อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม 2563

ให้คะแนนแข้งหงส์เกมจิกปืนแตก,มาเน-โกเมซฟอร์มเทพ

"เช พระราม5" ขอให้คะแนนความสามารถแข้ง "หงส์แดง" เกมเปิดรังแอนฟิลด์ไล่จิก "ปืนใหญ่" กระบอกแตก "มาเน-โกเมซ" ฟอร์มเทพที่แท้ทรู อังคารที่ 29 กันยายน 2563 เวลา 15.30 น.

จบเกมไปด้วยชัยชนะ 3-1 อย่างสวยสดงดงาม สำหรับ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ของสุดยอดกุนซือชาวเยอรมัน เจอร์เกน คลอปป์ ก่อนเกมมีหลายคนที่คาดการณ์ว่า "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล จะสร้างเซอร์ไพร้ส์ได้อีกครั้ง หลังก่อนหน้านี้ 3 นัดพวกเขาไม่เคยเพลี่ยงพล้ำต่อทีมแชมป์พรีเมียร์ลีกเลย

28 ก.ย. 2020 เสมอกัน 1-1 ก่อนชนะจุดโทษ คว้าโล่คอมมูนิตีชิลด์ไปครอง
29 ส.ค. 2020 เปิดบ้านชนะ 2-1 ในพรีเมียร์ลีก
30 ต.ค. 2019 เสมอกัน 5-5 ก่อนชนะจุดโทษ ในคาราบาว คัพ

ด้วยสไตล์การคุมทีมของ มิเกล อาร์เตตา ที่เปลี่ยนโฉมหน้า อาร์เซนอล แทบจะกลายเป็นอีกทีมหนึ่ง และดูเหมือนจะเป็นสไตล์ที่ ลิเวอร์พูล ยุค คลอปป์ แพ้ทาง จากการถอยไปรับลึก สลับกับเพรสซิ่ง ก่อนใช้จังหวะโต้กลับที่มี ปิแอร์ เอเมอริค โอบาเมยอง เป็นทีเด็ด ซึ่งเกือบจะได้ผลอีกครั้ง เพราะ "ปืนใหญ่" ขึ้นนำไปก่อนจาก อเล็กซองเดร ลากาแซตต์

แต่เหมือนเป็นการไปกระตุกขนหงส์แดง ที่หลังเสียประตูก็เดินหน้าตบเกียร์ห้าไล่บดขยี้ โบยบินจิกจนปืนกระบอกแตกละเอียด แม้จะไม่มี ติอาโก อัลคานทารา ท่ามกลางข่าวลือว่า เขาติดโควิด-19 ขณะที่แนวรุกป้ายแดงอย่าง ดีโอโก โชตา ก็ยิงประตูประเดิมนับหนึ่งให้ต้นสังกัดใหม่ได้อย่างรวดเร็วปานกามนิตหนุ่ม

สำหรับผู้เล่นที่ระเบิดฟอร์มเทพออกมาโชว์ได้ในแมตช์นี้ คงต้องยกให้ ซาดิโอ มาเน หรือ ณเดชน์ ของเด็กหงส์ทั้งหลาย ที่ปั่นป่วนแนวรับปืนโตจนแทบร้องขอชีวิต โดยเฉพาะ ร็อบ โฮลดิง ที่ตำแหน่งการยืนโชคไม่ดีต้องประจันหน้ากับ มาเน พอดิบพอดี

อีกหนึ่งหน่อที่ฟอร์มกระฉูดสุด ๆ ได้แก่ โจ โกเมซ ที่นัดชนะ เชลซี ต้องพลาดไป เพราะอาการบาดเจ็บ แต่เกมนี้กลับมาเป็นตัวจริงอีกครั้ง พร้อมฟอร์มระดับที่กองเชียร์ลืมไปเลยว่า คาลิดู คูลิบาลี คือใคร? และถ้าน้องโจเล่นได้แบบนี้ คงไม่มีใครอยากได้ คูลิบาลี หรือกองหลังคนใหม่มาเสริมทัพอีกต่อไป

ไปดูคะแนนความสามารถของแข้งหงส์แดงทุกคน ในแมตช์เปิดรังแอนฟิลด์ไล่จิกปืนใหญ่กระบอกแตกกัน (ให้คะแนนโดย "เช พระราม5")



