อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม 2563

สกัดมือที่ 3 ดับเงื่อนไขปฏิวัติ

แต่สิ่งที่ต้องระวังมากที่สุดในช่วงนี้คือ  “มือที่สาม” ที่เข้ามาสร้างสถานการณ์การชุมนุมในวันที่ 19 ก.ย. ซึ่ง “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ก็รับทราบว่าจะมีการขนคนจากต่างจังหวัดเข้ามาจำนวนมาก จึงเป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องเตรียมรับมือ ป้องกัน ไม่ให้เกิดความรุนแรง ซึ่งจะไม่เป็นผลดีต่อสถานการณ์ของประเทศที่เปราะบาง ศุกร์ที่ 18 กันยายน 2563 เวลา 10.00 น.


อีกไม่กี่ชั่วโมงก็จะถึงการนัดชุมนุมของ “กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม” วันที่19 ก.ย.นี้ ที่ยื่นคำขาด ให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ ไล่บี้ยุบสภา รวมถึงข้อเรียกร้องที่ไปไกลกว่าเรื่องการเมือง ประกาศปักหลักชุมนุมค้างคืน หวังเติมเชื้อไฟให้ลุกลาม สร้างความรุนแรง  เพราะฝ่ายความมั่นคงก็ประเมินว่าการชุมนุมครั้งนี้มาไม่ต่ำกว่า 5 หมื่นคน

โดยเฉพาะเมื่อวันที่ 9 ก.ย.ที่ผ่านมา ในระหว่างการเปิดอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ปูดถึง “ยุทธการสะพานมัฆวานรังสรรค์ 19 กันยา ปิดสวิตช์ลูกหลานประชาชน” ตอกย้ำรัฐวางกับดักเตรียมล้อมปราบม็อบ จนทำให้เกิดเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 16 และ 6 ตุลาคม 19



ในขณะที่ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ยืนยันว่า  “ไม่เคยคิดทำร้ายลูกหลาน ห่วงก็แต่คนอยู่เบื้องหลังคอยเร่งปลุกระดมให้เหตุการณ์บานปลาย เร่งให้เกิดเหตุการณ์บานปลาย อดีตคืออดีต วันนี้คือวันนี้ อะไรผ่านมาแล้วก็ผ่านไป ผมไม่ต้องการให้เกิดขึ้นอีก วิเคราะห์กันไปเรื่อย”

ทั้งนี้การเคลื่อนไหวของม็อบก็ต้องใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ อย่าละเมิดกฎหมาย โดยเฉพาะจะต้องไม่เกิดเหตุการณ์ ซ้ำรอยการชุมนุมวันที่ 10 ส.ค. ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต ในการประกาศ ข้อเรียกร้อง 10 ข้อ ซึ่งคนไทยส่วนใหญ่ไม่ยอมแน่นอน
 
ล่าสุดศาลรัฐธรรมนูญได้รับคำร้อง นายณฐพร โตประยูร ว่า “เหตุการณ์ดังกล่าวเข้าข่ายล้มล้างการปกครอง” ซึ่งการตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญตรงนี้จะเป็นบรรทัดฐานว่าจากนี้ไปการชุมนุมจะต้องระมัดระวังและไม่แตะข้อเรียกร้อง 10 ข้อ

โดยปัจจัยหลักที่ม็อบจะรุนแรงขนาดไหนส่วนหนึ่งก็น่าจะขึ้นกับการเคลื่อนไหวในสภาผู้แทนราษฎร โดยเฉพาะการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญปี 60 ของบรรดาสมาชิกรัฐสภา ที่จะเป็นตัวชี้วัดว่าจะเป็นการราดน้ำมันเข้ากองไฟหรือไม่  เพราะถึงแม้จะมีการบรรจุระเบียบวาระการประชุมร่วมรัฐสภา ในระหว่างวันที่ 23-24 ก.ย.นี้
 


ยิ่ง “มือกฎหมายพรรคพลังประชารัฐ” นายไพบูลย์ นิติตะวัน  ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ชิงยื่นหนังสือต่อนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา คัดค้านการบรรจุร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม 4 ฉบับที่พรรคร่วมฝ่ายค้านขอให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยปมลงชื่อในญัตติซ้ำซ้อนส่อขัดรัฐธรรมนูญ  รวมไปถึงแต่ท่าทีของ ส.ว.จนถึงขณะนี้ก็ยังแทงกั๊ก สงวนท่าที่ยังไม่มีความชัดเจนในเรื่องการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ แต่ก็มีการส่งสัญญาณจากบรรดา “ส.ว. สายซุป'ตาร์” บางคน  ที่ใกล้ชิดกับแกนนำรัฐบาล จ่อคว่ำญัตติแก้ไขของพรรคร่วมฝ่ายค้านที่เสนอมาเพิ่มอีก 4 ฉบับเช่นเดียวกัน ซึ่งตรงนี้เป็นการเติมอุณหภูมิการเมืองให้เดือดขึ้นมาจากในสภาสู่นอกสภาอีกหรือไม่ ??

แต่สิ่งที่ต้องระวังมากที่สุดในช่วงนี่คือ  “มือที่สาม” ที่เข้ามาสร้างสถานการณ์การชุมนุมในวันที่ 19 ก.ย. ซึ่ง “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้เป็นผู้บัญชาการดูแลม็อบในครั้งนี้ ก็รับทราบว่าจะมีการขนคนจากต่างจังหวัดเข้ามาจำนวนมาก จึงเป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องเตรียมรับมือ ป้องกัน ไม่ให้เกิดความรุนแรง ซึ่งจะไม่เป็นผลดีต่อสถานการณ์ของประเทศที่เปราะบาง

โดยเฉพาะข้อสงสัยว่าอาจจะมีการฉวยโอกาส รัฐประหาร เข้ามาแก้วิกฤติการเมือง หรืออาจจะเข้าทางกลุ่มผู้ชุมนุมที่ใช้เป็นชนวนในการต่อสู้ล้มรัฐบาล อย่างรัฐบาลในอดีตที่ทนกระแสสั่งทำร้ายจนไปถึงสั่งฆ่าประชาชน จนสุดท้ายต้องตัดสินใจ “ยุบสภา” ในที่สุด.  

 
 
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 20