อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม 2563

วิจัย "หญ้าไหวทาม" ยามชายฝั่ง ตรวจน้ำมันรั่ว ช่วยระบบนิเวศ

การเกิดน้ำมันรั่วไหลในท้องทะเล ส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรทางทะเล และชายฝั่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ตามชายฝั่ง รวมถึงทัศนียภาพของแหล่งท่องเที่ยวทางทะเล สาเหตุของการรั่วไหลเกิดขึ้นได้ทั้งตามธรรมชาติ และเกิดจากการกระทำของมนุษย์ อาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน 2563 เวลา 10.00 น.


หลายคนยังคงจำภาพคราบน้ำมันที่ตัดกับสีของน้ำทะเลบริเวณชายหาดระยอง จากเหตุการณ์น้ำมันรั่วเมื่อปี 2556 ได้เป็นอย่างดี และล่าสุดเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ข่าวถังเก็บน้ำมันดีเซลในเขตอุตสาหกรรมแตก ส่งผลให้น้ำมันไหลลงสู่แม่น้ำไซบีเรีย  ซึ่งเป็นที่กังวลของนักสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างมาก

การเกิดน้ำมันรั่วไหลในท้องทะเล ส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรทางทะเล และชายฝั่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ตามชายฝั่ง รวมถึงทัศนียภาพของแหล่งท่องเที่ยวทางทะเล สาเหตุของการรั่วไหลเกิดขึ้นได้ทั้งตามธรรมชาติ และเกิดจากการกระทำของมนุษย์ โดยคราบน้ำมันที่ลอยอยู่บนผิวน้ำจะทำให้ปริมาณออกซิเจนในน้ำลดลง ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศบริเวณนั้นรวมถึงอัตราการสังเคราะห์แสงของพืชที่ขึ้นเจริญเติบโตอยู่ในน้ำทะเล



ทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลบอบช้ำจากการรั่วไหลของน้ำมันที่เกิดจากการกระทำของมนุษย์ มีสาเหตุหลัก ได้แก่ จากการขุดเจาะขนส่ง และลักลอบปล่อยน้ำมันลงสู่แหล่งน้ำ ด้วยเหตุนี้ นางสาวญาณิศา โอฬารานนท์ นักศึกษาหลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาการพืช (หลักสูตรนานาชาติ) คณะวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล จึงได้ศึกษาวิจัยและประเมินความสามารถของพืชในการเป็น Bioindicator เพื่อตรวจจับน้ำมัน โดยคาดว่าผลจากการศึกษาพืชเหล่านี้อาจเป็นประโยชน์ต่อการตรวจจับการปนเปื้อนของน้ำมันในธรรมชาติได้

การวิจัยครั้งนี้ ได้รับทุนสนับสนุนจากภาควิชาพฤกษศาสตร์ โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.ปวีณา ไตรเพิ่ม ภาควิชาพฤกษศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ เป็นอาจารย์ที่ปรึกษานางสาวญาณิศา กล่าวว่า  ตนได้รับทุนให้ศึกษาวิจัย เรื่อง ผล กระทบของน้ำมันดิบต่อพืชชายฝั่งทะเล โดยเห็นว่าพืชเป็นตัวแปรหนึ่งที่สำคัญต่อระบบนิเวศ โดยพืชชายฝั่งทะเลเปรียบเสมือน “ยามชายฝั่ง” ที่อาจตรวจจับการรั่วไหลของน้ำมันและส่งสัญญาณให้เรารับรู้ได้แม้ว่ามีการปนเปื้อนเพียงเล็กน้อย จึงได้ศึกษาเปรียบเทียบระหว่าง “ผักบุ้งทะเล” ซึ่งเป็นพืชใบเลี้ยงคู่ และ “หญ้าไหวทาม” ซึ่งเป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยว

จากการศึกษาโครงสร้างภายในของพืชเปรียบเทียบกันระหว่างพืชที่ได้รับน้ำมันดิบ และไม่ได้รับน้ำมันดิบ พบว่าหญ้าไหวทามมีคุณสมบัติในการเป็น Bioindicator ตรวจจับน้ำมันดิบได้ เนื่องจากมีความสามารถในการปรับตัวเมื่อได้รับน้ำมันดิบในความเข้มข้นเพียงร้อยละ 1 โดยมีการปรับเปลี่ยนลักษณะเพื่อให้สามารถอยู่รอดได้นานถึง 120 วัน ในขณะที่ “ผักบุ้งทะเล” มีความสามารถในการปรับตัวที่น้อยกว่าและไม่สามารถทนต่อน้ำมันดิบได้



และจากผลการวิจัยนี้สามารถนำไปถ่ายทอดเป็นความรู้ให้กับคนทั่วไป เพื่อประยุกต์ใช้ “หญ้าไหวทาม” เป็นเครื่องมืออย่างง่ายและราคาถูกสำหรับตรวจจับการปนเปื้อนของน้ำมันดิบในเขตชุมชนนั้น ๆ และใช้ “ผักบุ้งทะเล” เป็นกรณีศึกษาเพื่อปลูกจิตสำนึกและสร้างความตระหนักในการอนุรักษ์ระบบนิเวศทางทะเล เนื่องจากพืชหลายชนิดอาจไม่สามารถทนทานต่อการปนเปื้อนได้เช่นเดียวกับผักบุ้งทะเล

นางสาวญาณิศา จะร่วมเสนอผลงานแบบปากเปล่า (Oral Presentation) ในกลุ่มวิทยาศาสตร์ชีวภาพ ระดับปริญญาโท เพื่อเข้าชิงรางวัลวิทยานิพนธ์ดีเด่น จัดโดย บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดลในวันอังคารที่ 14 กรกฎาคม 2563 นี้.

..........................................
นภาพร พานิชชาติ.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 57