อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม 2563

สภาอุต-สภาเกษตรภาคใต้ หนุนโครงการเมืองต้นแบบจะนะ

ผู้แทนสภาเกษตร-สภาอุตสาหกรรมจังหวัดชายแดนภาคใต้ สรุปแนวทางขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ การพัฒนาภาคการเกษตรและหนุนโครงการเมืองต้นแบบจะนะ ศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม 2563 เวลา 19.00 น.


ตามที่รัฐบาล โดยนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา และคณะรัฐมนตรี มีนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งระบบเพื่อเชื่อมโยงมิติ การแก้ไขปัญหาความมั่นคง ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีมาอย่างยาวนานจนส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตและการพัฒนาในทุกมิติตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา โดยให้มีโครงการเมือง ต้นแบบสามเหลี่ยม มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ทั้งในพื้นที่ อ.เบตง จ.ยะลา, อ.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส และ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี จนมาสู่เมืองที่ 4 อ.จะนะ จ.สงขลา ที่จะพัฒนาเป็นเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมแห่งอนาคต โดยมี กรอบการพัฒนา 4 ด้าน ได้แก่ การพัฒนาศูนย์กลางการขนส่งทางน้ำด้วยการพัฒนาท่าเรือเชิงพาณิชย์ การสร้างความมั่นคงทางพลังงานด้วยการสร้างโรงไฟฟ้าที่สามารถดูแลระบบความมั่นคงทางพลังงานให้อนุภูมิภาคใต้ได้อย่างยั่งยืน การพัฒนาศูนย์กลางอุตสาหกรรม ผ่านสวนอุตสาหกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และการทําสมาร์ทซิตี้ ซึ่งเป็นโจทย์สําคัญของการพัฒนาประเทศตามกรอบยุทธศาสตร์ชาติ นั้น 

ดร.ตติยะ ฉิมพาลี ประธานสภาอุตสาหกรรมกลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายแดน กล่าวว่า ในนามของสภาอุตสาหกรรมจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีความยินดีและให้การสนับสนุนการพัฒนาในเรื่องดังกล่าว ทั้งนี้ จากปัญหาเศรษฐกิจในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่มีแนวโน้มตกต่ำลดลงอย่างเห็นได้ชัดทําให้เกิดปัญหาการว่างงานการอพยพย้ายถิ่นฐานแรงงานข้ามชาติ ปัญหาคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชน ปัญหางานและอาชีพในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งไม่เท่าเทียมกับภูมิภาคอื่น ของประเทศไทยทั้งที่จังหวัดสงขลาเคยเป็นเมืองศูนย์กลางการพัฒนาในอนุภูมิภาคแห่งนี้ โดยเชื่อมั่นว่าการพัฒนาดังกล่าวจะนําไปสู่การพัฒนาที่เชื่อมโยงคุณภาพชีวิตสังคมสาธารณสุข พหุสังคม และความร่วมมืออย่างแข็งขันของประชาชนในการปกป้องดูแลรักษาพื้นที่ตามกรอบแนวทางรัฐบาล ที่ต้องการให้ประชาชนในฐานะเจ้าของพื้นที่ร่วมดูแล และปกป้องความมั่นคงในพื้นที่ด้วยตัวเองโดยเฉพาะอย่างยิ่ง การผลักดันการพัฒนาเศรษฐกิจเชิงโครงสร้างให้ จ.สงขลา และจังหวัดชายแดนภาคใต้เดินหน้าต่อไปได้อย่างเท่าเทียมกับประเทศมาเลเซีย และกลายเป็นศูนย์กลางการพัฒนาของประเทศในระยะต่อไป 

