อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 5 ธันวาคม 2563

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 5 ธันวาคม 2563

5ปมใหญ่ทำไม'ตำรวจ' ไม่อยากเป็น'พนักงานสอบสวน'

"สน.รอตรวจ" โดย "บิ๊กสลีป" อยากจะไขข้อข้องใจว่าทำไมและเพราะอะไร ตำรวจส่วนใหญ่ถึงไม่อยากมีตำแหน่งเป็น "พนักงานสอบสวน" ศุกร์ที่ 2 ตุลาคม 2563 เวลา 12.00 น.


อย่าอวดฉลาด...อย่าอวดรู้...อย่าอวดเก่ง...อย่าอวดดี...อย่าอวดเด่น...อย่าอวดผลงาน...อย่าอวดรวย...อย่าอวดความลับ เพราะการโอ้อวดสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ทำให้ดูดีขึ้นมา หนำซ้ำยังอาจจะย้อนกลับมาทำร้ายตัวเราเองได้อีกด้วย

คงจะเคยเห็นข่าวมาบ้างไม่มากก็น้อย สำหรับเหตุการณ์เจ้าหน้าที่ตำรวจโดยเฉพาะตำแหน่ง "พนักงานสอบสวน" เกิดความเครียดสะสมจนทำร้ายตัวเอง ทำร้ายคนในครอบครัว หนักที่สุดก็คือตำรวจนายนั้น "คิดสั้น" ฆ่าตัวตาย หรือไม่บางนายก็ขอเกษียณอายุราชการไปก่อนกำหนด

มันจึงกลายเป็นตำแหน่งต้องคำสาปที่ตำรวจส่วนใหญ่ไม่อยากอยู่ในตำแหน่งนั้น เพราะอะไร ทำไม ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ในปัจจุบันถึงไม่อยากไปดำรงตำแหน่งเป็น "พนักงานสอบสวน" หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า "ร้อยเวร" หรือ "สารวัตรเวร" 



เหตุผลที่ตำรวจไม่อยากเป็นพนักงานสอบสวน หรือถ้าเป็นพนักงานสอบสวนอยู่แล้วก็พยายามวิ่งเต้นขอโยกย้ายไปอยู่หน่วยอื่น เท่าที่ "บิ๊กสลีป" สัมผัสมาทั้งชีวิตมันมีสาเหตุสำคัญมาจาก 4 ข้อใหญ่ๆ

1.ความเครียดในการทำงาน - อย่างที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าพนักงานสอบสวนงานค่อนข้างหนัก เนื่องจากตำแหน่งนี้นั้นมันหมายถึงต้นทางของกระบวนการยุติธรรม คดีต่างๆพนักงานสอบสวนต้องแบกความเครียดจากคู่กรณีทั้ง 2 ฝั่ง เวลาในการทำสำนวนก็ถูกจำกัดเวลา หากช้าก็จะโดนทวงถามว่าไม่คืบหน้า ยิ่งคดีใหญ่ๆก็ยิ่งซับซ้อนมากขึ้น เช่น ถูกเวลาบังคับบีบให้ต้องยื่นฟ้อง เวลาจะขอข้อมูลหรือหลักฐานต่างๆจากหน่วยงานอื่นๆก็ยากเย็น ทุกอย่างต้องรอเวลาไปเสียหมด นี่ยังไม่นับรวมถึงคดีเฉพาะหน้าที่เกิดเป็นข่าวใหญ่ข่าวดัง เพราะผู้บังคับบัญชาก็จะจี้ลงมาให้เร่งรัดทำคดีนี้ก่อน เพิ่มพูนจนกลายเป็นสำนวนคดีล้นมือ กระทั่งเกิดความเครียดสะสม

2.ความเจริญก้าวหน้า - หากเป็นสมัยก่อนมีแค่พนักงานสอบสวน ที่ถือว่าเป็นแท่งของงานสอบสวนก็คงจะไม่เท่าไรในการที่จะเจริญก้าวหน้าต่อไปได้เพราะพนักงานสอบสวนก็แค่ต้องแข่งขันกันเอง แต่กับปัจจุบันมันไม่ใช่ เนื่องจากพอมีการทุบแท่งงานสอบสวนนี้ออกไป มันทำให้สายงานอื่นสามารถเข้ามาแย่งมาแข่งมาเป็นพนักงานสอบสวนได้ ปัญหาที่ตามมาคือคนจากสายงานอื่นมักจะทำงานไม่เป็น หรือไม่มีความรู้ด้านงานสอบสวนเท่าใด สุดท้ายพนักงานสอบสวนแต่ดั้งเดิมก็ต้องถูกสั่งให้มาทำคดีอยู่ดี สร้างความน้อยเนื้อต่ำใจเข้าไปอีก



