อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 15 สิงหาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 15 สิงหาคม 2563

'ซูเปอร์เมีย'ทุ่มหัวใจให้ผัวป่วย เหนื่อยท้อแต่ขอทำเพื่อเธอ

เป็นภรรยาที่น่ายกย่อง เป็นคู่ชีวิตที่ควรเอาเยี่ยงอย่าง เฝ้าดูแล "สามีล้มป่วยด้วยโรคมะเร็ง" ไม่สามารถพูดได้ อยู่เคียงข้างกายพาไปรักษา ไม่ว่าจะไกลแค่ไหน ลำบากเพียงใด เหนื่อยล้าเท่าใด แต่ไม่เคยทำให้พลังใจหดหายไปได้เลย อาทิตย์ที่ 19 กรกฎาคม 2563 เวลา 08.00 น.


“เรื่องแย่ๆที่ผ่านเข้ามาในชีวิต สอนให้รู้ว่า ใครรักเรา ใครพร้อมจะทิ้งเรา และใครพร้อมจะเคียงข้างเรา” ฉะนั้นเมื่อเราท้อแท้ ลองหันไปมองรอบๆตัว แล้วเราอาจจะพบใครสักคนที่อยู่กับเราเสมอ

หญิงสาววัยกลางคนๆหนึ่ง กำลังสู้ชีวิตอย่างเต็มกำลัง ไม่เพียงเพื่อต้องดูแลปรนนิบัติคนรักที่ล้มป่วยเท่านั้น แต่ยังต้องรับผิดชอบดูแลร่างกายและจิตใจของตัวเองด้วย เพื่อสร้างกำลังใจให้กับตัวเองในการฝ่าฟันอุปสรรคที่ถาโถมเข้ามาในชีวิต



เธอคนนั้นชื่อ นางสมหมาย เจริญไทย อายุ 42 ปี ใช้แรงกายที่เหน็ดเหนื่อยอ่อนล้าแต่พร้อมจะสู้ ภายในบ้านเลขที่ 1/4 ถนนเทศบาลบำรุง 2 ต.บ้านเหนือ อ.เมือง จ.กาญจนบุรี เพื่อดูแลสามีคือ นายจุมพล เจริญไทย วัย 41 ปี สามีสุดที่รัก ที่ล้มป่วยเป็นมะเร็งกล่องเสียง ไม่สามารถเปล่งเสียงหรือสื่อสารคำพูดอะไรออกมาได้เลย หากจะสื่อสารอะไรต้องเขียนเอาและใช้ท่าทางประกอบ

นางสมหมาย ปาดเหงื่อที่อาบหน้าบอกเล่าเรื่องราวความรันทดนี้ว่า เดิมที นายจุมพล มีอาชีพเป็นพ่อครัวอยู่ร้านอาหารแถวโค้งประปาใน จ.กาญจนบุรี ส่วนตนก็ทำงานเป็นพนักงานอยู่ที่ร้านนี้ด้วย รายได้ 2 คน ก็ประมาณ 20,000 บาท ต่อเดือน เช่าบ้านอยู่ใกล้ๆที่ทำงาน ตกเดือนละ 3,000 บาท ค่าน้ำ ค่าไฟ รวมค่าใช้จ่ายต่อเดือน 4,000 บาท มีลูกสาว 1 คน และมีครอบครัวแล้วไป ลูกสาวก็ไปอยู่บ้านแฟนเขา แต่แวะเวียนมาเยี่ยมบ่อยๆ



“สามีเริ่มป่วยตั้งแต่เมื่อต้นเดือน ม.ค.63 มีอาการไอ เจ็บคอ ตอนแรกก็ไปซื้อยาตามร้านขายยามากิน แต่ก็ไม่หาย พอเดือน ก.พ.ก็พาไปรักษาที่คลินิกแถวตลาดเรดซิตี้ หมอระบุว่าเป็นถุงลมโป่งพอง ก็ให้ยามาทาน ค่ารักษาและยาแต่ละครั้งก็เกือบพัน ไปหลายครั้งก็ไม่ไหวเพราะเงินไม่มี จึงขอคำปรึกษาหมอและได้รับคำแนะนำที่ดี กระทั่งกลางเดือน มี.ค. สามีเริ่มมีอาการหายใจเร็ว เหนื่อย หอบ และมีเลือดออกมาเวลาอ้วก จึงพาไปที่ รพ.พหลพลพลพยุหเสนา”

ภรรยาใจสู้ เล่าต่อว่า หลังจากตรวจ หมอพบก้อนเนื้อในคอ ต้องเจาะคอและแจ้งว่าต้องส่องกล้องในลำคอเพื่อตัดก้อนเนื้อไปตรวจ ก่อนจะให้ นายจุมพล กลับมารักษาตัวต่อที่บ้าน พร้อมกับทานยาตามที่หมอสั่ง และนัดให้มาฟังผลตรวจในวันที่ 10 เม.ย.

