อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 29 กันยายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 29 กันยายน 2563

ถุงมือยาง-เข็มฉีดยา โควิดฯดันส่งออกพุ่ง (3)

ในช่วงโควิด-19 แพร่ระบาดนั้น อุตสาหกรรมผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ได้รับผลกระทบนั้นต้องดูแยกเป็นประเภทไป แต่ภาพรวมทั้งหมดส่วนใหญ่มีผลกระทบในช่วงระยะแรก ๆ แต่พอผ่านไปสักพักสถานการณ์ก็ดีขึ้น เพราะคนเจ็บป่วยอย่างไรก็ต้องมาโรงพยาบาล เรื่องสุขภาพจึงแตกต่างจากการท่องเที่ยวซึ่งเมื่อไม่มีนักท่องเที่ยวหายแล้วหายเลย พุธที่ 16 กันยายน 2563 เวลา 13.00 น.


ช่วงต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา ทางกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ คาดการณ์ว่า ในช่วงที่หลายประเทศมีการคิดค้นวัคซีนเพื่อป้องกันโควิด-19 อยู่นี้จะทำให้ทั้ง เข็มฉีดยา-หลอดฉีดยา และ ถุงมือยาง มีความต้องการเพิ่มมากขึ้นทั่วโลก ซึ่งประเทศไทยสามารถผลิตและส่งออก เข็มฉีดยา ทำด้วยโลหะเป็นอันดับ 1 ในอาเซียนและเป็นอันดับ 6 ของโลก โดยภาพรวมการส่งออกเข็มและหลอดฉีดยา เราส่งออกอยู่ลำดับที่ 11 ของโลก

โดย 6 เดือนแรกของปีนี้ เราส่งออกสินค้าประเภทนี้มูลค่า 199.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวเพิ่มขึ้น 10.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีตลาดส่งออกที่สำคัญคือ ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส เยอรมนีและจีน ยังไม่นับการส่งออกกับประเทศที่คู่เอฟทีเอกับไทยทั้ง 18 ประเทศ และยังมีแนวโน้มว่าประเทศต่าง ๆ จะทยอยลดอุปสรรคด้านภาษีในสินค้าอุปกรณ์ทางการแพทย์ระยะยาวอีกด้วย
จากข้อมูลดังกล่าวอ่านเผิน ๆ เหมือนจะเป็นเรื่องดี แต่หากพิจารณาอย่างถี่ถ้วน การส่งออกเข็มฉีดยาและอุปกรณ์ทางการแพทย์นี้แม้จะสร้างรายได้มหาศาล แต่ถ้าวัคซีนโควิด-19 คิดค้นมาได้สำเร็จแล้ว ถึงเวลานั้นจริง ๆ ประเทศไทยจะไม่ขาดแคลนเข็มฉีดยาเหมือนคราวที่เผชิญกับปัญหาเรื่องหน้ากากอนามัยที่มีการกักตุนจนราคาขึ้นอีกหรือไม่ นี่จึงเป็นคำถามที่น่าคิด แต่ 1/4 Special Report ไม่ให้ผู้อ่านไปหาคำตอบเอง เพราะเราหาคำตอบมานำเสนอจากการพูดคุยกับผู้เกี่ยวข้องอุตสาหกรรมส่งออก





“เข็มฉีดยา” ไม่ขาดตลาด

นายอดิศร อาภาสุทธิรัตน์ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมผู้ผลิตเครื่องมือแพทย์และสุขภาพ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เผยถึงความกังวลใจในเรื่องนี้ว่า เข็มฉีดยานั้น บริษัทต่างชาติที่ผลิตนั้นก็มาตั้งโรงงานในประเทศไทยและทำการส่งออกไปต่างประเทศและจำหน่ายในไทยควบคู่กันอยู่แล้ว ซึ่งเข็มฉีดยานี้จะมีการผลิตมาอย่างต่อเนื่อง เพราะเป็นของที่ใช้ครั้งเดียวและต้องทิ้ง หากมีวัคซีนโควิด-19 แล้วส่งเข้ามาในไทย ตีว่าอาจต้องฉีดกัน 2 ครั้ง คนไทย 67 ล้านคน ก็จะต้องใช้เข็ม 100 ล้านกว่าชิ้น ซึ่งปริมาณนี้ ทางบริษัทที่ผลิตเข็มฉีดยาดังกล่าวก็ผลิตเพียงพออยู่แล้ว เพราะปกติก็ผลิตปริมาณนี้อยู่แล้ว