3.เสี่ยงถูกร้องเรียนง่าย - ข้อนี้ตรงไปตรงมาพอสมควร พนักงานสอบสวนต้องทำคดีให้กับคู่กรณีที่มีปัญหากัน และมันก็ต้องมีทั้งผู้ที่ได้ประโยชน์กับเสียประโยชน์ ถ้าฝ่ายที่เสียประโยชน์รู้สึกว่าพนักงานสอบสวนเอนเอียงและไม่ให้ความเป็นธรรม ก็จะนำมาสู่การร้องเรียน ซึ่งการร้องเรียนนี่แหละคือปัญหาใหญ่ เนื่องจากตามกฎข้อบังคับของตำรวจ หากพนักงานสอบสวนนายใดโดนร้องเรียนจะมีผลต่อการพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายทันที ทั้งๆที่การร้องเรียนนั้นจะยังไม่มีข้อเท็จจริงที่สรุปออกมาแล้วก็ตามแต่ พูดง่ายๆคือมีสำนวนคดีอยู่ในมือ 20 คดี ในจำนวนนี้ถูกร้องเรียน 5 คดี แค่นี้ก็ระทมกบาลหนักแล้ว

4.ค่าตอบแทนไม่คุ้ม  - อย่างว่าเมื่อเราทำงานหนักค่าตอบแทนก็ต้องคุ้มค่า แต่พนักงานสอบสวนมีค่าตอบแทนค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับความเหนื่อยล้าทั้งร่างกายและสมองในการทำคดี ถึงแม้ว่าจะได้ค่าสำนวน ได้เงินค่าตำแหน่ง แต่ถ้าเปรียบเทียบกับงานที่ต้องรับผิดชอบสูง มีเอกสารแต่ละคดีเป็นปึกๆ พนักงานสอบสวนจะรู้สึกทันทีว่ามันไม่เหมาะสมกันอยู่ดี



5.โยกไปฝ่ายอื่นยาก - อันนี้คำตอบชัดเจนในตัว เนื่องจากตำแหน่งพนักงานสอบสวนในปัจจุบันมีน้อย หรือจะเรียกว่าค่อนข้างหายากก็คงไม่เกินไปนัก ทำให้โอกาสจะได้ไปเติบโตในสายงานฝ่ายอื่นลำบาก ถึงขนาดที่ว่าพนักงานสอบสวนยังถูกสั่งห้ามไปช่วยราชการอีกต่างหากด้วย ไม่เหมือนกับฝ่ายอื่นๆที่สามารถวิ่งเต้นขอโยกย้ายไปช่วยราชการได้

"บิ๊กสลีป" มั่นใจว่ายังมีพนักงานสอบสวนอีกมากที่ภาคภูมิใจในตำแหน่งหน้าที่การงานแบบนี้ และก็คงมีตำรวจฝ่ายอื่นอีกไม่น้อยที่รู้สึกถึงความน่ากลัวของตำแหน่งพนักงานสอบสวนจนไม่อยากจะเป็น ซึ่ง 5 ข้อปมเหตุข้างต้นเป็นข้อสำคัญใหญ่ๆที่จับต้องได้ ยังไม่นับรวมถึงสาเหตุรายละเอียดยิบย่อยเล็กๆน้อยๆอีกนะ คงต้องฝากถึงแม่ทัพสีกากีคนใหม่อย่าง "บิ๊กปั๊ด" พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ที่เพิ่งจะรับตำแหน่งอย่างเป็นทางการไปสดๆร้อนๆ ให้กลับมาสนใจในเรื่องนี้อีกครั้ง เพื่อล้างอาถรรพณ์ความน่ากลัวให้กับตำแหน่ง..พนักงานสอบสวน.


ประชาสัมพันธ์ตำรวจ



เลี้ยงส่งเกษียณ
พ.ต.ต.ศราวุฒิ ทองใย สว.ส.ทล.3 กก.3 บก.ทล.(ระยอง) เป็นประธานร่วมจัดงานเลี้ยงเกษียณราชการเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงระยอง จากวันที่ภาคเพียร สู่วันเกษียณที่ภาคภูมิ โดยสถานีตำรวจทางหลวงระยอง เกษียณราชการ 3 นาย ตำแหน่ง รองสว.ฯ ได้แก่ ร.ต.อ.อานุภาพ รอดสว่าง ร.ต.อ.ประสิทธิ์ ทรัพย์ต่าย ร.ต.อ.ศักดา แทนเดช ซึ่งมีข้าราชการตำรวจทางหลวงระยองในบ้านพักตำรวจเข้าร่วมงานเลี้ยงเกษียณอายุราชการ ด้วยบรรยากาศชื่นมื่น ณ บ้านพักข้าราชการตำรวจทางหลวงระยอง




