มีขึ้นเพื่อฉลองจุดสิ้นสุดของช่วงสว่างแห่งปี และเข้าสู่ช่วงมืดของปี ทั้งยังถือกันว่าเป็นวันปีใหม่ของชาวเซลติคอีกด้วย

และชนบางกลุ่มใช้ชื่อว่า เทศกาลแห่งความตาย (Festival of the dead) ชาว เซลท์ โบราณเชื่อว่าเป็นวันที่โลกนี้ และโลกหน้า โคจรมาอยู่ใกล้กันมากที่สุด ทำให้เหล่าวิญญาณ (ทั้งที่มีอันตรายและไม่มีอันตราย) สามารถผ่านเข้าออกได้อย่างอิสระ ซึ่งวิญญาณของบรรพบุรุษที่เคารพจะได้รับการต้อนรับกลับบ้าน ในขณะที่วิญญาณร้ายจะถูกขับไล่ โดยเชื่อกันว่าการที่จะสามารถขับไล่วิญญาณร้ายได้นั้น สามารถทำได้ด้วยการสวมชุดและหน้ากากผี ซึ่งมีจุดประสงค์คือการแฝงตัวเป็นวิญญาณร้ายซะเอง เพื่อหลีกเลี่ยงอันตราย ในสก๊อตแลนด์ ผู้ชายวัยรุ่นจะแต่งตัวเลียนแบบผีด้วยการสวมชุดขาว สวมหน้ากาก สวมผ้าคลุมหน้า หรือทาหน้าให้เป็นสีดำ



วันฉลองปีใหม่ของชาวเซลท์ (Celt) ในวันที่ 1 พฤศจิกายนที่เรียกว่า Samhain ซึ่งเป็นชื่อของเทพเจ้าแห่งความตาย บางตำนานยังเล่าถึงขนาดว่า มีการเผา "คนที่คิดว่าถูกผีร้ายสิง" เป็นการทำให้ผีกลัว แต่นั่นเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ก่อนคริสตกาล ที่ความคิดเรื่องผีสางยังฝังรากลึกในจิตใจมนุษย์ ต่อมาในศตวรรษแรกแห่งคริสตกาล ชาวโรมันรับประเพณีฮาโลวีนมาจากชาวเซลท์

ส่วนเทศกาล Samhain เป็นวันแห่งการตุนอาหารไว้สำหรับฤดูหนาว และมีการเล่นรอบกองไฟในหลายพื้นที่ ไฟและแสงสว่างประเภทอื่นจะถูกดับลง และบ้านแต่ละหลังจะจุดไฟในเตาโดยใช้เชื้อไฟจากกองไฟ ส่วนกระดูกของสัตว์ที่ใช้เป็นอาหาร จะถูกโยนเข้าไปในเปลวเพลิงนี้ บางครั้ง กองไฟ 2 กองจะถูกจุดไว้ข้าง ๆ กัน แล้วผู้คนกับสัตว์ที่เลี้ยงไว้เป็นอาหารจะเดินวนระหว่างสองกองไฟ ถือเป็นพิธีการชะล้าง

ที่มาของชื่อ วันฮาโลวีน Halloween คำว่า ฮาโลวีน (Halloween) เดิมทีนั้นสะกดเป็น ฮันโลวีน, ฮัลโลวีน, ฮาโลวีน ซึ่งเป็นคำย่อของคำว่า Hallows’ (ฮอลโลว, ฮาโลว) Even (อีเว้น) และคำว่า e’en ก็เป็นคำย่อของคำว่า even ซึ่งย่อมาจากคำว่า evening (ค่ำ) ซึ่งเป็นคำที่มีรากคำมาจากภาษาอังกฤษโบราณ ปัจจุบันเป็นที่รู้จักในชื่อ วันอีฟ ออฟ ออลเซ็นต์ ซึ่งตรงกับวันที่ 1 พฤศจิกายน



สัญลักษณ์ ในวันฮาโลวีนอีฟ ชาว เซลท์ โบราณจะแขวนโครงกระดูกไว้ตรงธรณีหน้าต่าง เพื่อเป็นการแสดงออกถึงความตาย ประเพณีนี้มีจุดกำเนิดในยุโรป จะมีการแกะสลักโคมไฟจากหัวผักกาด เพราะมีความเชื่อว่าหัวเป็นส่วนที่มีพลังที่สุดของร่างกาย ประกอบไปด้วยจิตวิญญาณและภูมิความรู้ ซึ่งชาวเซลท์ จะใช้ส่วนหัวของผักมาขับไล่วิญญาณร้าย

ประเพณี การเล่น และการแต่งกาย วันฮาโลวีนตามบ้านเรือนจะตกแต่งด้วยโคมไฟฟักทองและตุ๊กตาหุ่นฟางที่เป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลประเพณีเก็บเกี่ยว (Harvest) ในช่วงเดียวกันนั้น แต่ละบ้านจะเตรียมขนมหวานที่ทำเป็นรูปเม็ดข้าวโพดสีขาวเหลืองส้มในเม็ดเดียวกัน เรียกว่า Corn Candy และขนมอื่นๆ ไว้รอคอย



