อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 25 พฤศจิกายน 2563

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 25 พฤศจิกายน 2563

เกมร้อนทะลุเพดาน จุดพินาศปทท.

ในภาวะที่นิ่งเงียบเช่นนี้ หลายฝ่ายจับตาไปที่การ “ประชุมสภาวิสามัญ”  ในวันที่ 26-27 ตุลาคมนี้ว่า อาจจะมีการเคลื่อนไหวจัดมวลชนไปกดดันหรือไม่ เพราะเรื่องการแก้ไข “รัฐธรรมนูญ” ยังไม่ใช่เรื่องหลักที่ถูกหยิบยกมาบนเวที อาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม 2563 เวลา 12.00 น.


เดินมาถึงจุดพีคสุด เมื่อกลุ่มผู้ชุมนุมคณะราษฎร 2563 บุกทำเนียบประกาศจุดยืนทะลุเพดาน ขีดเส้นตายให้ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ลาออกจากตำแหน่ง ภายในวันที่ 24 ต.ค. เวลา 22.00 น. ขู่ ถ้าไม่ทำตาม เจอบิ๊กเซอร์ไพรส์ อีกระลอก

หลังม็อบคณะราษฎร 2563 เล่นเกมซ่อนแอบ ประกาศบิ๊กเซอร์ไพรส์ในวันที่ 20 ตุลาคม 2563 ด้วยการ “วันนี้พักผ่อนไม่มีม็อบนะจ๊ะ” ทำเอาเจ้าหน้าทหาร ตำรวจตั้งแถวรอเก้อ แต่มิวายหยอดทิ้งท้าย “21 ตุลา ของจริง”  รวมพล 16.00 น.



แต่สถานการณ์คุกรุ่นกว่าเดิม เพราะอีกขั้วการเมือง นัดกันสวมเสื้อเหลืองชุมนุมในหลายพื้นที่ ซ้ำเกิดการปะทะที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง งานนี้มีนักศึกษาหญิงได้รับบาดเจ็บ เป็นเหตุให้หลายฝ่ายมองว่าการปฏิบัติต่อผู้ชุมนุมของภาครัฐว่าจะเป็นไปตามครรลอง หรือสองมาตรฐาน

ร้อนถึง “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รีบประเมินสถานการณ์เอาให้แน่ เอาให้แม่น ไม่อายคนขายลูกชิ้นปิ้ง ชิงพูดผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจฯ คืนวันที่ 21 ตุลา ย้ำภาระต้องบริหาร คนกลุ่มให้อยู่ร่วมกันได้ จึงขอทุกฝ่าย “ถอยคนละก้าว” เชื่อและหาทางออกผ่านการพูดคุยในระบบรัฐสภา



แต่คล้อยหลังไม่กี่ชั่วโมง “ม็อบไม่สน” รวมพลเดินเท้าจากจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ มุ่งหน้าสู่ทำเนียบรัฐบาลท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าอย่างแน่นหน้า แต่สุดท้าย “บิ๊กเซอร์ไพรส์” ที่ว่าก็สำเร็จ ด้วยการบุกยื่น “หนังสือลาออก” แผ่นเท่าฝาบ้านมาให้ “บิ๊กตู่” ลงนาม พร้อมขีดเส้นตายต้องเซ็นต์ภายใน 3 วัน   
“ไม่รู้ว่าถอยคนละก้าว  กันอีท่าไหนไม่รู้สถานการณ์ถึงออกมาเป็นเช่นนี้”

อย่างไรก็ตาม ภายในวันที่ 22 ตุลาคม นายกฯ  ก็ได้ประกาศยกเลิกสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งถือว่าช่วยผ่อนหนักให้เป็นเบาไปได้พอสมควร แต่เรื่องการ “ลาออกจากตำแหน่ง” ตามที่กลุ่มชุมนุมยื่นหนังสือมาในคืนวันที่ 21 ต.ค. หรือไม่นั้น ยังไม่มีความชัดเจน ขณะที่จากวันนั้น ถึงวันนี้ เป็นอันว่าครบกำหนดเส้นตาย 3 วัน แต่บรรดา “ม็อบบิ๊กเบิ้ม” ยังไม่มีการเคลื่อนไหวใด ๆ เช่นเดียวกัน



ในภาวะที่นิ่งเงียบเช่นนี้ มีหลายฝ่ายประเมิน และจับตาไปที่การ “ประชุมสภาวิสามัญ”  ในวันที่ 26-27 ตุลาคมนี้ว่า อาจจะมีการเคลื่อนไหว อาจจะมีการจัดมวลชนไปกดดันหรือไม่ เพราะถ้าดูเรื่องที่จะมีการพิจารณาในวันนั้นแล้ว การแก้ไข “รัฐธรรมนูญ” ยังไม่ใช่เรื่องหลักที่ถูกหยิบยกมาบนเวที จึงเป็นเรื่องที่ต้องจับตากันต่อไป

อย่างไรก็ตาม ถึงม็อบบิ๊กเบิ้มยังไม่เคลื่อนไหว แต่ยังมีบางส่วนนัดรวมพลเป็นหย่อมๆ อย่างเช่นที่ หน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพ โดยกลุ่ม “ภาคีนิรนาม” ที่มีการปักหลักค้างคืน พร้อมยืนยันข้อเรียกร้อง 5 ข้อ 1. ปล่อยตัวเพื่อนเราโดยไม่มีเงื่อนไข 2 ยุติการคุกคามประชาชน 3.พล.อ.ประยุทธ์ต้องลาออกภายใน 4 ทุ่ม วันที่ 24 ต.ค.นี้ 4. เปิดทางให้แก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ตามร่างที่ประชาชนเสนอต้องปิดสวิตช์ ส.ว.ทันที และ 5.ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ให้อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ

สถานการณ์วันนี้เรียกว่าถ้าทุกฝ่ายหวังดีกับประเทศจริงๆ ก็ควรจริงใจในการถอยคนละก้าว มัวแต่ยักแย่ยักยัน ตั้งธงในใจไม่ยอมลด คงได้พ่ายแพ้กันทุกฝ่าย.
 
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    83%
  • ไม่เห็นด้วย
    17%

บอกต่อ : 23