อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม 2563

"ฝึกจำลองยุทธ" เพื่อนรัก หักเหลี่ยมโหด ตอนที่ 3

“ยิงแม่งเลย...” ฝ่ายข่าวเลือดร้อนจอมลุยเสนอหนทางเลือก “ยิงมันตกเครื่องหนึ่งนะรับรองแม่งต้องเข็ด... จันทร์ที่ 29 มิถุนายน 2563 เวลา 11.00 น.


ฟังดูแล้วก็สนุกดีนะครับ ซึ่งก็เป็นจริงอย่างนั้น อาจารย์ท่านจะไม่เข้ามายุ่งเกี่ยวกับการปฏิบัติของลูกศิษย์ ปล่อยให้แต่ละคนวาดลวดลายกันเต็มที่พร้อมกับป้อนสถานการณ์ให้เป็นระยะ ๆ โดยพยายามให้สมจริงและเป็นธรรมอย่างที่สุดเพื่อมิให้ได้เปรียบเสียเปรียบกัน นักเรียนก็สนุกกันเต็มที่เพราะได้ใช้วิชาที่เรียนกันมาทั้งปีกับสถานการณ์ที่สมจริงอย่างที่สุด แถมยังมีการแพ้การชนะให้ลุ้นและเก็บเป็นมุขไว้อำกันจนแม้จะเกษียณอายุราชการไปแล้วอีกต่างหาก

หลังจากที่นักเรียนเสธ.ชุดผมจบการศึกษามาได้ไม่นาน เมื่อคอมพิวเตอร์เข้ามามีบทบาทในกองทัพมากขึ้น ทางโรงเรียนก็นำเอาวิทยาการไฮเทคนี้มาใช้ซึ่งก็ยิ่งทำให้สถานการณ์สมมุติมีความสมจริงมากขึ้นด้วยการป้อนข้อมูลและหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ตามตำรารบเข้าคอมพิวเตอร์แล้วให้กำหนดสถานการณ์ออกมาจากข้อมูลการปฏิบัติของนักเรียนแทนที่จะใช้ “คน” คืออาจารย์เป็นผู้กำหนดซึ่งย่อมมีโอกาสขาดตกบกพร่องได้มากกว่า

การฝึกจำลองยุทธเช่นนี้จึงเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการลับสมองของนักรบระดับฝ่ายเสธ.กองพลอย่างพวกเรา

พวกผมเอาจริงเอาจังเป็นอย่างยิ่งกับการฝึกครั้งนี้ เพราะไม่อยากถูกเย้ยหยันจากฝ่ายข้าศึกซึ่งก็คือเพื่อน ๆ นักเรียนรุ่นเดียวกันนั่นแหละ...หากต้องตกเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ในการรบซึ่งแม้จะปลอม ๆ แต่เวลาอำกันกลับจริงจังเอาเป็นเอาตายครับ

ผมกับเพื่อนนายทหารนักเรียนกลุ่มหนึ่งรับบทกองพลฝ่ายน้ำเงินมีพี่ดิษฐ์-ผู้บัญชาการกองพลตลอดกาลของพวกเรารับบทผู้บัญชาการอีกครั้งพร้อมด้วยหน้าที่หลักคอยเหลาดินสอและหยิบโน่นส่งนี้ รวมทั้งคอยวิ่งซื้อโอเลี้ยง กาแฟเย็น ข้าวผัด ข้าวหมูแดง ฯลฯ (แถมเครื่องดื่มบำรุงกำลัง ลิโพ-กระทิงแดงในวันหลัง ๆ)

เช่นเคย ผมทำหน้าที่เป็นหัวหน้าฝ่ายยุทธการกองพล ส่วนคนอื่น ๆ ก็แยกย้ายกันรับหน้าที่อื่น ๆ ทั้งฝ่ายกำลังพล ฝ่ายข่าว ฝ่ายส่งกำลังบำรุง ฝ่ายกิจการพลเรือน ฯลฯ ครบถ้วนตามอัตราการจัดมาตรฐานของกองพลทหารราบ