"เข็มฉีดยา-หลอดฉีดยา นั้นไม่เหมือนกับหน้ากากอนามัยที่ขาดแคลน เพราะปกติเข็มฉีดยาจะถูกใช้ในทางการแพทย์เป็นปกติและใช้ในปริมาณที่มากอยู่แล้ว แต่ไม่ได้เอามาใช้ในคนทั่ว ๆ ไปเหมือนหน้ากากอนามัย ที่พอเจอโรคระบาด คนก็หาหน้ากากมาใช้มากขึ้น จากปกติที่บุคลากรทางการแพทย์มาใช้ มันเลยมีปริมาณไม่พอ จนเริ่มมี “หน้ากากผ้า” เข้ามาทดแทน คนก็เริ่มนำหน้ากากผ้ามาใช้มากขึ้น จากเดิมใช้แล้วทิ้ง การขาดแคลนหน้ากากอนามัยก็น้อยลง”




“ถุงมือยาง” ออร์เดอร์ล้น

สำหรับ “ถุงมือยาง” ตอนนี้นายอดิศร ยอมรับว่า ปริมาณการผลิตไม่เพียงพอ โดยมีมาเลเซียเป็นผู้ผลิตถุงมือยางป้อนตลาดอันดับ 1 ไทยเราก็อยู่อันดับรองลงมา ตอนนี้ทั้งโลกมีออร์เดอร์สั่งถุงมือยางจำนวนมาก ไทยเรามีวัสดุเยอะเป็นที่ต้องการของต่างประเทศมาก ผลจากการที่เขาไม่ค่อยนิยมสั่งถุงมือยางจากจีน โดยตอนนี้ก็มีการแก้ปัญหาการขาดแคลนถุงมือโดยใช้ถุงมือยางสังเคราะห์มาผลิต ทั้งนี้ลูกค้าจากทั่วโลกสั่งซื้อถุงมือยางจากประเทศไทยในตอนนี้สั่งกันยาวไปจนถึงสิ้นปีหน้าแล้ว

นายอดิศร กล่าวต่อว่า แม้ถุงมือยางจะมีปริมาณไม่พอ แต่นี่ก็ถือเป็นช่องทางที่ทำให้ผู้ผลิตหน้าใหม่ ๆ เข้ามาลงทุนเพิ่มในการผลิตสินค้าดังกล่าวป้อนตลาด เหมือนกับกรณีหน้ากากอนามัยที่เมื่อมีการขาดแคลน กักตุนสินค้า ก็เริ่มมีผู้ประกอบการหน้าใหม่ ๆ เข้ามาลงทุน อย่างไรก็ดีก็ต้องระวังว่า หากปริมาณการสั่งซื้อลดลง ผู้ผลิตก็จะต้องปรับตัวเองด้วย โดยถุงมือยาง เข็มฉีดยา อุปกรณ์เหล่านี้ ทางโรงพยาบาลต้องใช้เป็นประจำอยู่แล้ว ในช่วงที่เกิดการระบาดของ โควิด-19 ใหม่ ๆ คนแห่กันใช้หน้ากากอนามัยชนิดเอ็น 95 จนทำให้บุคลากรทางการแพทย์ไม่มีใช้ ตอนนั้นคนตื่นกลัว แต่พอศึกษามากขึ้น ก็พบว่าไม่ถึงขั้นต้องใช้หน้ากากอนามัย ใช้แค่หน้ากากผ้าก็พอ มันก็ป้องกันได้ ส่วนถุงมือยางนั้นไม่ใช่อุปกรณ์จำเป็นสำหรับคนทั่วไปเลย เพราะหากเราใส่หน้ากากอนามัยและหมั่นล้างมือบ่อย ๆ พกเจลแอลกอฮอล์ ความเสี่ยงจะติดเชื้อก็จะต่ำ ไม่เหมือนบุคลากรทางการแพทย์ที่ต้องสัมผัสผู้ป่วยซึ่งมีความเสี่ยงสูงสุด ซึ่งถุงมือยางจำเป็นต่อแพทย์ พยาบาลมากกว่า
อุปกรณ์การแพทย์ขายดี

