อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 28 กันยายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 28 กันยายน 2563

วันที่3ส.ค.'วันแห่งน้ำผึ้ง' ตำนานความหวานกว่า8,000ปี

สวัสดีตอนเช้าที่สดใสแบบนี้ วันนี้ “เดลินิวส์ออนไลน์” อยากจะพาทุกคนมารู้จักวันดีๆ อีกหนึ่งวัน รู้ไหมว่าวันที่ 3 สิงหาคมของทุกปี เป็น “วันแห่งน้ำผึ้ง” นะ จันทร์ที่ 3 สิงหาคม 2563 เวลา 08.00 น.


มนุษย์รู้จักและนำ “น้ำผึ้ง” มาใช้เป็นสารให้ความหวานมามากกว่า 8,000 ปีแล้ว น้ำผึ้งมีสรรพคุณทางยา และมีประโยชน์ต่อสุขภาพจึงทำให้มีการนำน้ำผึ้งมาใช้ประโยชน์ในรูปแบบที่หลากหลาย บางคนนิยมรับประทานน้ำผึ้งเพียงอย่างเดียว หรืออาจจะนำน้ำผึ้งมาผสมกับน้ำนมหรือผลไม้ นอกจากนี้น้ำผึ้งมีสรรพคุณเป็นยาระบายอ่อนๆ จึงมักนำมาให้เด็กที่มีอาการท้องผูกรับประทาน รวมทั้งยังมีสรรพคุณในการป้องกันหรือยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อ จุลินทรีย์ต่างๆ ด้วย

หากย้อนกลับไปในยุคก่อนประวัติศาสตร์มีข้อมูลระบุว่า “น้ำผึ้ง” เป็นอาหารที่มีความหวานจากธรรมชาติชนิดแรกที่มนุษย์รู้จักนำมาใช้ประโยชน์ ก่อนที่จะรู้จักน้ำตาลจากพืชที่ใช้กันในปัจจุบันนี้ และ “ผึ้ง” เป็นแมลงที่มนุษย์คุ้นเคยมากที่สุด กล่าวได้ว่าผึ้งเป็นสัตว์ชนิดแรกที่สอนให้มนุษย์รู้จักกับ “รสหวาน” ตามธรรมชาติจากการนำน้ำผึ้ง มาเป็นส่วนผสมในอาหารและยา



โดยมีหลักฐานพบว่า มนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์ประมาณ 7,000 ปี ก่อนคริสต์ศักราช ซึ่งเป็นภาพวาดบนผนังถ้ำของยุคเมโซลิกธิก ในประเทศสเปน ในภาพบอกเล่าเรื่องราวว่ามีคนกำลังปีนขึ้นไปตีรังผึ้งที่อยู่ในโพรงไม้ และเก็บน้ำผึ้งใส่หม้อดิน

อีกทั้งมีหลักฐานเป็นตัวอักษรฮีโรกลิฟส์ของอียิปต์โบราณเมื่อประมาณ 5,000 ปีมาแล้ว ได้จารึกเรื่องราวเกี่ยวกับผึ้งเป็นครั้งแรก พบว่ามีการจารึกตัวผึ้งเป็นเครื่องหมายประจำตำแหน่งขององค์ฟาโรห์ ในขณะนั้น นั่นคือ ในสมัยของพระเจ้าเมนิส แห่งเมืองอบิโดส ประเทศอียิปต์ นอกจากนั้นยังพบหลักฐานเกี่ยวกับใช้ผึ้งต่อยศัตรูในการสงคราม และได้มีการตัดหัวศัตรูดองเก็บในน้ำผึ้งด้วย เพราะมีคุณสมบัติป้องกันการเน่าเปื่อยของเนื้อเยื่อได้เป็นเวลานาน



ในประเทศจีน ได้มีการจารึกเกี่ยวกับการใช้น้ำผึ้งและการตีผึ้งป่ามานานกว่า 3,000 ปี มาแล้ว แต่เริ่มเลี้ยงผึ้งโพรงกันจริงจังเมื่อประมาณ 300 ปีมานี้เอง ส่วนในประเทศไทยมีหลักฐานทางประวัติศาสตร์พบจารึกบนศิลาหลังที่สอง ที่วัดศรีชุม กล่าวถึงเรื่องฝูงผึ้งและผึ้งในนิทานชาดก ตั้งแต่ครั้งกรุงสุโขทัย (พ.ศ.1890-1920) นอกจากนั้นยังมีหลักฐานเกี่ยวตำรับยาไทยโบราณบางตำรับที่ใช้ตัวยาผสมกับน้ำผึ้ง ดังนั้นสันนิษฐานได้ว่าคนไทยคงจะบริโภคน้ำผึ้งมานานหลายร้อยปีมาแล้วเช่นกัน