อย่างไรก็ตาม การพัฒนาดังกล่าว จําเป็นจะต้องมีความร่วมมือจากหลายภาคส่วนไม่เพียงแต่ภาคเอกชนรัฐประชาสังคม ภาควิชาการและประชาชนเท่านั้น จําเป็นจะต้องร่วมมือวางแผนการ ทํางานร่วมกันในระยะต่อไปอย่างใกล้ชิดและรอบคอบสมบูรณ์ตามความต้องการของทุกภาคส่วน ซึ่งรับทราบว่าจะดําเนินการในระยะต่อไปอยู่แล้วก็ขอให้ดําเนินการไปตามที่กําหนด เพื่อให้ประโยชน์เกิดต่อประชาชนและประเทศชาติโดยสูงสุดต่อไป

ขณะที่ นายอาบีดีน มนูญทวี สมาชิกสภาเกษตรจังหวัดยะลา ได้กล่าวแถลงถึงข้อสรุปการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ของสภาเกษตรจังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่า ปัจจุบันภาคการเกษตรยังมีความสำคัญยิ่งต่อระบบเศรษฐกิจของ ประเทศไทย ถึงแม้ว่าเมื่อเปรียบเทียบรายได้ภาคการเกษตรต่อรายได้ประชาชาติ จะอยู่ในระดับไม่สูงนัก เนื่องจากภาคเศรษฐกิจด้านอื่นๆ โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรม การส่งออก การบริการ และการท่องเที่ยวเติบโตกว่ามาก หากมองตัวเลขทางเศรษฐกิจในเชิงเปรียบเทียบ ทำให้ภาคการเกษตรไม่ค่อยมีความสำคัญในเชิงเศรษฐกิจ และจำนวนเกษตรกรมีแนวโน้มลดลงเช่นเดียวกับประเทศพัฒนาแล้ว และแนวโน้มการพัฒนาการเกษตรเป็นไปแบบที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน และไม่มีการแก้ไขปัญหาการเกษตรกรอย่างจริงจังและถูกต้อง เชื่อว่าอีกไม่นานจำนวนเกษตรกรไทยจะเหลือจำนวนไม่เกินร้อยละ 10 เช่นเดียวกับประเทศในยุโรป ทั้งที่สภาพทางกายภาพและชีวภาพของประเทศไทย มีความเหมาะสมกับการประกอบอาชีพการเกษตรก็ตาม ภาพของเกษตรกรรายย่อยซึ่งมีทุนน้อยอาจต้องเปลี่ยนสภาพกลายเป็นลูกจ้างในโรงงานอุตสาหกรรมหรือภาคการบริการ ซึ่งจะปรากฏให้เห็นได้อย่างชัดเจน หรืออาจมีการขายที่ดิน หรือขายกิจการให้กับผู้ประกอบการรายใหญ่แล้วผันตัวเองเป็นแรงงานเกษตรกรรับจ้างในที่ดินที่เคยเป็น สภาพปัญหาภาคการเกษตรมีในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีอย่างหลากหลายและสลับซับซ้อน และแนวโน้มอนาคตของเกษตรกรจะค่อนข้างมืดมน ด้วยข้อมูลเชิงประจักษหลายอย่าง เช่น ปัญหาเรื่องที่ดิน การเข้าถึงทรัพยากร หนี้สิน การตลาด สุขภาวะ และอีกหลาย ๆ เรื่องที่ส่งผลให้เกษตรกรในพื้นที่อยู่ไม่รอด และการแก้ไขปัญหาที่ผ่านมาของภาครัฐไม่มีความเป็นเอกภาพ ต่างหน่วยงานต่างดำเนินการโดยขาดการบูรณาการอย่างแท้จริง ไร้ทิศทางที่ชัดเจน และสำคัญที่สุด ขาดข้อมูลที่เที่ยงตรง เพื่อการกำหนดยุทธศาสตร์ภาคการเกษตร โดยเฉพาะอย่างยิ่งการกำหนดภารกิจปลายทางที่จะรองรับผลผลิตภาคการเกษตรในพื้นที่ที่ชัดเจน

