อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 30 ตุลาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 30 ตุลาคม 2563

ลุ้นฝีมือขุนคลังคนใหม่ กระดูกเบอร์ไหนทนการเมือง

ในที่สุด...สังคมก็ฟันธงกันไปแล้วว่า “ขุนคลังคนที่ 54” ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน? สุดท้ายก็เป็น “อาคม เติมพิทยาไพสิฐ” อดีตรมว.คมนาคม อดีตเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือสศช. ในเวลานั้น จันทร์ที่ 5 ตุลาคม 2563 เวลา 08.00 น.


ด้วยคุณสมบัติ “โดนใจ” บิ๊กตู่!! ทั้ง...เรื่องของการมีความรู้ด้านเศรษฐกิจ รู้เรื่องวิธีการทำงานของรัฐบาล เป็นคนใจถึง ที่สำคัญต้องมีความเข้มแข็ง

ไม่เพียงเท่านี้ !! ยังต้องเป็นที่ยอมรับของสังคมทั้ง สังคมทั่วไป และสังคม “คนใน-คนใกล้ตัว” อีกด้วย เพราะโควตาตำแหน่ง “ขุนคลัง” ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของ “บิ๊กตู่” โดยตรง

ทั้งหลายทั้งปวง... เอาเป็นว่า ว่าที่ขุนคลัง คนใหม่คนนี้ “สอบผ่าน”!!

เริ่มจาก...เรื่องของ ความรู้เศรษฐกิจดี เรื่องนี้!! ไม่ต้องบอกยี่ห้อ เพราะเป็นลูกหม้อสภาพัฒน์ มาตั้งแต่แรก เริ่มกันตั้งแต่งานถ่ายเอกสาร ที่ช่วยเพิ่มพูนความรู้ให้กับตัวเองเป็นอย่างดี จนไต่ระดับด้วยความรู้ความสามารถจนขึ้นมาเป็นผู้บริหารสูงสุดของสภาพัฒน์ เมื่อปี 2553

ก่อนถูกดึงตัวให้เป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. และก้าวข้ามมาเป็น รมช.คมนาคม เมื่อปี 2557 และขยับขั้นขึ้นมาเป็น รมว.คมนาคม เมื่อปี 2558 ก่อนเลิกราเมื่อกลางปี 2562



การเป็นทั้ง สนช. เป็นทั้งรัฐมนตรีช่วย เป็นทั้งรัฐมนตรีว่าการ ในยุคของ คสช. หรือคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า...ประสบการณ์เช่นนี้ ก็ตอบโจทย์ในเรื่องของ การรู้วิธีการทำงานของรัฐบาล ได้เป็นอย่างดี

ส่วนเรื่องของการเป็น “คนใจถึง” แม้เวลานี้อาจตีความกันไปในหลาย ๆ ทาง จะใจถึง...ในเรื่องของกล้าได้กล้าเสีย ในเรื่องของกล้าเสี่ยง หรือใจถึงตามแบบฉบับคนไทย อันนี้อาจเกิดความกำกวม

แต่ถ้าเป็นการ “ใจถึง”...ในเรื่องของการทำงาน “อาคม” ก็ไม่แพ้ทางใคร เช่นกัน ขนาดพี่เบิ้มจากแดนมังกร ที่กดดันขอเป็นใหญ่ในโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ยังต้องยอมถอย

เช่นเดียวกับเรื่องของ “ความเข้มแข็ง” ที่สามารถพิสูจน์ ได้จากการอยู่ในกระทรวงคมนาคม มานานถึง 5 ปี ใคร ๆ ก็รู้ว่า...กระทรวงคมนาคม นั้นน่ะ เต็มไปด้วยผลประโยชน์มหาศาล โดยเฉพาะสารพัดโครงการเมกะโปรเจคท์ ที่มีมูลค่าเป็นพัน เป็นหมื่น เป็นแสนล้านบาท

เอาเป็นว่า... อดีตข้าราชการน้ำดี” ไม่เคยตัดสินใจอะไร จนทำให้เสียชื่อเสียงวงศ์ตระกูล หรือเสียชื่อจังหวัดถิ่นเกิด “ศรีสะเกษ”

เท่าที่รู้!!!มีแต่คนบ่น ว่า “เหนียว” ไม่เข้าพวก ไม่ยอมผิดทาง!! ผู้หลักผู้ใหญ่ในแวดวงการเมืองออกปากชมแบบหมดใจว่าเป็น “คนดี”

จึงไม่ต้องสงสัยว่า เมื่อชื่อของ “อาคม เติมพิทยาไพสิฐ” ที่ถูกโยนหินถามทางมาตั้งแต่ปลายเดือนก.ย.ที่ผ่านมา จนก้าวมาถึงปัจจุบัน จึง “ถูกใจ” บรรดาภาคเอกชน ที่ออกมาขานรับกันเป็นแถว เพราะเห็นฝีไม้ลายมือกันอยู่แล้ว



ที่สำคัญ ยังตอบโจทย์ นายกฯลุงตู่ ได้เป็นอย่างดี หลายฝ่ายจึงเชื่อมั่นว่า หากเป็น “เรื่องจริง” การสานต่องานสารพัดที่คั่งค้าง จะเดินหน้าต่อเนื่องได้ทันที

อย่าลืมว่า ณ เวลานี้ ประเทศไทยอยู่ในช่วง “วิกฤติ” ที่ต้องการผู้บริหาร ที่เป็น “มืออาชีพ” มาช่วยขับเคลื่อน มาช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจโดยเร็วที่สุด

แต่ขณะเดียวกัน แม้ รมว.คลัง จะเป็นที่ถูกอกถูกใจภาคธุรกิจ ถูกใจใครหลายคน แต่รัฐบาลของลุงตู่ ก็ไม่สามารถเดินหน้าบริหารงานได้เพียงพรรคเดียว ได้เพียงใครคนใดคนหนึ่ง แต่ยังมีเพื่อนร่วมรัฐบาล มีส.ส. มีนักการเมืองทั้งตัวจริงเสียงจริง และมือสมัครเล่น ที่ต้องบริหารผลประโยชน์ให้ลงตัว

เพราะขึ้นชื่อว่ากระทรวงการคลัง กระทรวงเกรดเอ ที่ควบคุมดูแลเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ ของประเทศ อยู่แล้ว จึงหนีไม่พ้นที่ต้องผจญเผชิญแรงต้านทาน แรงเสียดทาน นี้แน่นอน!!

ต่อให้ “สัญญาใจ” ที่มีต่อนายกฯ บิ๊กตู่ จะสำคัญ และปฏิเสธ ไม่ได้เพียงใด แต่การเข้ามา “รับหน้าเสื่อ” มากอบกู้เศรษฐกิจในภาวะเช่นนี้ ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ต่อให้ “ท้าทาย” ลูกผู้ชายแห่งศรีสะเกษ ก็ตาม

สุดท้าย!! ก็ต้องรอดู รอพิสูจน์ ลูกผู้ชายตัวจริงเสียงจริงคนนี้ต่อไป ว่า “กระดูก” จะเบอร์ไหน? เพื่อทนแรงเสียดทานทางการเมือง!!.
..............................................
คอลัมน์ : เศรษฐกิจจานร้อน
โดย “ช่อชมพู” 


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    88%
  • ไม่เห็นด้วย
    13%

บอกต่อ : 123