อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม 2563

ราคาLNGจะสูงขึ้นแน่ในอนาคต

แวดวงพลังงานหลายคนกำลังมีคำถามถึงแผนการนำเข้าก๊าซแอลเอ็นจีในอนาคตจะเป็นอย่างไร หาตำตอบได้ในคอลัมน์พลังงานรอบทิศ โดยอ.มนูญ ศิริวรรณ ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงาน พฤหัสบดีที่ 17 กันยายน 2563 เวลา 18.20 น.


ตามแผนการจัดหาก๊าซธรรมชาติ (Gas Plan) ของกระทรวงพลังงาน ให้สอดคล้องกับแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ พ.ศ.2561-2580 หรือแผน PDP 2018 ได้ระบุว่าประเทศไทยจะมีความต้องการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) สูงถึง 34 ล้านตัน/ปี ในปีพ.ศ. 2579 หรืออีก 16 ปีนับจากนี้ไป

ราคา LNG ในปัจจุบันถูกกว่าในอดีตมาก สาเหตุสำคัญเป็นเพราะมีการค้นพบแหล่งก๊าซธรรมชาติขนาดใหญ่แหล่งใหม่ๆเพิ่มขึ้นทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีการค้นพบ Shale Oil/Shale Gas ทำให้สหรัฐเปลี่ยนจากประเทศที่ต้องพึ่งพาพลังงานนำเข้า กลายเป็นประเทศผู้ส่งออกพลังงานรายใหญ่ทั้งน้ำมันและก๊าซอย่างในปัจจุบัน

ก๊าซธรรมชาติ (Natural Gas) ในสหรัฐเคยมีราคาสูงถึง $12.69/ล้านบีทียู ในตลาด Henry Hub เมื่อเดือนมิ.ย. ปีพ.ศ. 2551 (12 ปีที่แล้ว) แต่ปัจจุบันราคาลดลงมาอยู่ที่ระดับต่ำที่สุดที่ $1.77/ล้านบีทียู เมื่อเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา

นอกจากปริมาณการจัดหา (Supply) จะเพิ่มขึ้นแล้ว ความต้องการ (Demand) ก๊าซธรรมชาติยังถูกกดดันจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ Covid-19 ทำให้ความต้องการทั่วโลกลดลง 4% แต่องค์กรพลังงานระหว่างประเทศ International Energy Agency (IEA) ก็คาดว่าจะมีผลกระทบในระยะสั้นเท่านั้น

ในระยะยาว IEA คาดว่าความต้องการก๊าซธรรมชาติของโลกจะไม่เพียงแต่ฟื้นกลับคืนมาในปีหน้า แต่จะขยายตัวอย่างมั่นคงไปจนถึงปีพ.ศ. 2568 (อีก 5 ปีข้างหน้า) โดยภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก จะเป็นตลาดใหญ่ของก๊าซธรรมชาติในรูปของ LNG และจะขยายตัวมากกว่าครึ่งหนึ่งของการขยายตัวของความต้องการทั่วโลก โดยเฉพาะจีนได้มีการสั่งซื้อ LNG จากสหรัฐเป็นมูลค่าถึง 300 ล้านดอลลาร์ใน 6 เดือนแรกของปีนี้

ในขณะที่ความต้องการกำลังจะขยายตัวเพิ่มขึ้น ในทางตรงกันข้ามการจัดหากำลังตึงตัวมากขึ้น โดย IEA ได้ระบุไว้ในรายงานว่า งบประมาณการลงทุนด้านการขุดเจาะ สำรวจและผลิต ของผู้ผลิต Shale Gas ในสหรัฐกลับถูกตัดลดลงถึงครึ่งหนึ่งในปีนี้เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว โดยมีรายงานว่าสัปดาห์ที่แล้วมีจำนวนแท่นขุดเจาะก๊าซในสหรัฐเพียง 72 แท่นเท่านั้นที่ยังทำงานขุดเจาะหาก๊าซอยู่ น้อยกว่าปีที่แล้วถึง 90 แท่น

ทั้งหมดนี้ก็เป็นเพราะสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบถึงฐานะการเงินและผลประกอบการของบริษัทผู้ผลิตพลังงานในสหรัฐ แม้แต่บริษัทยักษ์ใหญ่อย่างเอ็กซอนโมบิลที่เคยเป็นบริษัทน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดในโลก และมีมูลค่าสูงที่สุดในตลาดหุ้นนิวยอร์ก ยังถูกถอดออกจากจากดัชนี Dow Jones Industrial Average (DJI) ได้

ดังนั้นราคา LNG ในอนาคตต้องแพงขึ้นแน่ๆ ประเทศไทยและผู้ใช้ไฟฟ้าต้องเตรียมรับมือกันให้ดีๆนะครับ!!!

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 77