ฟักทอง หรือ แจ๊ก-โอ’-แลนเทิร์น ตำนานพื้นบ้านของชาวไอริช ที่กล่าวถึง แจ๊คจอมตืด ซึ่งเป็นนักเล่นกลจอมขี้เมา วันหนึ่งเขาหลอกล่อปีศาจขึ้นไปบนต้นไม้ และเขียนกากบาทไว้ที่โคนต้นไม้ ทำให้ปีศาจลงมาไม่ได้ จากนั้นเขาได้ทำข้อตกลงกับปีศาจ ‘ห้ามนำสิ่งไม่ดีมาหลอกล่อเขาอีก’ แล้วเขาจะปล่อยปีศาจลงจากต้นไม้ เมื่อแจ็คตายลง เขาปฏิเสธที่จะขึ้นสวรรค์ ขณะเดียวกันปฏิเสธที่จะลงนรก ปีศาจจึงให้ถ่านที่กำลังคุแก่เขา เพื่อเอาไว้ปัดเป่าความหนาวเย็นท่ามกลางความมืดมิด และแจ็คได้นำถ่านนี้ใส่ไว้ในหัวผักกาดเทอนิพที่ถูกเจาะให้กลวง เพื่อให้ไฟลุกโชติช่วงได้นานขึ้น

ชาวไอริชจึงแกะสลักหัวผักกาดเทอนิพ และใส่ไฟในด้านใน อันเป็นอีกสัญลักษณ์ของวันฮาโลวีน เพื่อระลึกถึง ‘การหยุดยั้งความชั่ว’ Trick or Treat เพื่อส่งผลบุญให้กับญาติผู้ล่วงลับ และพิธีทางศาสนาเพื่อทำบุญวันปีใหม่ แต่เมื่อมีการฉลองฮาโลวีนในสหรัฐอเมริกา ชาวอเมริกาพบว่า ฟักทองหาง่ายกว่าหัวผักกาดมาก จึงเปลี่ยนมาใช้ฟักทองแทน หัวผักกาดจึงกลายเป็นฟักทองด้วยเหตุผลนี้



อมยิ้มแอปเปิ้ล อมยิ้มแอปเปิ้ลเคลือบคาราเมล หรือลูกกวาดแอปเปิ้ล กลายเป็นสัญลักษณ์ของ treat ในเทศกาลฮาโลวีน ซึ่งมีวิธีทำ คือ กลิ้งลูกแอปเปิ้ลบนน้ำเชื่อม บางครั้งก็มีการเพิ่มถั่วเข้าไป อีกหนึ่งอาหารของชาวไอริชที่ยังคงมีอยู่จนถึงทุกวันนี้ คือ เค้กลูกเกด เป็นเค้กผลไม้แบบเบาๆ ซึ่งจะสอดไส้ แหวน เหรียญ หรือสิ่งต่างๆเข้าไปก่อนอบ และหากใครกินเข้าไปแล้วเจอแหวน ก็จะได้พบกับรักแท้ในปีต่อมา ซึ่งจะคล้ายกับประเพณี King cakeในเทศกาล Epiphany

เกมส์และกิจกรรมอื่นๆ งานปาร์ตี้ในวันฮาโลวีนเกมส์ยอดนิยมคือเกมส์แอปเปิ้ลจุ่มน้ำ บางเกมส์ที่เล่นในวันฮาโลวีนมักจะเป็นไปในทางการทำนายทายทัก เช่นชาวไอริชและสก็อตติชจะทำนายเนื้อคู่โดยการปอกเปลือกแอปเปิ้ลให้เป็นเส้นยาวโดยไม่ขาดจากกัน แล้วโยนเปลือกนั้นข้ามไหล่ไป เปลือกแอปเปิลนั้นก็จะปรากฎเป็นตัวอักษรนำหน้าชื่อเนื้อคู่ของเรา ซึ่งความเชื่อนี้ ถูกนำเข้ามาจากผู้ที่ย้ายถิ่นฐานชาวไอริชและสก็อตติชในแถบชนบทของอเมริกา

สถานที่สยองขวัญ คงหนีไม่พ้นบ้านผีสิงก็จะถูกจัดขึ้นเพื่อสร้างความบันเทิงในเชิงสยองขวัญ ซึ่งมักจะเป็นธุรกิจที่เกิดในช่วงเทศกาลฮาโลวีน มีการรวมเอาบ้านผีสิง เขาวงกต การนั่งรถบรรทุกหญ้าแห้ง ซึ่งมีความสมจริงมากขึ้น มาคอยให้บริการในช่วงวันฮาโลวีน
..................................
ที่มา wikipedia, educatepark.com, Weheartit , Pixabay

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    33%
  • ไม่เห็นด้วย
    67%

ความคิดเห็น