อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม 2563

ค่ายคุณธรรมสำหรับเด็กที่ก้าวพลาด

วันหยุดชดเชยวันสงกรานต์ วันที่ 4 กันยายน เหมือนได้วันหยุดเพิ่ม หลายคนอาจจะไปเที่ยว แต่ผมเล็งไปทำกิจกรรมให้ศาลเยาวชนและครอบครัวกลางนี่แหละ มีค่ายคุณธรรมเปิดให้ลงชื่อ ผมก็ลงด้วยโดยยังไม่รู้ว่าต้องไปทำอะไรบ้าง จันทร์ที่ 14 กันยายน 2563 เวลา 12.00 น.


ปลายเดือนกรกฎาคม ผมทำพิธีปฏิญาณตนเพื่อเข้ารับตำแหน่งผู้พิพากษาสมทบศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง งานศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ไม่ใช่แค่ขึ้นบัลลังก์อย่างเดียว แต่มีกิจกรรมที่ช่วยแก้ไขบำบัดฟื้นฟูเยาวชนด้วย กิจกรรมเหล่านี้แบ่งเป็นค่ายต่าง ๆ มากมาย บอกตามตรงผมยังไม่ได้ไปร่วมสักรายการเลยครับ เพราะส่วนใหญ่จัดขึ้นในวันธรรมดา

วันหยุดชดเชยวันสงกรานต์ วันที่ 4 กันยายน เหมือนได้วันหยุดเพิ่ม หลายคนอาจจะไปเที่ยว แต่ผมเล็งไปทำกิจกรรมให้ศาลเยาวชนและครอบครัวกลางนี่แหละ มีค่ายคุณธรรมเปิดให้ลงชื่อ ผมก็ลงด้วยโดยยังไม่รู้ว่าต้องไปทำอะไรบ้าง วันกิจกรรมเป็นวันที่ต้องอบรมทั้งเด็กและผู้ปกครอง ผมไปจอดรถที่ศาล แล้วขึ้นรถไปกับพี่ ๆ ผู้พิพากษาสมทบท่านอื่นเพื่อไปที่วัดคลองโยง จังหวัดนครปฐม ช่วงเช้าเป็นการเทศน์ของพระอาจารย์จากวัดยานนาวาที่ได้ทั้งสาระและความสนุกมาก



กิจกรรมก่อนเที่ยงเป็นกฎหมายเบื้องต้นจาก ท่านธนะ สุจริตกุล ผู้พิพากษาจากศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง มาเล่าให้เด็กและผู้ปกครองได้ฟัง ลืมบอกไปครับ เด็กที่มาฝึกในค่ายนี้ ส่วนใหญ่เป็นความผิดครั้งแรก ได้รับโทษสถานเบา เช่น ลักขโมย ใช้ยาเสพติดประเภท 5 (ใบกระท่อม) โดยให้มาทำกิจกรรมร่วมกับผู้ปกครอง พ่อแม่หลายท่านเสียสละมาก ยอมลางาน 3 วันเพื่อมาร่วมกิจกรรมนี้ เสี่ยงต่อการถูกตัดเงินเดือนและโดนไล่ออก แต่ยอมมาเพื่อลูก

ผมชอบกฎหมายจากท่านธนะ มีหลายข้อคลายความสงสัยได้เยอะ เช่น

จี้ชิงทรัพย์ ต่างจาก ปล้น อย่างไร จี้ชิงทรัพย์ คนเดียวลงมือทำ ปล้น 3 คนขึ้นไป

ยักยอก กับ ลักทรัพย์ ต่างกัน ยักยอก เอาทรัพย์ที่ผู้อื่นฝากไว้ เอามาเป็นของตน ลักทรัพย์ แย่งสิทธิครอบครองมาเป็นของตน จำง่ายๆ ...ลักทรัพย์ "ทำชั่วก่อนครอบครอง" ยักยอก "ครอบครองก่อนทำชั่ว"

พรากผู้เยาว์ กับ กระทำชำเรา ไม่เหมือนกัน พรากผู้เยาว์ ผู้เดือดร้อนและเสียหายคือพ่อแม่ เพราะพรากลูกเขาไป แค่พรากฟุตเดียวยังไม่ได้ล่วงเกินก็ผิดแล้ว กระทำชำเรา ผู้เสียหายคือ ผู้ที่ถูกล่วงเกินทางเพศ

ยาเสพติดประเภทต่าง ๆ ยาเสพติดแบ่งเป็น 5 ประเภท ตามความรุนแรง เช่น ประเภทที่ 1 ยาบ้า โคเคน มียาบ้าเกิน 15 เม็ดถือว่าโดนข้อหาครอบครองเพื่อจำหน่ายแล้ว โทษจะหนัก ส่วนประเภทที่ 5 คือกัญชาและกระท่อม



