อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 26 ตุลาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 26 ตุลาคม 2563

รถไฟทางคู่สายใต้ใกล้70% อดใจรอวิ่งฉิว6ชม.ถึงชุมพร

นายนิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย ไล่เรียงสาเหตุที่ทำให้ภาพรวมโครงการล่าช้ามาจากบางพื้นที่ต้องปรับแบบการก่อสร้าง เช่น ที่ จ.ราชบุรี พบระเบิดอยู่ในแม่น้ำแม่กลอง หากจะกู้ระเบิดต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 2 ปี อังคารที่ 22 กันยายน 2563 เวลา 08.00 น.


ติดตามการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) จัดกิจกรรมสื่อมวลชนสัญจรรถไฟทางคู่สายใต้(นครปฐม –หัวหิน-ประจวบคีรีขันธ์) เมื่อวันที่ 18-19 .. ที่ผ่านมา พร้อมพาชมจุดไฮไลต์การก่อสร้าง สะพานขึงรถไฟแห่งแรกของไทย ซึ่งการรถไฟฯ มั่นอกมั่นใจว่าจะสร้างเสร็จปลายปี 64 พร้อมเปิดบริการประชาชนปี 65





ภาพรวมโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่สายใต้ ช่วงนครปฐม-ชุมพร ระยะทาง 421 กิโลเมตร (กม.) วงเงิน 3.39 หมื่นล้านบาท ได้ผลงานรวมแล้ว 67.05% ล่าช้ากว่าแผน 7.89% แจกแจงรายละเอียดทั้ง 5 สัญญา เริ่มจากสัญญาที่ 1 นครปฐม-หนองปลาไหล 93 กม. บริษัท เอ.เอส.แอสโซซิเอท เอนยิเนียริ่ง 1964 จำกัด เป็นผู้รับจ้าง คืบหน้า 68.93% เร็วกว่าแผน 0.21%, สัญญาที่ 2 หนองปลาไหล-หัวหิน 76 กม. บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด เป็นผู้รับจ้าง คืบหน้า 72.05% เร็วกว่าแผน 2.70%

สัญญาที่ 3 หัวหิน-ประจวบคีรีขันธ์ 84 กม. บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้รับจ้าง คืบหน้า 74.39% เร็วกว่าแผน 0.25%, สัญญาที่ 4 ประจวบคีรีขันธ์-บางสะพานน้อย 88 กม. กิจการร่วมค้า เคเอส-ซี เป็นผู้รับจ้าง คืบหน้า 65.13% ล่าช้ากว่าแผน 30.59% และสัญญาที่ 5 บางสะพานน้อย-ชุมพร 80 กม. กิจการร่วมค้า เอสทีทีพี เป็นผู้รับจ้าง คืบหน้า 55.72% ล่าช้ากว่าแผน 15.66% ทั้งหมดจะก่อสร้างแล้วเสร็จปลายปี 64 พร้อมเปิดบริการประชาชนปี 65



นายนิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการการรถไฟฯ ไล่เรียงสาเหตุที่ทำให้ภาพรวมโครงการล่าช้ามาจากบางพื้นที่ต้องปรับแบบการก่อสร้าง เช่น ที่ จ.ราชบุรี พบระเบิดอยู่ในแม่น้ำแม่กลอง หากจะกู้ระเบิดต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 2 ปี และเป็นสิ่งที่รอไม่ได้ จึงต้องออกแบบใหม่ ขณะเดียวกันบางพื้นที่ก็ติดปัญหาผู้บุกรุก โดยเป็นปัญหาที่สะสมมาอย่างยาวนาน

รวมทั้งยังต้องแก้ปัญหา 10 จุดตัดสำคัญใน จ.เพชรบุรี เพื่อพยายามลดอุบัติเหตุให้เป็นศูนย์ ซึ่งยังมีความคิดเห็นที่หลากหลาย บางส่วนอยากให้ทำทางรถไฟยกระดับ ขณะที่บางส่วนอยากให้เป็นถนนลอดใต้สะพานทางรถไฟ (Underpass) และสะพานข้ามทางรถไฟ (Overpass) ไปเลย เวลานี้สามารถเคลียร์ทุกปัญหาจบแล้ว และกำลังเร่งดำเนินการในส่วนที่ล่าช้าให้เป็นไปตามแผนโดยเร็วที่สุด



นายนิรุฒ กล่าวอีกว่า สำหรับการก่อสร้างสะพานขึงรถไฟข้ามแม่น้ำแม่กลอง ของสัญญาที่ 1 ช่วงนครปฐม-หนองปลาไหล ซึ่งเป็นจุดไฮไลต์สำคัญของโครงการรถไฟทางคู่สายใต้นั้น ภาพรวมการก่อสร้างคืบหน้า 30% เริ่มเจาะเสาเข็ม เพื่อก่อสร้างฐานรากฝั่งค่ายภาณุรังษีแล้ว คาดว่าการก่อสร้างสะพานขึงจะแล้วเสร็จประมาณปลายปี 64 อย่างไรก็ตามระหว่างการก่อสร้างโครงการรถไฟทางคู่สายใต้ อาจทำให้การเดินรถของขบวนรถไฟปกติของสายใต้ต้องมีความล่าช้าออกไปบ้าง เพราะบางพื้นที่เมื่อเข้าจุดก่อสร้างต้องมีการชะลอความเร็วรถ ซึ่งเวลานี้มีเสียงบ่นจากผู้โดยสารเข้ามามาก โดยทาง รฟท. ต้องขออภัยด้วย และจะพยายามบริการจัดการให้รถไฟดีเลย์(ล่าช้า)ในการเดินรถให้น้อยที่สุด