นายอาบีดีน กล่าวต่อไปว่า อย่างไรก็ตาม เพื่อจัดทำยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาการเกษตรในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้สอดคล้องกับนโยบายการบริหารและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ประกอบด้วย ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี พ.ศ. 2561 – 2580, แผนแม่บท 23 แผน ภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 พ.ศ. 2560 – 2564 แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. 2563 – 2565 และแผนพัฒนาแผนการปฏิรูปประเทศต่าง ๆ เพื่อดำเนินการจัดทำยุทธศาสตร์และแผนปฏิบัติการให้สอดคล้อง และสนองต่อปัญหาความต้องการของเกษตรกรในพื้นที่ โดยเฉพาะการเชื่อมโยงภารกิจสภาเกษตรกรกับศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ในฐานะหน่วยงานเชิงนโยบายและกำกับยุทธศาสตร์การพัฒนาหลักในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

สมาชิกสภาเกษตรจังหวัดยะลา กล่าวอีกว่า สำหรับการเชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์การพัฒนาของหน่วยงานในพื้นที่นั้น ที่ผ่านมาภาคการเกษตรเป็นภาควิชาชีพหนึ่งเดียวที่ขาดการวางแบบแผนอย่างเป็นระบบ อีกทั้งไม่สามารถเชื่อมโยงกับกลางทางและปลายทางที่เน้นการสร้างมูลค่าและการเชื่อมโยงกับตลาด ดังนั้นการเชื่อมโยงเกษตรอุตสาหกรรมเป็นสิ่งที่สำคัญในพื้นที่ เพราะวันนี้จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีความเข้มแข็งเรื่องของการทำเกษตรกรรมอย่างมาก มีพื้นที่ที่มีศักยภาพ แต่เนื่องจากยังขาดเกษตรกรอุตสาหกรรมที่รองรับผลผลิตของเกษตรก รทำให้ไม่สามารถเชื่อมโยงผลผลิตของเกษตรกรเข้าสู่ช่องทางการจำหน่ายและแปรรูปในพื้นที่ได้ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องกำหนดยุทธศาสตร์และการวางแผนการทำงานซึ่งมีประเด็นการทำงาน 5 ส่วนหลักได้แก่ การจัดสรรที่ดินทำกินให้กับเกษตรกรในพื้นที่เพื่อให้สามารถทำเกษตรกรรมได้อย่างประสิทธิภาพ, การวางโครงสร้างพื้นที่ฐานการเกษตร เช่น ระบบชลประทาน ระบบโครงสร้างดินที่เหมาะสมกับเพาะปลูก วิศวกรรมและอุตสาหกรรมเกษตร การจัดพื้นที่การเพาะปลูก หรือ การ Zoning เป็นต้น, การแก้ไขปัญหาโครงสร้างหนี้ของเกษตรกรไปพร้อมกับการวางระบบการเงินของประชาชน โดยให้มีกองทุนเกษตรกรระดับหมู่บ้านเชื่อมโยงกองทุนหมู่บ้านตามแนวทางของรัฐบาล, การเชื่อมโยงภาคการเกษตรไปสู่อุตสาหกรรม การสร้างวิสาหกิจทางการเกษตรอย่างหลากหลาย การตลาดที่เชื่อมโยงความต้องการของผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ การท่องเที่ยวเกษตรกรรมและนวัตกรรมทางการเกษตร และการเตรียมความพร้อมด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ทางการเกษตร โดยเฉพาะเกษตรรุ่นใหม่ หรือทายาทเกษตรกรที่จะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาภาคการเกษตรในอนาคต

โดย 5 แนวทางข้างต้น เป็นแผนงานพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากที่อยู่ภายใต้การรองรับตามนโยบายการพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษของรัฐบาลและศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) สภาเกษตรกรยินดีจะช่วยกันวางแผนการบริหารจัดการที่เป็นระบบ โดยมุ่งหวังให้ประชาชนทุกภาคส่วนมีชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดี มีงานทำและมีครอบครัวที่สมบูรณ์.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 43