อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 5 ธันวาคม 2563

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 5 ธันวาคม 2563

ซอกแซกถึงตัวพ่อครัวสามหนุ่มหล่อ 'คริส-ท็อปแท็ป-เวฟ'

yimyim มาแล้วทุกคน วันนี้เราตื่นเต้นเป็นพิเศษเพราะจะได้มาทานอาหารร่วมโต๊ะกับหนุ่มหล่อสามคน บอกเลยแฟนคลับเขาไม่ควรพลาดเพราะเราจะล้วงแคะแกะเกาว่าทำไมถึงว่ารวมตัวกันทำธุรกิจด้วยกันได้ ไปดูกันเลยจ้า พฤหัสบดีที่ 29 ตุลาคม 2563 เวลา 11.00 น.


ขอเสียงแฟนคลับของสามหนุ่มสุดหล่อ คริส-พีรวัส , ท็อปแท็ป-จิรกิตติ์ และ เวฟ-คูเป่ยจง หน่อยเร็วเพราะวันนี้ yimyim ได้คิวพิเศษสุดเอ็กซ์คลูซีฟของสามหนุ่มมาแล้วและเรากำลังจะได้รู้จักธุรกิจของสามหนุ่มที่เขาพยายามและตั้งใจทำออกมากัน แฟนคลับทุกคนบอกเลยห้ามพลาดเพราะหนุ่มๆเขาเล่าลึกแบบจัดเต็มเลยจ้า ไปอ่านบทสัมภาษณ์กันจ้า ที่สำคัญอ่านแล้วอย่าลืมแชร์ต่อและติดแท็กเมาท์มอยกันน้า #คริสท็อปแท็ปเวฟxdailynewsonline จ้า



ทักทายแฟนๆเดลินิวส์ออนไลน์สักหน่อย?
คริส “สวัสดีครับ แฟนๆเดลินิวส์ออนไลน์ทุกคน (ยิ้ม) ผมคริส-พีรวัสครับ”
เวฟ “สวัสดีครับ แฟนๆเดลินิวส์ออนไลน์ทุกคน (ยิ้ม) ผมเวฟ-คูเป่ยจง”
ท็อปแท็ป “สวัสดีครับ แฟนๆเดลินิวส์ออนไลน์ทุกคน (ยิ้ม) ผมท็อปแท็ป-จิรกิตติ์ครับ”

ทำไมถึงมารวมตัวกันเปิดร้านนี้ได้?
คริส “จริงๆ ผมรู้จักกับท็อปแท็ปนานมากๆแล้ว ตั้งแต่ก่อนจะทำงานในวงการบันเทิงอีก ส่วนพี่เวฟรู้จักตอนที่ไป meet&greet ที่ต่างประเทศ แล้วเราก็แนะนำให้รู้จักกันแล้วก็พี่เวฟเปิดร้านนวด ร้านอาหารด้วยอะไรอย่างนี้ ก็มาทานบ่อยนวดบ่อย ก็เลยสนิทกันเป็นพี่เป็นน้อง ทีนี้ผมกับท็อปแท็ปเคยคุยกันไว้นานมากแล้ว เราอยากจะทำธุรกิจอาหารด้วยกัน แต่ด้วยความที่ตอนนั้นอะไรหลายๆอย่าง เงินก็ยังไม่มีด้วยตอนนั้นอายุประมาณ 19-20 ปี ก็เลยพักไว้ก่อน”



“ส่วนพี่เวฟทำธุรกิจอาหารอยู่แล้ว เหมือนตอนนั้นพี่เวฟได้คุยกับท็อปแท็ปว่าอาจจะอยากเริ่มทำธุรกิจอาหารบางอย่าง ท็อปแท็ปก็เลยดึงผมเข้าไปด้วยอีกทีนึง ผมมาสุดท้ายเลยแล้วมานั่งคุยกัน สุดท้ายออกมาเป็นร้านข้าวมันไก่ เพราะทั้งสามคนชอบกินข้าวมันไก่มากๆ แต่ว่าก็จะมีสไตล์ไม่เหมือนกัน อย่างผมไม่ถนัดไก่ต้ม แต่ผมจะชอบไก่ทอด ไก่แซ่บมากๆ ผมก็เลยขอเป็นเมนไก่แซ่บ ส่วนท็อปแท็ปไก่ทอด และพี่เวฟไก่ต้มครับ”