พักเที่ยงกินข้าว แล้วทำกิจกรรมแยกฐาน 4 ฐาน “วินัย” “พอเพียง” “จิตอาสา” และ “สุจริต” ผมตามไปช่วย  ท่าน อ.สุวินิต อุบลเลิศ  อยู่ในกลุ่มการสร้างวินัย สอนทั้งเด็กและผู้ปกครองเกี่ยวกับการสร้างวินัยในบ้าน รอบเช้า อ.สุวินิต ได้นำกิจกรรมที่น่าสนใจ เรื่องเกี่ยวกับการแก้ปัญหาของผู้ปกครอง อาจารย์บอกว่าทุกครอบครัวมีปัญหา ขอให้ทุกคนยกปัญหาขึ้นมา มีผู้ปกครองคนหนึ่งยกปัญหาเรื่องค่าเช่าบ้าน อ.สุวินิตให้ผู้ปกครองนำเชือกฟางสีแดงมาผูกตัวอาจารย์หนึ่งเส้น อีกคนยกปัญหาเรื่องที่ทำงาน เชือกฟางอีกเส้นก็มาพันรอบตัวอาจารย์ วันนั้นมี 45 ครอบครัวที่เข้าร่วมก็มีเชือก 45 เส้นรอบตัว อ.สุวินิตเต็มไปหมด อาจารย์พยายามจะแก้ยังไงก็แก้ไม่ออกเพราะเชือกมันมีเยอะเกินไป แต่ถ้าเราหยิบปัญหาขึ้นมาพิจารณาและค่อย ๆ แก้ไปทีละเรื่อง เหมือนกับตัดเชือกไปทีละเส้น ปัญหาจะค่อย ๆ คลี่คลาย ตัวเราจะเป็นอิสระได้ในที่สุด



มาถึงช่วงบ่าย เป็นเรื่องวินัยในครอบครัว คราวนี้เป็นการแบ่งกลุ่มเวียนฐาน มาทีละ 15 ครอบครัวทั้งเยาวชนและผู้ปกครอง อ.สุวินิตพูดถึง “วินัย” ที่เริ่มจากความตั้งใจที่สร้างกับตัวเรา ฝึกทำให้สม่ำเสมอและต่อเนื่องจนได้ผลลัพธ์ที่ดีในที่สุด อาจารย์อยากให้ทุกคนเริ่มสร้างวินัยในครอบครัว โดยแบ่งให้เยาวชนแยกไปกลุ่มหนึ่ง ผู้ปกครองแยกอีกกลุ่มหนึ่ง แล้วช่วยกันคิดในมุมมองของตัวเองและเขียนออกมาว่าเราจะเริ่มสร้างวินัยของครอบครัวได้อย่างไร

ผมพบว่ากลุ่มผู้ปกครองจะคิดวินัยที่เป็นเรื่องใหญ่และสำคัญในบ้าน เช่น วินัยในการเงินการเก็บออม วินัยเรื่องการกลับบ้านให้ตรงเวลา ส่วนเด็ก ๆ จะเน้นเรื่องของตัวเอง เป็นวินัยในหน้าที่ที่ต้องทำและรับผิดชอบ เช่น วินัยในการตื่นนอนแต่เช้า วินัยในการไปโรงเรียนให้ทันเวลา วินัยที่จะช่วยพ่อแม่จัดบ้านให้เป็นระเบียบ

ปิดท้ายด้วยฐานความซื่อสัตย์ เป็นกิจกรรมรวมทั้ง 45 ครอบครัว ผู้เข้าร่วม 90 คน ผู้นำกิจกรรมคือ ท่านพรวรินทร์ นุตราวงศ์ เป็นผู้นำกิจกรรมการเล่นเกมง่าย ๆ คือ เป่ายิงฉุบ โดยมีกติกาก็คือ ทุกคนเริ่มต้นในสถานะเดียวกันคือ เป็นหนอน แต่เมื่อมีการเป่ายิงฉุบเมื่อไหร่ คนชนะจะได้อัพเกรดเป็นผีเสื้อ ส่วนคนแพ้จะอยู่สถานะเดิมคือเป็นหนอน ตาต่อไปหนอนต้องไปหาหนอนเหมือนกันเพื่อเป่ายิงฉุบ ถ้าแพ้อีกก็อยู่เป็นหนอนเหมือนเดิม แต่ถ้าจะชนะ จะขยับขึ้นไปเป็นผีเสื้อ ส่วนผีเสื้อที่ชนะรอบก่อนหน้านั้น ต้องหาผีเสื้อด้วยกันเพื่อเป่ายิงฉุบ ถ้าแพ้อยู่เป็นผีเสื้อเหมือนเดิม ถ้าชนะจะขยับขึ้นเป็นกระต่าย