อลิสซอน เบ็คเกอร์ : 9

โกลแดนแซมบ้าทดสอบความฟิตผ่าน ได้ลงเฝ้าเสาชนิดกองเชียร์ลุ้นกันจนเกือบวินาทีสุดท้ายก่อนประกาศ 11 ตัวจริง และเขามีส่วนสำคัญอย่างมากในการช่วยให้ ลิเวอร์พูล คว้าชัยสวย ๆ จังหวะเซฟลูกหลุดเดี่ยวของ ลากาแซตต์ ในครึ่งหลังสำคัญสุด ๆ เพราะถ้าโดนตีเสมอ 2-2 ก็ไม่รู้ว่าผลการแข่งขันจะออกไปทรงไหนกันแน่ นอกจากนั้น ยังเป็นคนสำคัญในการเซตเกมจากแดนหลัง กองหลังพึ่งพาได้เสมอ ในการคลายบอลกลับไปให้ เมื่อถูกกดดันอย่างหนัก

เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ : 8

แบ๊กขวาที่ถูกประเมินค่าตัวเอาไว้ในระดับเกิน 100 ล้านยูโร ยังคงมีเกมรับที่กระท่อนกระแท่นเหมือนเดิม รวมทั้งการจ่ายบอลเสียประปรายที่เหมือนจะกลายเป็นเครื่องหมายการค้าของเทรนต์ไปแล้ว แต่เพราะเขาต้องการสร้างเกมรุก จึงจำเป็นต้องเล่นเสี่ยงบ้าง บางครั้งก็ได้ผลดี บางครั้งก็พลาด แต่เกมรุกนั้น ระดับเกรด A เหมือนเดิม ลูกครอสให้ แอนดี โรเบิร์ตสัน ยิงนำ 2-1 ยอดเยี่ยมกระเทียมดอง แถมยังมีลูกยิงแฉลบที่ไปชนคานด้วย พลาดโอกาสใส่สกอร์อย่างน่าเสียดาย



โจ โกเมซ : 9.5

ถือเป็นเกมที่ โจ เล่นได้ดีที่สุดอีกหนึ่งเกมในสีเสื้อของหงส์แดง แข็งแกร่งแทบทุกจังหวะ กล้าเล่นกล้าลุย แม้จะทำให้กองเชียร์เสียววูบวาบในจังหวะกล้าครองบอลหลอกล่อ โอบาเมยอง กับ ลากาแซตต์ หลายต่อหลายครั้ง แต่ โจ เล่นไม่พลาดเลย ช่วยให้งานของ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ ง่ายขึ้นเยอะ แถมยังมีบอลยาวสวย ๆ อีกด้วย ด้านจังหวะบล็อกลูกยิงท้ายเกมของ อาร์เซนอล ก็ยอดเยี่ยม เพราะถ้าปล่อยให้ไล่เข้ามาเป็น 2-3 อะไรก็เกิดขึ้นได้

เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ : 8.5

ยังคงแข็งแกร่งทั่วแผ่น บัญชาการทั้งเกมรับได้อย่างยอดเยี่ยมเหมือนเดิม ขณะที่เกมรุกก็คุมจังหวะการเล่นและกำหนดทิศทางการบุกได้อย่างสุดยอดไม่เปลี่ยนแปลง อาจดูดร็อป ๆ ลงไปเล็กน้อยจากช่วงท็อปฟอร์มในซีซั่นก่อน แต่คุณภาพของเขาก็ยังคงระดับโลกแทบทุกนัด โดยเฉพาะบอลวางยาวที่แม่นยำราวกับ ซาบี อลอนโซ ในเวอร์ชั่นกองหลังตัวกลาง

แอนดี โรเบิร์ตสัน : 8.5

ความแข็งแกร่ง ดุดัน พลังม้าวิ่งไม่มีหยุด มาครบเครื่องต้มยำเหมือนเดิมสำหรับ ร็อบโบ เกมทางซ้ายแมตช์นี้ระดับโลกที่แท้ทรู เก็บ วิลเลียน หายสาบสูญไปจากเกมเลย ขณะที่เกมรุกก็เติมมาไม่หยุด ไม่มีอะไรจะบรรยายได้ นอกเหนือจากคำว่าเวิลด์คลาส