ปัจจุบันเส้นทางรถไฟจากกรุงเทพฯ-ชุมพร เป็นทางเดี่ยว ใช้เวลาเดินทางประมาณ 8 ชม. หากก่อสร้างรถไฟทางคู่เสร็จจะใช้เวลาเพียง 6 ชม. รองรับขบวนรถเพิ่มขึ้นได้ไม่น้อยกว่า 2 เท่าตัว รวมทั้งแก้ไขปัญหาจุดตัดทางรถไฟช่วยลดอุบัติเหตุเพิ่มความรวดเร็วและความตรงเวลาในการเดินขบวนรถไฟ





สำหรับสะพานขึงข้ามรถไฟแม่น้ำแม่กลอง ตั้งอยู่บริเวณ อ.เมือง จ.ราชบุรี คู่ขนานกับสะพานจุฬาลงกรณ์ ถือเป็นสะพานขึงรถไฟแห่งแรก และมีความยาวที่สุดในประเทศไทย มีรูปแบบ Extradosed ไม่มีเสาตรงกลางแม่น้ำ เป็นทางเดี่ยว มีความยาว 160 เมตร และมีความสูง 16 เมตร นับจากสันรางถึงยอดสูงสุดของเสากระโดงที่รั้งสายเคเบิล

นอกจากนี้รฟท.ยังมีแผนจัดหารถโบกี้บรรทุกตู้สินค้า(บทต.) หรือแคร่ขนสินค้า 965 คัน นำมาให้บริการขนส่งสินค้าผ่านตู้คอนเทเนอร์ หวังขยายตลาดการขนส่งสินค้าและเร่งหารายได้ให้มากขึ้น โดยรุกธุรกิจไปยังการขนส่งสินค้าและพัสดุมากขึ้น เบื้องต้นได้หารือผู้ประกอบการเกลือ เพื่อทดลองขนส่งเกลือจาก จ.นครราชสีมา มายังนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จ.ระยอง ตั้งเป้าหมายในปีแรกนี้จะขนส่งเกลือราว 4 แสนตัน นอกจากนี้ยังเตรียมลงนามความร่วมมือ (MOU) ด้านการขนส่งพัสดุกับไปรษณีย์ไทย ซึ่งมีอัตรากำไรเบื้องต้น (Margin) มากกว่าการขนส่งสินค้า



นายสุจิตต์ เชาว์ศิริกุล รองผู้ว่าการ รฟท. ให้รายละเอียดว่า รฟท.จำเป็นต้องเร่งโครงการจัดหาแคร่สินค้า 965 คัน เพื่อให้ทันกับการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ระยะที่ 1 จำนวน 7 เส้นทางที่จะแล้วเสร็จทั้งหมดในปี 65 เนื่องจากเมื่อทางคู่แล้วเสร็จ จะมีสถานีเก็บและกระจายตู้สินค้า (CY) เพิ่มจำนวนมากตามแนวเส้นทางคู่ เพื่อรองรับการให้บริการขนส่งสินค้าทางคอนเทเนอร์ โครงการนี้จะใช้เงินลงทุนจัดหาประมาณ 2-2.2 พันล้านบาท ได้เสนอเรื่องไปกระทรวงคมนาคมเพื่อพิจารณาแล้ว หากเห็นชอบจะเสนอขอความเห็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง วางเป้าหมายเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.) พิจารณาอนุมัติภายในปีนี้ และเปิดประมูลภายในปี 64 เริ่มทยอยรับมอบลอตแรกในปี 65

นอกจากนี้ยังมีโครงการจัดหารถดีเซลรางเชิงสังคม 216 คันวงเงิน 1.62 หมื่นล้าน และ โครงการจัดหารถดีเซลรางโดยสารแบบชุด 273 ตู้ วงเงิน 9.5 พันล้าน-1.63 หมื่นล้านบาท ตามแผนพัฒนารฟท.ระยะ 5 ปี 64-68 ในส่วนของรถดีเซลรางโดยสารแบบชุดอยู่ระหว่างรอเสนอบอร์ด รฟท. พิจารณา

อีกความคืบหน้าของระบบราง ที่จะยกระดับและพลิกโฉมการเดินทางของประชาชนให้รวดเร็วสะดวกสบายและปลอดภัยยิ่งขึ้น
.................................
คอลัมน์ : มุมคนเมือง
โดย "เทียนหยด"


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 166