สำหรับวันที่ 3 สิงหาคม หรือ “วันแห่งน้ำผึ้ง” เริ่มต้นในปี พ.ศ. 2528 โดยการร่วมมือกันระหว่างสมาคมเลี้ยงผึ้ง และสหกรณ์น้ำผึ้งของญี่ปุ่นแต่งตั้งให้มี วันน้ำผึ้ง (はちみつの日) ขึ้นมา โดยใช้ การเล่นคำ ระหว่างคำว่า ฮะจิมิทสึ (はちみつ) ซึ่งแปลว่า น้ำผึ้ง ในภาษาญี่ปุ่น กับเสียงอ่านของตัวเลข 8 (ฮะจิ – はち ) และเลข 3 (มิทสึ – みつ ) จนกลายมาเป็นวันน้ำผึ้ง หรือว่าวันที่ 3 เดือน 8 นั่นเอง



โภชนาการทางการรักษาในประเทศไทย
น้ำผึ้ง ตามแบบแผนการรักษาตำรับยาโบราณของไทย ได้มีการสืบทอดกันมาตามสูตรยาสมุนไพรโบราณ มักนำมาใช้แต่งกลิ่นเจือรส ชูความง่ายในการรับประทาน เพราะส่วนมากสมุนไพรมักมีรสฝาดและขม โดยน้ำผึ้งใช้ทั้งแต่รส ขึ้นรูป และเป็นส่วนประกบในยาแผนโบราณหลายชนิด ตามสรรพคุณ บำรุงกำลัง บำรุงธาตุ แก้ปวดหลัง ปวดเอว ทำให้แห้ง ใช้ทำยาอายุวัฒนะ

- แต่งรส น้ำผึ้งมีรสหวานฝาด ร้อนเล็กน้อยเราใช้น้ำผึ้งแต่งรสยาบางชนิด เช่น ยาแก้ไข้ที่มีรสขมมาก จนคนไข้กินไม่ได้ เราต้องใช้น้ำผึ้งผสมใและช่วยชูกำลัง
- ปรุงยา เป็นส่วนประกอบในการนำไปใช้ โดยน้ำผึ้งมาผสมกับยาผงให้เหนียว เพื่อปั้นเป็นลูกกลอน แต่ผู้ปรุงยาควรนำน้ำผึ้งไปเคี่ยวให้เดือดเพื่อฆ่าเชื้อโรค มิฉะนั้น ยาลูกกลอนจะขึ้นราภายหลัง



ตามความเชือโบราณ น้ำผึ้งเดือน 5 เป็นน้ำผึ้งที่ดีที่สุด เนื่องด้วยอากาศที่แห้ง จึ้งทำให้น้ำผึ้งมีความเข้มข้นสูง ตามหลักการแพทย์แผนไทยแล้ว น้ำผึ้งมีประโยชน์มากมายก็จริง แต่สำหรับผู้ป่วยบางราย แนะนำว่าไม่ควรกินน้ำผึ้งแบบเข้มข้นโดยไม่ผสมอะไรเลย เช่น คนที่ดีพิการ คือ มีอาการตัวเหลืองตาเหลือง นอนสะดุ้งผวา สอง เสมหะพิการ คือมีเสมหะมากและมีภาวะโรคปอดแทรก สาม คนที่น้ำเหลืองเสีย มีฝีพุพอง ตุ่มหนอง หรือโรคครุฑราชต่าง ๆ

ลักษณะของน้ำผึ้งที่ดี
ปัจจุบันผู้ผลิตบางรายมักใส่สารแปลกปลอมลงในน้ำผึ้ง การตรวจจับด้วยเทคนิคด่าง ๆ จึงเป็นเรื่องยาก นอกจากตรวจสอบในห้องปฏิบัติการเท่านั้นซึ่งมีราคาแพงและค่อนข้างยุ่งยาก วิธีที่ดีที่สุดคือควรซื้อน้ำผึ้งจากผู้ขายที่เชื่อใจได้ หรือมิฉะนั้นต้องใช้สายตาประเมินคุณภาพดังต่อไปนี้



1.มีความข้นและหนืดพอสมควรซึ่งแสดงว่าน้ำผึ้งมีน้ำน้อย มีคุณภาพสูง

2.มีสีตามธรรมชาติ ตั้งแต่สีเหลืองอ่อนถึงน้ำตาล ใส ไม่ขุ่นทึบ

3.มีกลิ่นหอมของน้ำผึ้งตามชนิดของดอกไม้นั้น ๆ เช่น น้ำผึ้งจากดอกลำไย น้ำผึ้งจากดอกลิ้นจี่

4.ปราศจากกาก ไขผึ้ง หรือเศษตัวผึ้งปะปน รวมทั้งวัสดุแขวนลอยต่าง ๆ

5.ไม่มีกลิ่นบูดเปรี้ยว ไม่มีฟอง

6.ไม่มีการใส่สารปรุงแต่งสี กลิ่น รสใด ๆ ลงในน้ำผึ้ง

7.การหยดน้ำผึ้งใส่กระดาษไข ถ้าเป็นของแท้จะไม่ซึมแน่นอน

8.ทดสอบโดยหยดน้ำผึ้งลงในแก้วน้ำชา สังเกตการละลายถ้าเป็นน้ำผึ้งแท้เมื่อคนให้เข้ากันจะไม่ละลายในทันที..

ขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบ : ฐานจารึกในประเทศไทย, วาทิศฟาร์มผึ้ง, Pixabay

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 41