เมื่อถึงวันนัดฟังผล หมอแจ้งว่าเป็นเนื้อร้าย เป็นมะเร็งกล่องเสียง หลังจากนั้นก็ไม่ได้รักษาอะไร ได้แค่กินยาและให้อาหารทางสายยางมาตลอด ตั้งแต่เดือน พ.ค. - มิ.ย. รพ.ได้ทำเรื่องส่งตัวให้ไปรักษาต่อที่สถาบันมะเร็งแห่งชาติ เพื่อทำคีโม 3 รอบ แต่ต้องดูสภาพผู้ป่วยว่าร่างกายจะไหวหรือไม่ ซึ่งต้องทำคีโมให้ครบ 35 รอบ





“การทำคีโม ทำอาทิตย์เว้นอาทิตย์ แต่การฉายแสงต้องฉายทุกวัน ที่เป็นปัญหาคือต้องหาที่พักใกล้ๆสถาบันมะเร็งแห่งชาติ เพราะต้องพาเขาไปฉายแสงทุกวัน จันทร์-ศุกร์ ค่าเช่าที่พักก็แพงแต่ก็ต้องสู้ เพื่อความสะดวก ยังคิดอยู่ว่าถ้าเขาพอไหวก็จะเช่าที่พักแค่วันจันทร์ - พฤหัส ส่วนวันศุกร์ ก็จะกลับมาพักที่บ้าน จ.กาญจนบุรี แล้ววันจันทร์ก็ไปรักษาต่อเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย แต่ถ้าไม่ไหวก็ต้องเช่าอยู่เป็นเดือนเลย เพื่อให้ทำคีโมครบ 35 รอบ”

นางสมหมาย บอกแบบท้อแต่ไม่ถอยอีกว่า หลังจากที่สามีป่วย ตนก็ออกจากงานมาดูแลเพราะอยู่กันแค่ 2 คน ทำให้ไม่มีรายได้ ทุกวันนี้ใช้เงินเก็บที่มีและที่ญาติสามีให้มาบ้าง เวลาสามีจะให้ทำอะไรก็ต้องเขียนใส่กระดาษ เนื่องจากเสียงไม่มี ส่วนอาหารต้องทานอาหารเหลวเท่านั้นให้ทางสายยาง

ทุกวันนี้ค่ารักษาไม่เท่าไหร่ เพราะมีประกันสังคม แต่จะหนักตอนเดินทางไปรักษาตัว รถเรายืมคนรู้จักได้แต่ต้องจ้างคนขับรถ รวมถึงค่าน้ำมันไปกลับก็เป็นพัน บางครั้งไม่มีเงินก็ต้องไปขอยืมเถ้าแก่เก่าหรือญาติมาก่อน เพื่อจะได้ไปหาหมอได้ตามนัด กลับมาแล้วค่อยหาใช้คืน ก็ต้องสู้กันไป



เรื่องราวสู้ชีวิตนี้ไปเข้าหู นางรชยา ภูมิสวัสดิ์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดกาญจนบุรีและประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดกาญจนบุรี ก่อนจะลงพื้นที่มาหาที่บ้าน เพื่อหวังว่าจะเป็นขวัญและเป็นกำลังใจให้กับสามีภรรยาคู่นี้ เบื้องต้นได้มอบเงินเยียวยา 6,000 บาท เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายการเดินทาง หวังว่าจะช่วยต่อพลังใจให้กับพวกเขาได้ไม่มากก็น้อย

ภรรยาที่น่ายกย่องผู้นี้ ทิ้งท้ายไว้ว่า “เกิดมาเป็นคู่กันแล้ว เป็นคู่ผัวตัวเมียกันแล้ว อยู่ด้วยกันมากว่า 20 ปีแล้ว คงต้องดูแลกันไปตามอัตภาพ เป็นไปไม่ได้เลยที่จะทิ้งเขาได้ลงคอ บางทีก็คิดว่าเป็นโรคกรรมของเขาที่ป่วยเป็นโรคแบบนี้ แค่นี้เขาก็ทุกข์อยู่แล้ว เราจะต้องไม่แสดงอาการท้อแท้หมดหวังให้เขาเห็น เพื่อให้เขามีกำลังใจสู้ต่อไป ยืนยันว่าจะสู้กันไปให้ถึงที่สุด”

หากผู้ใจบุญท่านใดมีจิตกุศลที่ต้องการจะช่วยเหลือหญิงใจแกร่งคนนี้ก็สามารถติดต่อสอบถามได้ที่เบอร์ของ นางสมหมาย โทรฯ 0810158716.

*********************************
คอลัมน์    :    นิยายชีวิต
โดย         :    คุณสลีป

เรื่องและข้อมูลโดย    :     ภูริตา สายแก้ว ผู้สื่อข่าวเดลินิวส์ออนไลน์ จ.กาญจนบุรี

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 138