อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 3 ธันวาคม 2563

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 3 ธันวาคม 2563

ทำความรู้จัก'ผู้ชายวัยทอง' ที่หลายคนไม่อยากเป็น!

ไขข้องใจ "ผู้ชายวัยทอง" มีจริงหรือ พร้อมทำความรู้จักกับภาวะพร้องฮอร์โมน ที่ผู้ชายหลายคนไม่อยากเป็น! เสาร์ที่ 24 ตุลาคม 2563 เวลา 14.00 น.


"วัยทอง".... เมื่อพูดถึงคำนี้ หลายๆคนคงจะนึกภาพของผู้หญิงที่มีอาการฉุนเฉียว เจ้าอารมณ์ หรือมีอาการอื่นๆที่เปลี่ยนไปจากปกติ ..แต่รู้หรือไม่ว่า "วัยทองก็เกิดขึ้นได้กับผู้ชาย" แล้วจริงๆแล้ว จะเป็นเหมือนผู้หญิงไหม รวมไปถึงเรื่องของ "นกเขาไม่ขัน" จริงหรือไม่? วันนี้ Healthy Clean มีคำตอบมาฝากกัน

"วัยทองในผู้ชาย" เกิดขึ้นได้ยังไงแล้วผู้ชายเป็นได้ด้วยเหรอ?.. เรามาไขคำตอบไปกับ นพ.กวิรัช ตันติวงษ์ หน่วยศัลยศาสตร์ระบบทางเดินปัสสาวะ รพ.จุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เผยว่า คำว่า "วัยทอง" เป็นคำเริ่มในผู้หญิงก่อนเพราะว่าผู้หญิงจะชัดเจนในช่วงที่ประจำเดือนใกล้หมด ก็จะมีอาการต่างๆตามมา ทีนี้ในผู้ชายไม่ได้มีสัญญาณอะไรชัดเจนแบบนั้น เพราะฉะนั้นเวลาที่ผู้ชายฮอร์โมนเพศชายพร่องลง บางครั้งอาจจะไม่รู้สึกตัวเลย ปัจจุบันก็เลยมีคำที่ยืนยันชัดเจนของอาการดังกล่าวว่า "ภาวะพร่องฮอร์โมนเพศชาย"

แล้วอาการดังกล่าวจะเกิดขึ้นเมื่ออายุเท่าไหร่?... ผู้ชายเราอายุ 35 ปี เป็นช่วงท็อปฟอร์ม หลังจาก 35 ปีลงไปก็จะมีแต่ถอยลงของฮอร์โมนเพศ ฮอร์โมนเพศชายที่หมายถึงคือ เทสโทสเตอโรน (Testosterone ) พวกนี้ในช่วงแรกๆที่ค่อยๆลดลงจะยังไม่ค่อยมีอาการอะไรที่ผิดปกติ จะไปเห็นชัดเจนขึ้นก็ช่วงอายุ 50 ปีขึ้นไป ที่ผู้ชายจะมีปัญหาเรื่องอารมณ์ ที่อาจจะหงุดหงิดง่ายขึ้นคล้ายๆของผู้หญิง แต่ไม่ได้หงุดหงิดง่ายเหมือนที่ผู้หญิงมีรอบเดือน แต่ก็รู้ว่าควบคุมความเครียดหรือความกังวลได้ยากขึ้นจากสิ่งที่เห็น อาจจะมาด้วยอาการกังวลมากขึ้น



"ส่วนภาวะก้าวร้าวอาจจะไม่ค่อยเกิด ในส่วนของอารมณ์รุนแรงอาจจะไม่ แต่ใช้คำว่าเวลาเจอเรื่องกระทบกระเทือนใจไม่ว่าจะเป็นเรื่อง โกรธหรือเสียใจ อาจจะกลับไปอยู่ในภาวะที่นั่งเงียบๆ อยู่หงอยๆ เป็นภาวะความกดดัน (Depression)ได้ง่ายขึ้นอันนี้เป็นภาวะที่พร่องฮอร์โมน ส่วนที่เห็นภายนอก การคิด การตอบ อะไรที่สมัยหนุ่มๆ อาจจะตอบโผงผาง ตอนนี้ก็อาจจะช้าลงนิดหน่อยแต่มันก็อาจจะเข้ากับเวลาและสถานะ ก็คืออาจจะสุขุม นุ่มนวลมากขึ้น"
 
