อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม 2563

โยกย้ายเหล่าทัพยุค"ไร้คลื่นลม" คนกำหนดหรือจะสู้ "ฟ้าลิขิต"

ต้องถูกบันทึกไว้อีกหน้าหนึ่งของประวัติศาสตร์การแต่งตั้งโยกย้ายผู้บัญชาการเหล่าทัพ (ผบ.เหล่าทัพ ) อันเนื่องจากวันที่ 30 ก.ย. 2563 จะมีผบ.เหล่าทัพเกษียณอายุราชการพร้อมกันทั้ง 4 คน รวมถึง “บิ๊กแป๊ะ” พล.ต.อ. จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. หลายฝ่ายจึงจับตา มองว่า การเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ จะส่งผลอย่างไรต่อการทำงานของหน่วยงานด้านความมั่นคง และจะก่อให้เกิดแรงกระเพื่อม ในฐานะกลไกรัฐหรือไม่ อังคารที่ 14 กรกฎาคม 2563 เวลา 12.00 น.


ไม่บ่อยครั้งหนัก เมื่อเกิดปรากฏการณ์ผู้บัญชาการเหล่าทัพ (ผบ.เหล่าทัพ) เกษียณอายุราชการพร้อมกันทั้ง 4 คนประกอบด้วย พล.อ. พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) พล.อ. อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) และ พล.อ.อ.มานัต วงษ์วาทย์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.)

นอกจากนี้ “พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา” ผบ.ตร. และเพื่อนเตรียมทหาร (ตท. )รุ่นเดียวกับ “บิ๊กแดง” (ตท.) รุ่น 20 ก็จะเกษียณอายุราชการในปีนี้เช่นเดียวกัน ยิ่งเป็นที่จับตามองจากบุคคลที่สนใจการบ้านการเมือง เพราะบ้านเราแตกต่างจากประเทศอื่น เนื่องจากหลายครั้งหลายหน ทหารมักเข้ามามีบทบาทในการเมือง ยิ่งรัฐบาลชุดปัจจุบันมี “พล.. ประยุทธ์ จันทร์โอชา” อดีตหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ามาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม

แม้ฝ่ายบริหารที่ยึดครองประเทศอยู่ในเวลานี้ จะเป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง แต่เนื่องจากผู้นำฝ่ายบริหารไม่ได้สังกัดพรรคการเมือง เคยเป็นผู้นำในการยึดอำนาจมาก่อน การจัดวางตำแหน่งต่างๆในกองทัพ จึงมีความสำคัญ แม้จะมีการคัดกรองในขั้นตอนสุดท้าย ซึ่งฝ่ายการเมืองเข้าไปยุ่งเกี่ยวไม่ได้



อย่างไรก็ตามก่อนหน้านั้น มีการปล่อยข่าวจาก “คนบางกลุ่ม” จะมีการต่ออายุราชการให้ “บิ๊กแดง” ในเก้าอี้ ผบ.ทบ. ทำให้ “พล..อภิรัชต์” ต้องออกมาปฏิเสธ โดยชี้แจงว่า แนวทางการรับราชการถูกกำหนดไว้ชัดเจนว่า ต้องเกษียณอายุราชการ บางคนพยายามไปขุดคุ้ยว่ามีอยู่ 2 คนประสบความสำเร็จในการต่ออายุราชการ ซึ่งไม่ใช่ ดังนั้น อย่าไปสร้างกระแส ปฏิบัติตามระเบียบของกระทรวงกลาโหมและระเบียบในการเกษียณอายุราชการ รวมถึงผบ.เหล่าทัพทุกคนจะเกษียณอายุราชการ

 “เราคุยกันในการประชุม ผบ.เหล่าทัพ เราก็หารือกันว่าข่าวพวกนี้ไม่ใช่ข่าวเชิงสร้างสรรค์ จะทำให้เกิดความขัดแย้ง ผมมองแล้วไม่มีสาระ และไม่มีข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้นเลย และวันที่ 30 ก.ย. 2563 ผมก็ส่งธงตำแหน่ง ผบ.ทบ. และถือว่าหมดภาระหน้าที่ ก็จบภารกิจในการเป็น

ผบ.ทบ.”

...เท่ากับเป็นการดับกระแสข่าวลือ และช่วยสกัดขบวนการปล่อยข่าว หวังสร้างความขัดแย้งในกองทัพ และอาจตกเป็นเป้าโจมตีของคนบางกลุ่ม ที่พยายามทำลายความน่าเชื่อถือของกองทัพ เพื่อขยายผล มีความพยายามสืบทอดอำนาจทั้งฝ่ายบริหาร และกลไกของรัฐที่ดูแลความมั่นคง

ทั้งที่จะว่าไปในส่วนกองทัพบก (ทบ. ) มีความชัดเจนอยู่แล้วว่า "บิ๊กบี้" พล.อ. ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้ช่วย ผบ.ทบ. และเป็น รองผู้บัญชาการหน่วยเฉพาะกิจทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ 904 (รองฉก.ทม.รอ.904) ด้วย มีแนวโน้มอย่างสูง จะเข้ามารับตำแหน่งผบ.ทบ.ต่อจากบิ๊กแดง ซึ่งชื่อของ “พล.. ณรงค์พันธ์” ถูกจับตามาตั้งแต่ก่อนขึ้นเป็นแม่ทัพภาค 1 แล้ว

ส่วนกองทัพเรือ (ทร. )  ขณะนี้มี 2 แคนดิเดทอยู่ 2 รายชื่อ คือ “พล...ช่อฉัตร กระเทศ” รองผบ.ทร. ซึ่งมีความอาวุโสสูงสุด  และ “พล... ชาติชาย ศรีวรขาน” ผช.ผบ.ทร.