ฟาบินโญ : 8.5

นัดกับ เชลซี โชว์ฟอร์มระดับทวีปในตำแหน่งกองหลังตัวกลาง นัดนี้กับ อาร์เซนอล โชว์ฟอร์มระดับทวีปในตำแหน่งกองกลางตัวรับ ดักเก็บบอลจังหวะสองเอาไว้ได้เกือบหมด และหยุดยั้งเกมรุกของ อาร์เซนอล ได้อย่างยอดเยี่ยม อาจมีปัญหาเล็กน้อยเรื่องวิสัยทัศน์และความสร้างสรรค์ในการจ่ายบอล แต่มันไม่ใช่งานหลักของกลางรับอยู่แล้ว

นาบี เกอิตา : 7.5

วันนี้ฟอร์มอาจดูไม่โดดเด่นนัก แต่จริง ๆ หากเจาะลึกลงไปในรายละเอียด ถือเป็นเกมที่สตาฟฟ์โค้ช ตัวนักเตะ และกองเชียร์พันธุ์แท้ น่าจะพึงพอใจเป็นอย่างยิ่งกับพัฒนาการของ เกอิตา สิ่งที่เราเคยได้เห็นไปแล้ว คือการปั้นเกมรุก ความวูบวาบเวลาได้บอล แต่สิ่งที่เรายังไม่เคยเห็นเลยจากเขาในยูนิฟอร์มหงส์แดง คือความดุดัน การสู้ไม่ถอยแบบใส่หมดที่ไม่ต้องคอยระวังเรื่องร่างกาย ซึ่งเราได้เห็นจากเกมนี้ ดูเหมือนสภาพความฟิตของ เกอิตา ใกล้จะเต็มร้อยสักที หลังรอคอยกันมาอย่างยาวนาน นับตั้งแต่ย้ายมาแอนฟิลด์เมื่อปี 2018 เขาไม่เคยมีร่างกายที่สมบูรณ์พร้อมเลย พอฟิตขึ้นมาได้ระดับ 80% ก็มีอาการเจ็บรบกวน ต้องถอยไปเริ่มต้นใหม่อีก วนลูปอยู่แบบนั้นมา 2 ปีเต็ม ๆ จากนี้ถ้าไม่เจ็บอีก เชื่อว่าเราจะได้เห็นอะไรดี ๆ จาก เกอิตา อีกเยอะ

จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม : 8

จินี เริ่มต้นเกมด้วยการรับบทบาทตัวคุมเกมคุมพื้นที่ คอยดึงจังหวะเกมให้ช้าและแน่นอน ถือเป็นบทบาทที่อาจสร้างความหงุดหงิดให้กับแฟนบอล แต่เขาก็ทำหน้าที่ได้อย่างดีเยี่ยมเหมือนเดิม จน เจมส์ มิลเนอร์ ถูกส่งลงมาแทน เกอิตา เหมือนเป็นการติดปีกให้กับ จินี เพราะเขาได้ถูกปรับบทบาทให้มีอิสระในการเล่นมากขึ้น เราจึงได้เห็นกองกลางชาวดัตช์วิ่งเต็มเกมรุกอย่างเมามันส์ ดูเขาสนุก เล่นได้มีสีสัน กองเชียร์ก็แฮปปี้กับเขามากขึ้น ถือเป็นผู้ปิดทองหลังพระที่แท้ทรู



โมฮาเหม็ด ซาลาห์ : 8.5

แม้จะยิงไม่ได้ แต่ โม ปั่นป่วนแนวรับอาร์เซนอลได้แทบจะตลอดเวลาทุกครั้งที่ได้บอล วางบอลยาวไปที่เขา ฝากบอลไปที่เขา ไม่มีผิดหวัง ถือเป็นช่วงเวลาที่ ซาลาห์ ท็อปฟอร์มอย่างแท้จริง อาจไม่ได้ดูวูบวาบเหมือนแต่ก่อน แต่มีความแน่นอนมากขึ้น เสียบอลยากขึ้น มีประสิทธิภาพสูงขึ้น เล่นเป็นทีมมากขึ้น และมีประโยชน์มากขึ้น แถมยังผลิตสกอร์ได้เรื่อย ๆ ด้วย เป็นคนที่ขาดไม่ได้จริง ๆ เสียดายจังหวะไปกั๊กกับ โชตา ก็เลยพลาดโอกาสใส่สกอร์ไป ทว่า ลูกมุดหลบ คีแรน เทียร์นีย์ เข้าไปยิงติดเซฟ แบรนด์ เลโน ออกมาให้ มาเน ซ้ำเข้าไปง่าย ๆ ถือเป็นจังหวะสุดสำคัญที่ช่วยให้ทีมตีเสมอได้เร็ว เพราะหากถูกนำไปนาน ๆ ก็ไม่รู้ว่าผลการแข่งขันจะเป็นอย่างไรกันแน่