ด้านร่างกาย สมองก็อาจจะคิดช้าลงอันนี้เกิดขึ้นได้ ความจำอาจจะหายไปบ้าง จำคนนั้นได้จำคนนี้ไม่ได้  พละกำลังกล้ามเนื้อ ก็จะเห็นว่าความที่ใช้แรงในการทำนู้นทำนี่ให้กระฉับกระเฉงก็น้อยลง กระดูกจะเป็นช่วงที่ค่อยๆลดความแข็งแรงลงก็เหมือนในกลุ่มผู้หญิงแต่อาจจะไม่เท่าผู้หญิง ผู้หญิงในช่วงอายุ 40-60 ปีจะเห็นเลยว่าหมวดกระดูกหายไป แต่ของผู้ชายจะค่อยๆหาย เพราะฉะนั้นโอกาสที่ผู้ชายจะหกล้มแล้วกระดูกหัก กระดูกตะโพกหักจะไปอยู่ในช่วงอายุประมาณ 70 ปีขึ้นไป แต่ขณะของผู้หญิงจะอยู่ในช่วงอายุประมาณ 50-60 ปี จะเริ่มเจอแล้ว 

เรื่องภาวะหย่อนสภาพของเพศชาย ทุกคนก็จะพูดถึงประเด็นนี้ว่าฮอร์โมนพร่องนกเขาเลยไม่ขัน ซึ่งก็เชื่อมกันเพราะว่าฮอร์โมนเพศชาย เป็นตัวที่ทำให้ผู้ชายมีความต้องการทางเพศ เพราะฉะนั้นพอฮอร์โมนที่ผลิตหลักๆมาจากต่อมลูกอัณฑะมันลดลง ความต้องการทางเพศก็น้อยลง พอความต้องการทางเพศน้อยลง ทำให้การแข็งตัวของอวัยวะเพศแข็งตัวได้ไม่เต็มที่เหมือนสมัยหนุ่มๆ 



ส่วนที่หลายคนเป็นห่วงเรื่อง "นกเขาไม่ขัน" เพราะพร่องฮอร์โมนหรือเปล่า? ก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่จะต้องตรวจหาเหมือนกัน แต่จริงๆเรื่องนกเขาไม่ขัน มีหลายสาเหตุไม่ใช่ว่าเฉพาะฮอร์โมนเพศชายพร่องอย่างเดียว แต่ตอนนี้ยามีเยอะแยะที่ถูกต้อง ทราบปัญหาเป็น เบาหวาน ความดัน ก็ไปรักษาโรคพวกนั้นให้คงที่แล้วก็มาออกกำลัง มาใช้ยารับประทาน หรือผ่าตัด ฉีดยาแก้ไขอันนี้ก็ช่วยได้ สามารถเอาฮอร์โมนเสริมได้ ไม่แนะนำให้ไปซื้อหามาทานเอง คำแนะนำก็คือไม่ใช่ไปพึ่งยาอย่างเดียว ออกกำลังกายและทานอาหารให้เหมาะสมด้วยแล้วก็อย่าลืมต้องมีกิจกรรมหรืองานอดิเรกกับผู้อื่น เพราะไม่อย่างนั้นยังไงก็หงอย

"แต่ก็ไม่อยากให้มองว่า การพร่องฮอร์โมนเพศชายหรือภาวะวัยทอง ทำให้ชีวิตผู้ชายหงอยเหงาเกินไป อาจจะไม่ได้มีผลขนาดนั้น ก็เป็นหัวข้อเรื่องที่คุยกันบนโต๊ะกินข้าวได้ มาแหย่กันได้ทำนองนี้"