ยินดีรับตำแหน่งใหม่
ที่หน้ากองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสระแก้ว (บก.ภ.จว.สระแก้ว) ต.ท่าเกษม อ.เมือง พ.ต.อ.สมพล วงศ์ศรีสุนทร รอง ผบก.ภ.จว.สระแก้ว พร้อมด้วย รองผู้บังคับการ ผู้กำกับการสถานี และข้าราชการตำรวจในสังกัด ร่วมแสดงความยินดีมอบดอกไม้ เนื่องในโอกาสที่  พล.ต.ต.ปราศรัย จิตตสนธิ ผบก.ภ.จว.สระแก้ว ได้รับโปรดเกล้าฯ ให้รับดำรงตำแหน่ง ผบก.น.1 ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2563 เป็นต้นไป




อบรมกฎหมายจราจร
พ.ต.ท.ก้องเกียรติ ตั้งกิติกุล รอง ผกก.ป.สภ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี  ร่วมกับ นางรำไพ จัดภัย ผู้อำนวยการ โรงเรียนเทศบาล 1 ตลาดบางลี่ (พานิชอุทิศ) จัดอบรมตามโครงการให้ความรู้กฎหมายจราจร เพื่อเสริมสร้างวินัยจราจร และฝึกอบรมการปฏิบัติตามทัศนสัญญาณมือให้กับนักเรียนโรงเรียนเทศบาล 1 ตลาดบางลี่ (พานิชอุทิศ) โดยมี ร.ต.อ.ชุมพล โพธิ์ลาดพร้าว รอง สว.จร. และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสายตรวจจราจร ตำรวจชุดจิตอาสา ตำรวจชุดชุมชนสัมพันธ์ เป็นวิทยากรบรรยายให้ความรู้กฎหมายจราจร เพื่อเสริมสร้างวินัยจราจรให้กับนักเรียน




ส่งมอบธงประจำหน่วย
ที่บริเวณลานหน้าตำรวจภูธรจังหวัดเพชรบุรี อำเภอเมืองเพชรบุรี พล.ต.ต.เทียนชัย คามะปะโส ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเพชรบุรี จัดพิธีส่งมอบหน้าที่การบังคับบัญชาและธงประจำหน่วย ให้แก่ พล.ต.ต.อุทัย กวินเดชาธร ผู้บังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน ซึ่งมาดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเพชรบุรี (คนใหม่) สืบเนื่องจาก พล.ต.ต.เทียนชัย เกษียณอายุราชการ ในตำแหน่งผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเพชรบุรี โดยมีข้าราชการตำรวจในสังกัดเข้าร่วมพิธี




ร่วมต้อนรับผู้ว่าฯ
พล.ต.ต.ชาคริต สวัสดี ผบก.ภ.จว.ฉะเชิงเทรา พร้อมด้วย พ.ต.อ.นเรวิช สุคนธวิท พ.ต.อ.ชาตรี สุขศิริ พ.ต.อ.ธราเทพ ตูพานิช พ.ต.อ.โสฬส เอี่ยมสะอาด รอง ผบก. ให้การต้อนรับ นายไมตรี ไตรติลานันท์ ผวจ.ฉะเชิงเทรา และนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ อำนวยความสะดวกการจราจร ในโอกาสที่เดินทางมาทำงานวันแรก ณ จวน ผวจ.ฉะเชิงเทรา




มอบเบี้ยยังชีพ
ที่หน้าเสาธง สภ.ศรีบุญเรือง จังหวัดหนองบัวลำภู พ.ต.อ.อัษดิน สมศรี ผกก.สภ.ศรีบุญเรือง พร้อมข้าราชการตำรวจ สภ.ศรีบุญเรือง ทุกนาย และคณะแม่บ้านตำรวจได้จัดพิธีมุทิตาจิตเกษียณอายุราชการ ข้าราชการตำรวจ (เกษียณอายุราชการ และเข้าร่วมโครงการปรับเปลี่ยนกำลังพล) ได้แก่ ร.ต.อ.เสถียร ป้องคำ ร.ต.อ.วีระ ทาภักดี  ร.ต.อ.สถิต ยุบลเลิศ และ ด.ต.โยคิน กัปโก โดยได้ร่วมกันไหว้พระสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำโรงพัก ร่วมกันเคารพธงชาติและพิธีลอดซุ้มกระบี่ หลังจากนั้น ผกก.สภ.ศรีบุญเรือง ได้มอบเบี้ยยังชีพให้แก่ ข้าราชการตำรวจทุกนาย 


*************************************
คอลัมน์   :    สน.รอตรวจ
โดย       :     บิ๊กสลีป


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%