โรแบร์โต ฟีร์มิโน : 7

ฟีร์มิโน ยังคงรับหน้าที่เชื่อมเกมจากกลางไปหน้าได้อย่างยอดเยี่ยมเหมือนเดิม รวมถึงเป็นตัวประสานระหว่าง โม กับ มาเน ได้ชนิดไร้ที่ติ แต่ดูเหมือนมาตรฐานการเล่นของเขาจะตกลงมาสักพักใหญ่ ๆ ได้แล้ว แถมเรื่องจบสกอร์นี่หนักเลย ทว่า เราต้องยอมรับว่า เขาปรับบทบาทไปเป็นตัวจ่ายมากขึ้น ขณะที่ตัวจ่ายบอลคุณภาพกลับมาให้เขา นาน ๆ จะเกิดขึ้นสักครั้ง ส่งผลให้สนิมเริ่มเกาะกลไกการสับไกของ บ๊อบบี หากเขาจะดื้อหันมายิงเองมากขึ้น อาจส่งผลดีต่อตัวเขาเอง รวมทั้งลดเสียงวิจารณ์จากแฟนบอลลงไปได้ แต่ ฟีร์มิโน ไม่ได้สนใจเสียงวิจารณ์แง่ลบ เขายังคงก้มหน้าก้มตาคอยสร้างพื้นที่ว่าง ดึงกองหลัง ดึงตัวประกบ และคอยจ่ายบอลให้ โม กับ มาเน ยิงต่อไป



ซาดิโอ มาเน : 9.5

เอา MOM ไปครอง ฟอร์มของ มาเน วันนี้ จี๊ดจ๊าดสะใจกองเชียร์สุด ๆ อาจเพราะเจอคู่ต่อกรที่ช้ากว่าอย่าง โฮลดิง ขณะที่ เอคตอร์ เบเญริน ก็เป็นแบ๊กที่มีแต่ความเร็ว เกมรับไม่ดีอยู่แล้ว จึงทำให้ มาเน โดดเด่นเป็นสง่าที่สุดในทีม นอกเหนือจากยิงประตูตีเสมอสุดสำคัญ เขาสร้างความปวดหัวให้กับผู้เล่นของ อาร์เซนอล แทบทั้งทีม ทุกครั้งที่ได้บอล ดูเหมือนจะไม่มีใครหยุดยั้งเขาได้เลย โชว์ผลงานระดับโลกให้ทุกคนได้ประจักษ์กันอีกครั้งในเกมนี้
----------------------
ตัวสำรอง



ดีโอโก โชตา : 8

ลงมาสร้างความวูบวาบได้เป็นอย่างดี แถมยังยิงประตูนับหนึ่งให้ตัวเองกับ ลิเวอร์พูล ได้ด้วย จริง ๆ มีโอกาสงาม ๆ ที่ควรจะเป็นแฮตทริกได้เลย แต่การเพิ่งย้ายทีมมา กำลังอยู่ในช่วงปรับตัว เล่นได้ระดับนี้ก็ถือว่ายอดเยี่ยมมากแล้ว

เจมส์ มิลเนอร์ : 7

ลงมาคุมเกม ช่วยปัดกวาดในแดนกลาง ใช้ความเก๋ารักษาสกอร์ได้เปรียบ เพื่อนำชัยชนะมาสู่ทีม

ทาคูมิ มินามิโนะ : ไม่สามารถให้คะแนนได้

ถูกใช้เป็นโควตาเปลี่ยนตัวเพื่อฆ่าเวลาเท่านั้น

เช พระราม5

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 62