ส่วนวิธีแก้ก็มีมาก.. วิธีทำยังไงให้ฮอร์โมนเพศคงอยู่ วิธีทำยังไงให้กล้ามเนื้อยังดีอยู่ ทำให้ความคิดกระฉับกระเฉง เท่าที่เห็นและประสบมาคือผู้ที่มีอายุขึ้นมาแล้วยังทำงานอยู่ มีอะไรที่ยังต้องรับผิดชอบอยู่ ส่วนใหญ่ปัญหาการพร่องฮอร์โมนเพศไม่ค่อยมีผล เพราะว่าสมองชาเลนจ์ด้วยเรื่องอื่น กล้ามเนื้อก็ถูกชาเลนจ์ด้วยการที่ไปทำงาน ยังต้องคิด คุย ของพวกนี้ถูกใช้งานอยู่เสมอ ยิ่งมองไม่เห็นว่าจะเสื่อมด้วยเหตุอันใด และถ้าอยากให้กล้ามเนื้อแข็งแรงขึ้น ก็ไปออกกำลังกาย ทานอาหารที่เหมาะสมมีโปรตีนเข้าไป แต่ไม่ใช่ออกกำลังกายมากไปก็เกิดความสึกหลอเหมือนกัน แล้วก็ของพวกนี้ฮอร์โมนเพศชายตัวตั้งต้นคือ คอเลสเตอรอล (Cholesterol ) เพราะอย่างนั้น อาหารที่มีสารที่มีไขมันก็ยังเป็นของจำเป็นในการสร้าง บางคนบอกว่าไม่ได้ต้องลดไขมันออกหมดไปหมด ก็ขาดอะไรไปหลายอย่าง แล้วก็พวกวิตามินต่างๆ ก็ยังต้องผสมผสานกัน



แล้วคนไทยมาหาคุณหมอด้วยภาวะพร่องฮอร์โมนมากไหม? ก็ต้องบอกว่าเยอะขึ้น ถือว่าดี ไม่เช่นนั้นแต่ก่อนก็จะไปหาหมอผีหรือไปหา Google เกี่ยวกับด้านนั้นโดยตรง ซึ่งก็จะนำมาด้วยปัญหาที่จะเป็นเรื่องที่เหมาะสม ปัจจุบันดีขึ้นสมัยก่อนคนมาคุยเรื่องนี้ประมาณ 3% ของคนไข้ เดี๋ยวนี้ก็เพิ่มขึ้นมาประมาณ 20% คือเขาคิดว่าออกมาหาหมอดีกว่า มาหาหมอที่น่าเชื่อถือดีกว่า แล้วหมอเองก็มีความรู้มากขึ้น ต้องถือว่าทั้งหมดมันต้องเข้ากัน ถ้าหมอยังความรู้น้อยอยู่ ยังพูดไม่ชัด คนไข้ก็ต้องไปหาแหล่งที่มั่นใจ แต่ปัจจุบันความรู้มันกว้างขึ้น การถ่ายทอดมากขึ้น และสังคมยอมรับมากขึ้น ประเด็นเหล่านี้การที่จะคุยเรื่องพวกนี้ก็สบายใจขึ้น ถ้าทำให้มันถูกทางก็ดีในภาพรวม 

"ลองนึกถึงคุณพ่อคุณแม่อายุ 50-60 ปี ถ้ามีภาวะเหล่านี้แล้วจะปล่อยให้นั่งจมกับเก้าอี้ หรือจะบอกว่าไปหาหมอ หรือจะไปคุยกับหมอก็ยังดี บางทีหมออาจจะไม่ต้องจัดยาให้ วันรุ่งขึ้นคุณพ่ออาจจะคว้ารองเท้าใส่ไปวิ่งก็ได้ชีวิตก็ดีขึ้น ได้ไปเจอคนนู้นคนนี้ แทนที่จะต้องมานั่งรอวันเกษียณ ออกมาเจอกัน หมอก็ยินดีดูแล หมอดีใจที่คนไข้ออกมาหา เพราะว่าก็ได้ค้นหาและบอกความเป็นจริงที่น่าจะเป็นครับ"...



....................................
คอลัมน์ : Healthy Clean
โดย "พรรณรวี พิศาภาคย์"



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 95