ในช่วงโควิด-19 แพร่ระบาดนั้น อุตสาหกรรมผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์นั้นที่ได้รับผลกระทบในภาพบวก อุปกรณ์ที่ขายดีเพราะคนต้องการใช้จนขาดแคลน เช่น หน้ากากอนามัย ถุงมือยาง แต่อีกกลุ่มเป็นอุปกรณ์เสริมความงาม การผ่าตัด ทันตกรรม พวกนี้กระทบหนักเพราะไม่มีลูกค้ามาใช้บริการ ดังนั้นอุตสาหกรรมนี้จึงต้องดูแยกเป็นประเภทไป แต่ภาพรวมทั้งหมดส่วนใหญ่มีผลกระทบในช่วงระยะแรก ๆ แต่พอผ่านไปสักพักสถานการณ์ก็ดีขึ้น เพราะคนเจ็บป่วยอย่างไรก็ต้องมาโรงพยาบาล มารักษาทั้งฉุกเฉินและการนัดผ่าตัด หรือมารักษาฟัน คนก็เริ่มกลับมาโรงพยาบาลมากขึ้น เรื่องสุขภาพจึงแตกต่างจากการท่องเที่ยวซึ่งเมื่อไม่มีนักท่องเที่ยวหายแล้วหายเลย ธุรกิจก็ทรุด แต่เรื่องสุขภาพนั้น อย่างไรคนไข้ก็ยังต้องมาใช้บริการ

จากบทสรุปทั้งหมดจึงนำไปสู่คำตอบได้ว่า ถึงแม้ยังไม่มี วัคซีนโควิด-19 ออกมา ปริมาณ “เข็มฉีดยา” จะเพียงพออย่างแน่นอน ส่วน “ถุงมือยาง” ที่ใช้ทางการแพทย์ในประเทศไทยก็ยังคงปกติ ยกเว้นออร์เดอร์ส่งออกไปต่างประเทศที่สั่งปีนี้ได้ปีหน้า อย่างไรก็ดีสิ่งสำคัญที่สุดของประชาชนคนทั่วไปที่ยังคงต้องปรับตัวกับชีวิตวิถีใหม่ให้ได้ พร้อมรับมือทุกสถานการณ์ในโลกยุคปัจจุบัน




จับลวงขายถุงมือยาง

ถุงมือยาง ในประเทศไทยตอนนี้ ต้องยอมรับว่ากำลังเป็นที่ต้องการในต่างประเทศเป็นอย่างมาก ทั้งในยุโรป สหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น เกือบทุกโรงงานใหญ่ที่รับผลิต ต่างมีออร์เดอร์คิวยาวเหยียดไปถึงปี 2564 และในตลาดเครื่องมือทางการแพทย์ภายในประเทศไทยเอง เมื่อมีผู้ยังพยายามหาออร์เดอร์ถุงมือยาง เพื่อจะนำไปส่งขายต่อต่างประเทศ ที่สำคัญราคาขยับแพงแบบก้าวกระโดดคล้าย ๆ ราคาหน้ากากอนามัยช่วงแรก ๆ จึงทำให้เริ่มเกิดขบวนการนำถุงมือยางที่ใช้แล้วมาซักทำความสะอาดและบรรจุใหม่ในกล่อง เพื่อย้อมแมวหลอกขายลูกค้า ล่าสุด พล.ต.ต.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบก.ปคบ. ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กระทรวงสาธารณสุข, เภสัชกรหญิงสุภัทรา บุญเสริม รองเลขาฯ อย. นำกำลังเจ้าหน้าที่ตรวจยึดถุงมือทางการแพทย์เถื่อน ในพื้นที่ย่านหนองแขม พบสภาพการผลิตโดยนำถุงมือที่บรรจุอยู่ในถุง/กระสอบ คล้ายผ่านการใช้งานแล้ว มาแบ่งบรรจุใส่กล่องฉลากแสดงเป็นถุงมือทางการแพทย์ของยี่ห้อต่างๆ ทั้งหมด 7 รายการ จำนวน 9 แสนคู่ (คิดเป็นมูลค่ากว่า 11 ล้านบาท)

