อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม 2563

ชวนคนไทยบริจาคซื้อหน้ากากแจกน้องประถม

มูลนิธิธรรมาภิบาลทางการแพทย์และคณะนักศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรธรรมาภิบาลทางการแพทย์สำหรับผู้บริหารระดับสูง (ปธพ.) รุ่นที่ 1-8 จัดทำโครงการเด็กไทยสู้ภัยโควิด “Thai Kids Fight COVID (TKFC) เพื่อจัดหาหน้ากากผ้าที่มีคุณภาพให้กับเด็กนักเรียนในโรงเรียนท้องถิ่นทุรกันดารและนักเรียนที่ขาดแคลน ป้องกันโควิดให้นักเรียนระดับประถม พฤหัสบดีที่ 2 กรกฎาคม 2563 เวลา 14.41 น.


ศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณ นพ.อุดม คชินทร  รองประธานมูลนิธิธรรมาภิบาลทางการแพทย์  พล.อ.ต.นพ.อิทธพร  คณะเจริญเลขาธิการมูลนิธิธรรมาภิบาลทางการแพทย์และแพทยสภา พญ.เจรียง จันทรกมล ประธานคณะนักศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรธรรมาภิบาลทางการแพทย์สำ หรับผู้บริหารระดับสูง รุ่นที่ 8 (ปธพ.8) ในฐานะประธานโครงการเด็กไทยสู้ภัยโควิด Thai Kids Fight COVID (#TKFC) และผู้ร่วมสนับสนุนโครงการฯ แถลงข่าวความร่วมมือโครงการ ซึ่งศาสตราจารย์เกียรติคุณ นพ.เกษม วัฒนชัย ประธานมูลนิธิธรรมาภิบาลทางการแพทย์มีความห่วงใยน้องๆ ที่ขาดแคลน โดยเฉพาะเด็กนักเรียนระดับประถมศึกษาที่ใส่หน้ากากของผู้ใหญ่ไม่ได้ จึงได้มอบหมายให้ศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณ นพ.อุดม คชินทร  ที่ปรึกษามูลนิธิธรรมาภิบาลทางการแพทย์ให้มาดูแลโครงการมูลนิธิฯ ร่วมกับสภากาชาดไทย จัดทำหน้ากากผ้าสำหรับเด็ก เพื่อมอบให้น้องๆ โรงเรียนชั้นประถมในท้องถิ่นทุรกันดาร และโรงเรียน ตชด. ที่ตั้งอยู่บนดอยบนเขา  
 
พล.อ.ต. นพ. อิทธพร กล่าวว่า เมื่อเดือนเมษายน-มิถุนายน  ที่ผ่านมา มูลนิธิธรรมาภิบาลทางการแพทย์และคณะนักศึกษาหลักสูตรธรรมาภิบาลทางการแพทย์สำหรับผู้บริหารระดับสูง รุ่นที่ 1- 8 ได้ร่วมกับสภากาชาดไทย จัดโครงการอาสาร่วมใจสู้ภัย COVID เพื่อสนับสนุนทีมแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ ในการจัดหาวัสดุอุปกรณ์ที่จ าเป็นในการปกป้องบุคลากรทางการแพทย์
 
จากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ซึ่งโครงการฯได้รับการสนับสนุนอุปกรณ์ทางการแพทย์และทุนทรัพย์จากภาคีเครือข่ายและประชาชนอย่างกว้างขวาง   ได้มีการจัดคาราวานเพื่อน าอุปกรณ์เหล่านี้ไปยังจังหวัดสงขลา เชียงใหม่ และขอนแก่น รวมทั้งการจัดส่งสิ่งของเครื่องใช้อาหารแห้งและนมผงส าหรับเด็กไปช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนที่จังหวัดภูเก็ตด้วย  
 
ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลาของโครงการซึ่งสิ้นสุดเมื่อ 30 มิถุนายนที่ผ่านมา ได้มีการบริหารจัดการ จัดหาและจัดสรรอย่างโปร่งใสตามความประสงค์ของทุกฝ่ายท าให้โครงการที่ผ่านมาประสบผลสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี  สำหรับโครงการ“เด็กไทยสู้ภัยโควิด" หรือ "Thai Kids Fight Covid"(#TKFC) เป็นโครงการต่อเนื่องจาก #อาสาร่วมใจFightcovid โดย นักศึกษา ปธพ.1-8 
 
ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวช่วย“จัดหาหน้ากากผ้าเพื่อน้องประถม”เล็งเห็นถึงความส าคัญของหน้ากากผ้าที่จะช่วยป้องกันการติดเชื้อโรคของเด็กๆ ในช่วงเปิดเทอม ซึ่งมาตรการการป้องกันและคัดกรองเพื่อลดการแพร่กระจายเชื้อในโรงเรียน ที่สำคัญคือการสวมหน้ากากในระหว่างอยู่ที่โรงเรียน โดย หน้ากากผ้าสำ หรับเด็กมีความแตกต่างกับของผู้ใหญ่เช่น ขนาดที่เหมาะสมกับสรีระ และวัตถุดิบที่น ามาต้องค านึงถึงความปลอดภัยและความทนทาน รวมทั้ง สีสันเพื่อเพิ่มความน่าใช้ รวมทั้งคุณภาพและความปลอดภัย หน้ากากส าหรับเด็กจึงต้องมีขนาดที่เหมาะสมสามารถปรับขนาดได้รวมทั้งต้องดูแลรักษาง่าย และให้เด็กๆ สามารถเขียนชื่อที่หน้ากากได้เพื่อป้องกันการสูญหายหรือสลับกัน ซักได้หลายครั้งเพื่อประหยัด 
 
ทั้งนี้หน้ากากจากโครงการจะมอบให้เด็กระดับประถมต้น (ป.1-4) คนละ 1 ชุดๆ ละ 2 ชิ้น โครงการนี้ได้รับความอนุเคราะห์สนับสนุนการผลิตและร่วมมือ จากภาคเอกชน ได้แก่ บริษัท สุภารา จำกัด (GQ)  บริษัท นารายณ์อินเตอร์เทรด จ ากัด (NARAYA) บริษัท ซาบีนา จ ากัด (มหาชน) (SABINA) – มูลนิธิคุณแม่จินตนา ธนาลงกรณ์ ทั้งนี้ ทั้ง 3 บริษัทได้ร่วมสนับสนุนการผลิตหน้ากากให้กับโครงการ TKFC ในราคาพิเศษ และมี กิจกรรม (แคมเปญ) ร่วมบริจาคหน้ากากผ้าส าหรับเด็กให้โครงการฯ 1 ชิ้นเมื่อมีผู้ซื้อหน้ากากผ้า 1 ชิ้นอีกด้วย ผู้สนับสนุนทั้ง 3 บริษัท จะร่วมบริจาคหน้ากากผ้าสำหรับเด็กเข้าสู่โครงการ TKFC ไม่น้อยกว่าบริษัทละ 25,000 ชิ้น ในช่วงระยะเวลากรกฎาคมถึง 15 สิงหาคมนี้
 
ทั้งนี้ประชาชนผู้สนใจสามารถร่วมสนับสนุนโครงการ TKFC ได้โดยการซื้อหน้ากากผ้าสำ หรับเด็กจากบริษัทผู้สนับสนุนข้างต้นตาม campaign ข้างต้น หรือร่วมบริจาคให้กับมูลนิธิฯ ได้ที่ ชื่อบัญชี มูลนิธิธรรมาภิบาลทางการแพทย์  ธนาคารกสิกรไทย สาขาท่าเรือสาธุประดิษฐ์ เลขที่บัญชี 048-1-10901-9 ส าหรับโรงเรียนในกลุ่มเป้าหมายแรก ได้แก่ 1.โรงเรียนในโครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารในพระราชดำริสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ภายใต้การก ากับดูแลของสำ นักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน และ 2.โรงพยาบาลที่จะเข้าร่วมในโครงการร่วมกับโรงเรียนในเครือข่ายและในพื้นที่ของโรงพยาบาลเป็นการทางานแบบบูรณาการ ได้แก่ โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช จำนวน 21 แห่ง โรงพยาบาลเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา จ านวน 11 แห่ง และโรงพยาบาลในเครือข่ายของนักศึกษา ปธพ. รุ่นที่ 1-8
 
อย่างไรก็ตาม นอกจากการมีหน้ากากสวมใส่แล้ว ยังต้องสอนน้องๆ เล่นอย่างระมัดระวัง รักษาระยะห่าง และต้องล้างมือสม่ำเสมอ


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%