อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม 2563

มหากาพย์ ความหวัง ปฏิรูปตำรวจ ทำได้จริง?

ปฏิรูปตำรวจ ไม่เพียงแค่ประชาชนที่เฝ้ารอแต่ตำรวจเองก็น่าจะคาดหวังและติดตามการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นกับองค์กรหลังจากนี้เช่นกัน เสาร์ที่ 19 กันยายน 2563 เวลา 12.05 น.

เป็นอีกเรื่องราวมหากาพย์สำหรับการ“ปฏิรูปองค์กรตำรวจ”ข้อเรียกร้องที่ได้ยิน ได้ฟัง และพยายามผลักดันกันมานานหลายยุคหลายสมัย มีการตั้งคณะทำงานชุดแล้วชุดเล่า หนึ่งในคณะทำงานต้นตำรับระดับตำนาน เพราะหลายข้อเสนอแนะที่มีการขับเคลื่อนอยู่ในปัจจุบันไม่ได้แตกต่างคือแนวทางการปรับโครงสร้างตามข้อเสนอของคณะกรรมการพัฒนาระบบตำรวจ เมื่อปี 2550 ที่มีพล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร อดีตรองอธิบดีกรมตำรวจ เป็นประธาน

ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา แม้ยังห่างไกลเป้าหมายแต่การที่คณะรัฐมนตรี(ครม.)มีมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. ....ตามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) เสนอปรับปรุงพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 ถือเป็นความเคลื่อนไหวก้าวสำคัญที่น่าจับตาว่าการปฏิรูปตำรวจในฝันครั้งนี้ จะไปได้ไกลแค่ไหน จะเกิดขึ้นจริงได้หรือไม่ เพราะต้องยอมรับผ่านมาหลายปี หลายรัฐบาล แม้จะเป็นจุดเดิมๆที่เห็นควรแก้ไขไม่ต่างกัน แต่สุดท้ายก็ยังไปได้ไม่สุดทาง



กระทั่งเมื่อปี 2560 มีการตั้งคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม(ตำรวจ) มีพล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ เป็นประธาน เดินหน้าขับเคลื่อนแผนปฏิรูปตำรวจอีกครั้งจนนำมาสู่กรอบปฏิรูป 3 ด้านในขณะนั้น คือ 1.ด้านการบริหารงานบุคคล เช่น การแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจอย่างเป็นธรรม 2.ด้านอำนาจหน้าที่และภารกิจตำรวจ เน้นการกระจายอำนาจ ให้มีคณะกรรมการอิสระเพื่อพิจารณาเรื่องร้องเรียนตำรวจ 3.ด้านการบังคับใช้กฎหมายและการสอบสวน

หลังเงียบหายไปพักใหญ่ ความคืบหน้าล่าสุดการปฏิรูปตำรวจได้ข้อสรุปประเด็นแก้ไข 3 เรื่องสำคัญครม.แถลงออกมา คือ1.การบริหารงานบุคคลของข้าราชการตำรวจแบ่งสายงานให้สามารถเติบโตในสายงานนั้นตามความรู้ความชำนาญ แบ่งเป็น 5 กลุ่มสายงาน ซึ่งเดิมไม่มีกำหนดไว้ ดังนี้ สายงานบริหาร,สายงานอำนวยการและสนับสนุน ,สายงานสอบสวน ,สายงานป้องกันและปราบปราม และกลุ่มสายงานวิชาชีพเฉพาะ การแต่งตั้งและเลื่อนตำแหน่งจะมีกระบวนชัดเจนคำนึงถึงลำดับอาวุโส ควบคู่ ความรู้ความสามารถ และความพึงพอใจของประชาชน โดยจะกำหนดหลักเกณฑ์ประเมินที่ชัดเจน ลดการใช้ดุลพินิจของผู้บังคับบัญชา นอกจากนี้ให้กำหนดหลักเกณฑ์เป็นการเฉพาะสำหรับการแต่งตั้ง และเลื่อนตำแหน่งสายงานสอบสวน

2.ปรับปรุงระบบคณะกรรมการ ยกเลิกคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ(ก.ต.ช.)ให้เหลือเพียง“คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ”(ก.ตร.)ทำหน้าที่กำหนดนโยบายและยุทธศาสตร์และกำกับดูแลครอบคลุมทั้งระบบ และให้มีคณะกรรมการ พิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการตำรวจเพื่อให้เป็นที่พึ่ง ปลดทุกข์ปัญหาที่เกิดจากผู้บังคับบัญชา, ให้มีคณะกรรมการพิจารณาเรื่องร้องเรียนตำรวจ เพื่อแก้ไขปัญหาของประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากการปฏิบัติหน้าที่ 3.เพิ่มประสิทธิภาพให้บริการประชาชน ปรับปรุงการจัดระเบียบราชการใหม่ โดยแบ่งออกเป็น ระดับกองบังคับการตำรวจนครบาล , ตำรวจภูธรจังหวัด และสถานีตำรวจ(จากเดิมแบ่งเป็น สำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และกองบัญชาการ)เพื่อให้ทำงานใกล้ชิดประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ กำหนดให้ท้องถิ่นมีส่วนร่วมในกิจการตำรวจ โดยการให้เงินอุดหนุนแก่สถานีตำรวจเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติหน้าที่ร่วมกับท้องถิ่น สอดคล้องกับความต้องการในแต่ละพื้นที่



นอกจากประเด็นหลัก มีหลายประเด็นในรายละเอียดที่น่าสนใจและยังคงมีข้อคิดเห็นที่แตกต่างในการปรับเปลี่ยน เช่น การกำหนดให้มีข้าราชการตำรวจทั้งที่ยศ และไม่มียศ ซึ่งในมุมของตำรวจมองว่าการมียศยังจำเป็นเพราะจะทำให้เกิดแรงจูงใจ , การโอนย้ายบางภารกิจไปยังส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เช่น ตำรวจรถไฟ ตำรวจปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

การปฏิรูปตำรวจครั้งนี้จะพลิกโฉมหน้ากระบวนการยุติธรรมไปได้มากน้อยแค่ไหน ยังมีโอกาสปรับเปลี่ยนได้อีกในชั้นการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งต้องภาวนาให้การปฏิรูปที่ค้างๆคาๆสำเร็จสักที ที่สำคัญต้องไม่ลืมหัวใจการปฏิรูปที่ต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลงที่“ดีขึ้น”ขององค์กรผู้พิทักษ์


ทีมข่าวอาชญากรรม รายงาน
crimedn@dailynews.co.th

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 93