ขณะที่ความเคลื่อนไหวที่กองทัพอากาศ ( ทอ. )  มีแคนดิเดทอยู่ 2 รายชื่อเช่นกัน คือ “ พล...ธรินทร์ ปุณศรี ผช.ผบ.ทอ.” และ “พล...สุทธิพันธุ์ ต่ายทอง” เสนาธิการทอ.

ส่วน “กองบัญชาการกองทัพไทย ( บก.ททส. ) แคนดิเดทขณะนี้มีเพียง “ พล.. เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์”  เสนาธิการทหาร ซึ่ง “พล.อ.อภิรัชต์”  ให้การสนับสนุนเเละส่งข้ามห้วยมาจาก ทบ. ให้มาเตรียมตัวรอตั้งแต่ปี 2562



อย่างไรก็ตามมีนายทหารที่ต้องจับตามองอีกคนคือ “พล.. ณัฐพล นาคพาณิชย์” รองผบ.ทบ. ซึ่งเข้ามาช่วยศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ( ศบค ) . ชุดเล็ก ให้กับ “พล..ประยุทธ์” และได้รับความไว้วางใจจากนายกรัฐมนตรี  เพราะเป็นมือไม้ช่วยงานรัฐบาลมาอย่างต่อเนื่อง

โดย “พล..ณัฐพล” อยู่ในตำแหน่ง รอง ผบ.ทบ. มา 2 ปีแล้ว ถึงเวลาต้องขยับ แต่สุดท้ายอาจจะอยู่ที่เดิม เท่ากับว่าจะอยู่ในตำแหน่งรองผบ.ทบ.ถึง 3 ปีซ้อน อย่างไรก็ตามมีกระเเสข่าวจะข้ามไปเป็น ผบ.ทสส. 1 ปี ก่อน “พล..เฉลิมพล”  ที่สามารถรอได้ เพราะเหลืออายุราชการถึงปี 2566

ส่วนกระเเสข่าว ที่และมีความเป็นไปได้มากสุดคือ จะข้ามไปรับตำแหน่ง “เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.)”  แทน “พล.. สมศักดิ์ รุ่งสิทธิ์ตา” เลขาธิการ สมช. คนปัจจุบัน  ที่จะเกษียณอายุราชการในสิ้นเดือนกันยายน 2563 นี้

ส่วนการขับเคี่ยว เพื่อช่วงชิง ตำแหน่ง ผบ.ตร. วันนี้น่าจะเหลือแคนดิเดทเพียง 2 บิ๊กสีกากีคือ “พล.ต.อ.มนู เมฆหมอก” รอง ผบ.ตร. นักเรียนนายร้อยตำรวจ ( นรต. ) รุ่น 38 อดีตนายเวร พล...สันต์ ศรุตานนท์ อดีต ผบ.ตร. กับ “บิ๊กปั๊ด” พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร. นรต.รุ่น 36 เพื่อนร่วมรุ่น “พล.ต.อ.จักรทิพย์” และเพื่อน ตท.รุ่น “บิ๊กแดง”



อย่างไรก็ตาม “บิ๊กปั๊ด” มีแนวโน้มที่จะก้าวเข้ามารับตำแหน่ง แม่ทัพสีกากีคนที่ 12” เพราะด้วยโปรไฟล์ เรื่องความสามารถในการสืบสวนสอบสวน และได้รับความไว้วางใจจาก “หัวหน้ารัฐบาล “ เพราะได้รับมอบหมาย ให้เข้ามาคลี่คลายคดีที่มีความสำคัญ นอกจากนี้ยังได้แรงหนุนจากผู้นำกองทัพอีกด้วย

แต่ไม่ว่า บทสรุปในการแต่งตั้งโยกย้าย ผบ.เหล่าทัพ และ”แม่ทัพสีกากี” จะปรากฏชื่อใครเข้ามารับตำแหน่งก็ตาม ขอให้มั่นใจได้เลยว่า จะไม่มีแรงกระเพื่อม ไม่มีกระแสต่อต้าน เพราะอย่างที่หลายคนรับรู้ นอกจากการแต่งตั้งนายทหาร จะเป็นตามความรู้ความสามารถแล้ว ยังเป็นตามสำนวนที่ว่า คนกำหนดหรือจะสู้ ฟ้าลิขิต”

................................................
คอลัมน์ : สืบเสาะเจาะข่าว
โดย :  "ระฆังแก้ว"


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 83