เริ่มเข้าใจวิธีเล่นแล้วใช่มั้ยครับ คราวนี้กระต่ายก็ต้องหากระต่ายด้วยกันเพื่อเป่ายิงฉุบ ถ้าชนะอีกก็จะได้ขยับเป็นลิง ลิงกับลิงต้องหากันให้เจอ เพื่อเป่ายิงฉุบ ถ้าชนะก็จะได้แปลงร่างกลายเป็นคน แล้วถึงออกไปนั่งนอกวงได้ ส่วนเจ้าลิงที่แพ้เมื่อกี้ ก็ต้องหาลิงด้วยกันเพื่อเป่ายิงฉุบรอบใหม่ เกมนี้จะเพิ่มความสนุกมากขึ้นเมื่อใส่ท่าทางไปด้วย ท่านพรวรินทร์ให้เด็ก ๆ เยาชนช่วยกันคิดท่าของสัตว์แต่ละตัว หนอนจะทำตัวเป็นคลื่นดึ๊กดือ ผีเสื้อก็จะโบยบิน กระต่ายทำหูตั้งกระโดดไปมา ลิงชูมือพร้อมเกา ยิ่งแอ๊คชั่นมาก จะทำให้การหาคู่เพื่อเป่ายิงฉุบง่ายขึ้น

ผมเฝ้าสังเกตการณ์อยู่พักใหญ่ ทั้งเด็กและผู้ใหญ่สนุกสนานกันมาก กลุ่มที่ชนะกลายเป็นคนเริ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ออกมานั่งอยู่ด้านนอก ส่วนคนที่ยังอยู่ในสังเวียนก็ตั้งหน้าตั้งตาเป่ายิงฉุบต่อไป จนในที่สุดตำแหน่งสุดท้ายจะเหลือแค่เพียง 4 ตัวคือ หนอน ผีเสื้อ กระต่าย และลิง แต่ที่ยืนอยู่คือ กระต่ายและลิงที่เพิ่งเป่ายิงฉุบแพ้ไป ท่านพรวรินรท์ขอให้หนอนและผีเสื้อแสดงตัวด้วย ปรากฏว่ามีเด็กผู้ชาย 1 คน และผู้ปกครอง 1 คน เข้ามายืนรวมกับกระต่ายและลิง



ท่านพรวรินทร์กล่าวว่านี่คือ 4 คนที่ไม่ชนะ ลิงชนะแค่ 3 ครั้งแล้วที่เหลือก็ไม่ชนะเลยอดได้เป็นคน กระต่ายชนะแค่ 2 ครั้งแล้วไม่ชนะอีกเลย ผีเสื้อชนะแค่ครั้งเดียวแล้วก็แพ้ตลอด หนอนผู้ที่ไม่ชนะใครเลย แพ้ตั้งแต่เริ่มเล่นเกมจนคนอื่นเขาไปกันหมด แล้วทั้ง 4 คนยังออกมาด้านหน้า โชว์ว่าตัวเองแพ้คนเกือบ 90 คน ถึงจะแพ้มาอย่างไรแต่นั่นไม่สำคัญเท่ากับว่า พวกเขาซื่อสัตย์และยอมรับความจริง โดยเฉพาะหนอนและผีเสื้อที่ออกจากการแข่งขันไปตั้งแต่รอบแรก ๆ ถ้าเขานั่งเงียบ ทำไม่รู้ไม่ชี้ ก็จะไม่มีใครรู้ว่าเขาแพ้ แต่เขาทั้งสองคนกลับกล้าหาญลุกยืนขึ้นมาสู้กับความจริง ทุกคนในห้องปรบมือให้ผู้แพ้ทั้ง 4 ดังกึกก้อง หลังจากกิจกรรมจบลง ผมเดินไปบอกท่านพรวรินทร์ วิทยากรผู้นำกิจกรรมนี้ว่า "นี่คือชัยชนะของผู้แพ้อย่างแท้จริงครับ" กิจกรรมนี้เหมาะกับฐานสุจริตที่สุด

กิจกรรมค่ายคุณธรรมนี้มี 3 วัน เสียดายว่าผมมาร่วมได้แค่วันอบรมซึ่งเป็นวันตรงกลางพอดี ถ้ามีกิจกรรมของศาลเยาวชนและครอบครัวกลางอีก ผมจะนำมาถ่ายทอดให้ฟัง คุณพ่อคุณแม่และคุณครูในโรงเรียนสามารถนำกิจกรรมเหล่านี้ไปปรับใช้ได้ตามความเหมาะสมครับ
............................................
คอลัมน์ : ก้อนเมฆเล่าเรื่อง
โดย “น้าเมฆ”
หนังสือเด็กก้อนเมฆ


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 40