คู่ต่อสู้ของเราคือกองพลฝ่ายแดง มีพี่โมทย์-จอมขี้ลืม อาวุโสรุ่นเดียวกับพี่ดิษฐ์ทำหน้าที่เป็นผู้บัญชาการกองพลเพื่อไม่ให้ได้เปรียบเสียเปรียบกัน ส่วนหัวหน้าฝ่ายยุทธการซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการวางแผนและอำนวยการรบของกองพลนั้นเป็นนายทหารรุ่นพี่ผมปีหนึ่ง ชื่อพี่หมอซึ่งมาจากปักษ์ใต้ด้วยกันแต่ต่างกันตรงที่ผมเป็นทหารปืนใหญ่

ส่วนพี่หมอนั้นเป็นทหารราบที่ผ่านการรบมาอย่างโชกโชนในดินแดนด้ามขวานแถมเคยอาสาสมัครไปรบในเวียดนามมาอีกต่างหาก ทางด้านวิชาการก็เป็นคนเรียนหนังสือติดระดับท็อปเท็นคนหนึ่งของรุ่น จึงนับว่าเป็นคู่ต่อสู้ที่น่าหนักใจเป็นอย่างยิ่ง

มาถึงตอนนี้ ทั้งกองพลฝ่ายแดงและฝ่ายน้ำเงิน จากที่เคยโอภาปราศรัยกันอย่างสนิทสนม มีข่าวคราวอะไรทั้งเรื่องเรียนและเรื่องอื่น ๆ ที่เคยนำมาเล่าสู่กันฟังก็เปลี่ยนไป ต่างฝ่ายต่างเก็บท่าทีและข่าวสารทั้งสิ้นอย่างมิดชิด เจอะหน้ากันก็ทำเป็นเมิน ๆ เสีย เพราะต้องทำสงครามกันแล้ว

เช้าของสงครามวันแรกผ่านไปโดยไม่มีเรื่องตื่นเต้น หากเป็นมวย ก็คงอยู่ระหว่างยกที่ 1 ต่างฝ่ายต่างใช้การหยั่งเชิงเพื่อดูท่าทีของฝ่ายตรงข้าม

จนกระทั่งฝ่ายการข่าวส่งข่าวที่เพิ่งได้รับจากอาจารย์กรรมการชิ้นหนึ่งมาให้ที่ประชุมฝ่ายเสนาธิการกองพลน้ำเงินของพวกผม ปรากฏว่า มีรายงานจากหน่วย ปตอ.เข้ามาว่า ได้มีเครื่องบินชนิดลาดตระเวนลำหนึ่งกำลังบินตรงเข้ามายังที่ตั้ง ปตอ.โดยอยู่ห่างประมาณ 2 กิโลเมตร ยังไม่แน่ใจว่าจะตรวจการณ์เห็นที่ตั้งของฝ่ายเราหรือไม่ จึงขอทราบว่ากองพลจะสั่งการให้ปฏิบัติการอย่างไร…

“ยิงแม่งเลย...” ฝ่ายข่าวเลือดร้อนจอมลุยเสนอหนทางเลือก “ยิงมันตกเครื่องหนึ่งนะรับรองแม่งต้องเข็ด หายซ่าทันที หนอยแน่ยังไม่ทันไรส่งเครื่องบินมาเหยียบหัวพวกเราซะแล้ว ต้องให้รู้จักกันซะบ้างว่าทหารไทยนั้นขนาดไหน แถมถ้ายิงตกนะ คะแนนฝ่ายเราต้องเหนือมันทันที...” ว่ายาวแล้วเหลือบมองปฏิกิริยาจากอาจารย์ที่นั่งดูดโอเลี้ยงกองกลางอยู่เงียบ ๆ.
.................................................................
คอลัมน์ : สอยดาวมาร้อยบ่า – RELOADED
โดย “พล.อ.บัญชร ชวาลศิลป์”
Facebook : Gen.Bunchon - บัญชร ชวาลศิลป์ 


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 45