ทั้งนี้สถานที่ดังกล่าวไม่ได้รับอนุญาตเป็นสถานที่ผลิตเครื่องมือแพทย์แต่อย่างใด แจ้งข้อหาดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.แพทย์ พ.ศ. 2551 พร้อมเก็บตัวอย่างถุงมือทางการแพทย์ดังกล่าวส่งตรวจวิเคราะห์คุณภาพมาตรฐานว่าเป็นอันตรายด้วยหรือไม่
นอกจากนี้ยังมีชาวต่างชาติใช้ประเทศไทยเป็นฐาน หลอกลวงขายถุงมือยางลาเท็กซ์ และ ถุงมือยางไนไตรล์ ผ่านเว็บไซต์ มีเหยื่อเป็นชาวเยอรมันหลงเชื่อโอนเงิน 1,823,481 ดอลลาร์สหรัฐ มาสั่งซื้อสินค้า (คิดเป็นเงินไทย 57,237,461 บาท) แต่พอถึงเวลาส่งมอบกลับไม่ได้รับสินค้าตามที่สั่งซื้อ และไม่สามารถติดต่อบริษัทนี้ได้ ต่อมา พล.ต.ต.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบก.ปคบ. พร้อมด้วย พ.ต.อ.เชษฐ์พันธ์ กิติเจริญศักดิ์ ผกก.1 บก.ปคบ. นำกำลังตำรวจ ปคบ. สืบสวนขยายผลจับกุมคนร้ายเป็นชาวแคเมอรูน และไอวอรีโคสต์ โดยมีหญิงสาวชาวไทยร่วมด้วย พร้อมของกลางสมุดบัญชี โทรศัพท์ เงินสด และทรัพย์สินอื่น ๆ หลายรายการ ดำเนินคดีข้อหา ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน, ร่วมกันฟอกเงินและสมคบกันฟอกเงิน




เข็มฉีดยาส่งออกพุ่ง

ก่อนหน้านี้ในช่วง 6 เดือนแรก ทั่วโลกเริ่มสำรองสินค้าอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่เตรียมใช้ หากสามารถผลิตวัคซีนออกมาเป็นผลสำเร็จ เช่น เข็มฉีดยา-หลอดฉีดยา มากขึ้น และมีแนวโน้มความต้องการใช้เพิ่มขึ้นอีก หากบรรดาประเทศใหญ่ ๆ สามารถคิดค้นวัคซีนสำหรับการรักษาโควิด-19 ได้อย่างเป็นทางการ ในช่วง 6 เดือนของปี 63 การส่งออก “เข็มฉีดยา” ของประเทศไทยในปริมาณ 199.8 ล้านดอลลาร์นั้น แบ่งได้เป็น ส่งออกเข็มฉีดยาทำด้วยโลหะ 62.9 ล้านดอลลาร์ ขยายตัวจากปีก่อน 4% เข็มฉีดยาอื่น ๆ สร้างมูลค่า 134.1 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 14% หลอดฉีดยาแบบมีหรือไม่มีเข็มสร้างมูลค่า 2.8 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 6% การส่งออกสินค้าเหล่านี้ไปประเทศที่ไทยมีเอฟทีเอด้วยรวม 86.3 ล้านดอลลาร์ คิดเป็น 43% ของสัดส่วนการส่งออกในเรื่องนี้ ขยายตัวเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนถึง 8% ด้วยกัน

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 39