เอาสูตรแต่ละคนเอามารวมกันใช่ไหม?
คริส  “อันนี้ต้องถามพี่เวฟเลยครับ อย่างบางร้านเวลาที่จะสับไก่ก็จะตบไก่ให้แบนก่อน แต่ที่นี่ไม่มีการตบ เนื้อแน่นๆอวบๆเลยครับ (ยิ้ม)”
ท็อปแท็ป “เรื่องสูตรต้องให้พี่เวฟเล่าเลย แต่ผมขอเสริมอีกนิดนึงรู้สึกไหมว่าอย่างไก่ทอดร้านอื่นเวลาไก่ทอดออกมาจะไม่กรอบ แต่ที่นี่ทอดออกมายังกรอบอยู่”
เวฟ “อย่างตัวผมทำอาหารอยู่แล้วฉะนั้นผมจะมีหน้าที่ทำแล้วให้น้องๆชิมว่าชอบแบบนี้ไหม อันนี้จะปรับอีกไหม คิดว่ายังไง เพราะว่าเราสามคนจะมีเอกลักษณ์และความชอบที่แตกต่างกัน แต่ว่าเราก็เอาจุดเด่นตรงนี้ตัวตนของพวกเรามารวมตัวเป็นข้าวมันไก่สามพี่น้อง อย่างจานใหญ่ก็จะมีไก่ 3 อย่างอยู่ด้วยกัน ก็จะมีความโดดเด่นของแต่ละอันเลย อย่างไก่ทอดเนี่ยแป้งต้องกรอบยังไงลักษณะนี้ครับ”



ความพิเศษในเรื่องของร้านมีอะไรบ้าง?
เวฟ “สูตรของเราไก่จะมีความนุ่ม ความชุ่มฉ่ำ ซึ่งเราก็เลือกไก่คัดจากหลายฟาร์ม จนไปเจอไก่ที่มีคุณภาพชั้นดีครับ”
คริส “ผมแค่รู้สึกว่าโดยปกติเมื่อก่อนชอบกินข้าวมันไก่มากๆ แต่ไม่สามารถทานเยอะได้ กังวลไปเองว่าจะอ้วนหรือเปล่า และยังไม่เคยมีร้านข้าวมันไก่ที่ใส่ใจเรื่องของสุขภาพด้วย เพราะว่าพี่เวฟเขาจะเป็นคนที่ชอบทำอาหารจีนฉะนั้นเขาจะรู้วิธีการพิถีพิถันบางอย่างที่ทำให้เรารักสุขภาพ ก็เลยจะมีข้าวกล้องด้วยและข้าวหอมมะลิด้วยให้ลูกค้าสามารถเลือกได้ แต่สูตรข้าวมันของเราจะเป็นสูตรที่ข้าวมันน้อย ไม่มีความมันที่จะเยิ้มๆ ซึ่งเราใช้เครื่องเทศจากธรรมชาติในการปรุงครับ แล้วที่สำคัญในตัวของน้ำซุป ไม่ทราบว่าพี่เวฟทำยังไง แต่เป็นสิ่งที่ลูกค้าหลายๆคนถามหามากๆ ซึ่งจะมีเพื่อนคนนึงเชี่ยวชาญเรื่องน้ำซุป ถ้าเขาขอกลับบ้านก็คืออร่อยครับ”





ทุกๆวัตถุดิบเลือกสรรค์มาอย่างดีทั้งหมดใช่ไหม?
เวฟ  “ใช่ครับ เพราะรู้สึกว่าการทำอาหารเนี่ย อันดับแรกเลยก็คือรสชาติอาหาร ผมว่าถ้าทำการตลาดหรือโฆษณาแต่อาหารไม่อร่อย สุดท้ายก็ไปไม่รอดครับ”

มีการทะเลาะหรือเห็นไม่ตรงกันบ้างไหม?
คริส “ไม่เลยครับ ผมกับท็อปแท็ปค่อนข้างไว้ใจและมอบให้พี่เวฟเป็นคนจัดสรรเรื่องคุณภาพอาหารเลย”
ท็อปแท็ป “พี่เวฟก็ใส่ใจ เวลาเขาทำอะไรออกมาก็จะให้เราชิมก่อนและถามความคิดเห็นของเรา ซึ่งก็จะมีการปรับตลอดครับ”



ขั้นตอนที่ยากสุดในการรวมตัวทำร้านนี้คืออะไร?
คริส  “ขั้นตอนที่ยากสุด ผมคิดว่าอยู่ในส่วนของพี่เวฟ เรื่องสูตรต่างๆ หัวใจหลักของการทำอาหารครับ”
ท็อปแท็ป “เพราะว่ากว่าจะออกมาเป็นของชิ้นนี้ ใช้เวลานานมากๆ เพราะเราใช้เวลาในการคุยนานมากกว่าจะขึ้นมาเป็นร้านได้”

อย่างชื่อของร้านได้มายังไง?
ท็อปแท็ป “ตรงตัวเลยสามคนพี่น้องแล้วก็มีไก่สามแบบ น้ำจิ้มสามแบบครับ (ยิ้ม)”



คาดหวังกับธุรกิจนี้ยังไงบ้าง?
คริส “จริงๆผมคาดหวังว่าเวลามีคนมาทานแล้วจะได้ความพึงพอใจกลับไป รู้สึกว่าโอเคทานแล้วอร่อย ทานแล้วบอกต่อ ผมจะมีความสุขมากๆเลยนะถ้ามีคนไปบอกต่อ แต่ถ้าในส่วนของการตลาดจุดสูงสุดที่คาดหวังไว้ เวลามีคนมาถามเเฟรนไชส์น่าสนใจมากครับ (ยิ้ม)”
เวฟ  “ที่จริงวางแผนไว้ว่าอยากทำสูตรให้อร่อย เอาจริงๆแล้วคุณภาพและวัตถุดิบใช้ของแบบพรีเมียมมากๆ แต่พยายามทำราคาที่ทุกคนจับต้องได้ และก็พยายามทำสูตรดีๆให้กับคนที่ชื่นชอบข้าวมันไก่แบบพวกเรา ตอนนี้ไม่ได้มองถึงกำไรเลย เพราะช่วงเศรษฐกิจแบบนี้ด้วยครับ”



ท็อปแท็ป “เวลาทำธุรกิจมันมีความเสี่ยงก็จะคาดหวังให้มันดีที่สุด แต่ตอนนี้ต้องทำรากฐานของตัวแบรนด์ให้ดีที่สุด ถ้ารากฐานของตัวแบรนด์มันดีแล้วเวลาขยายอะไรก็จะไม่ยากแล้ว ตอนนี้ก็เลยมุ่งมาที่รสชาติอาหารก่อนดีกว่า ช่วงแรกจะเห็นแฟนคลับเยอะมากๆแต่พอเวลาผ่านไปมันไม่ใช่แค่แฟนคลับแล้วแต่เป็นลูกค้าทั่วไปที่เราต้องใส่ใจมากๆนั่นเอง”
เวฟ “พวกเราก็ขอฝากข้าวมันไก่สามพี่น้องด้วย สำหรับใครที่ชอบข้าวมันไก่ ทางเราเน้นรสชาติและสำหรับเราสามคนตั้งใจมากจริงๆ ข้าวมันไก่รุ่นใหม่ สามแบบสามสไตล์ครับ”



จริงๆดารากับการทำธุรกิจอาจจะกลายเป็นของคู่กันไปแล้ว เพราะดาราส่วนใหญ่พอถึงจุดๆหนึ่งก็อยากทำธุรกิจและต่อยอดชื่อเสียงของตนเองไปเป็นรูปแบบของธุรกิจต่อไป แต่จากการพูดคุยกับสามหนุ่มแล้ว ทำให้เห็นว่าการมองการณ์ไกลแล้วซื่อสัตย์ต่อผู้บริโภคเป็นเรื่องที่สำคัญ ที่จะทำให้ธุรกิจนั้นๆอยู่ได้อย่างยาวนานและประสบความสำเร็จนั่นเอง

------------------------

คอลัมน์
“1 Day With ซุปตาร์”
โดย “yimyim”


 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    96%
  • ไม่เห็นด้วย
    4%