อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 11 สิงหาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 11 สิงหาคม 2563

ข่าวคนไทยในออสเตรเลีย วันที่ 21มิถุนายน 2563

นายกรัฐมนตรี นายสกอตต์ มอร์ริสัน ออกแถลงข่าวหลังจากการประชุมคณะรัฐมนตรีแห่งชาติเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 18 มิถุนายน 2563 ว่า รู้สึกเศร้าเสียใจต่อประชาชนชาวออสเตรเลียกับตัวเลขการว่างงาน ที่พุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ ถึง 7.1% อาทิตย์ที่ 21 มิถุนายน 2563 เวลา 06.30 น.


@@@@ ประเทศออสเตรเลียสูญเสียตำแหน่งงานอีก 227, 000 ตำแหน่ง ระหว่างเดือนเมษายนและพฤษภาคม ส่งผลให้มีการสูญเสียงานทั้งหมด 835,000 ตำแหน่ง ในภาคการปรับฤดูกาลตั้งแต่เดือนมีนาคม และอัตราการว่างงานเพิ่มขึ้นจาก 0.7% เป็น 7.1% สำนักงานสถิติแห่งชาติออสเตรเลียเปิดเผยข้อมูลเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา เผยให้เห็นว่า ผลกระทบต่อมาตรการที่เข้มงวดในการป้องกันโรค Covid-19 ได้ลดงานของผู้หญิงและคนหนุ่มสาวโดยเฉพาะ ซึ่งเป็นอัตราที่เลวร้ายที่สุดเป็นประวัติการณ์ และชาวออสเตรเลียสามล้านกว่าคน อยู่ได้ด้วยค่าจ้างแรงงานเงินอุดหนุนจากรัฐบาล ในโครงการ Job Keeper และ Job Seeker .................. นายสกอตต์ มอร์ริสัน นายกรัฐมนตรี กล่าวในระหว่างการแถลงข่าวในช่วงบ่ายวันพฤหัสบดีที่ 18 มิถุนายน 2563 ว่า รู้สึกเศร้าเสียใจต่อประชาชนชาวออสเตรเลียกับตัวเลขดังกล่าว เป็นผลกระทบอย่างต่อเนื่องจากมาตรการทิ้งระยะห่างทางสังคม ที่มีการประกาศใช้ตั้งแต่เมื่อช่วงปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งนำไปสู่การปิดทำการของธุรกิจจำนวนมาก สำหรับชาวออสเตรเลียบางคน เหตุการณ์นี้อาจจะพาพวกเขากลับไปสู่ความทรงจำที่แย่และน่ากลัว ที่เคยเกิดขึ้นเมื่อหลายชั่วอายุคนมาแล้ว ในขณะที่รัฐบาลของเขาทำงานกันมาอย่างหนักติดต่อกันเป็นเวลาหลายเดือนร่วมกับชาวออสเตรเลีย รัฐบาลเน้นที่จุดสูงสุดของวิกฤติการณ์ Covid-19 ว่าจะต้องมีการอุดหนุนค่าแรงงานเพื่อให้พนักงานได้เชื่อมต่อกับงานของพวกเขาในขณะที่ความล้มเหลวทางเศรษฐกิจโดยรวมทวีความรุนแรงมากขึ้น รัฐบาลกำลังรอข้อมูลเพิ่มเติมก่อนที่จะตัดสินใจเลือกวิธีที่ดีที่สุดในการสร้างความสมดุลให้กับโครงการ เขาหวังว่า ธุรกิจต่าง ๆ จะได้รับประโยชน์เมื่อระบบเศรษฐกิจฟื้นตัว กลับมาเดินหน้าอีกครั้ง พวกเขาจะเป็นบุคคลกลุ่มแรก ๆ ที่ได้รับผลประโยชน์จากสิ่งที่เรากำลังทำอยู่นี้ ชาวออสเตรเลียเสียสละอย่างยิ่งใหญ่เพื่อให้ออสเตรเลียอยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุด ชาวออสเตรเลียมองไปรอบโลกและพวกเขาได้เห็นภาพสยองขวัญที่เกิดขึ้นจริง หลุมศพที่เต็มไปด้วยผู้ที่ตกเป็นเหยื่อของ coronavirus เศรษฐกิจถูกทำลาย ความตายที่ยังไม่ได้บันทึก และที่นี่ในประเทศนี้มีการตอบสนองที่ เขาเชื่อว่าชาวออสเตรเลียทุกคนควรภาคภูมิใจ

@@@@ เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2563 นางสาวบุษฎี สันติพิทักษ์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงแคนเบอร์รา ได้เข้าเยี่ยมคารวะนางฟรานเซส อดัมสัน ปลัดกระทรวงการต่างประเทศและการค้าออสเตรเลีย เพื่อแนะนำตัวในโอกาสที่เข้ารับหน้าที่ และหารือเกี่ยวกับ แนวทางการส่งเสริมความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างไทยกับออสเตรเลียในด้านต่าง ๆ ในโอกาสนี้ เอกอัครราชทูตฯ ได้แสดงความขอบคุณรัฐบาลออสเตรเลีย กระทรวงการต่างประเทศและการค้า และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของออสเตรเลียทั้งในส่วนกลางและระดับรัฐ กระทรวงศึกษาธิการ และสำนักงาตรวจคนเข้าเมือง ที่ได้ให้คำแนะนำและความช่วยเหลือแก่ชุมชนคนไทยและนักศึกษาไทยในออสเตรเลียที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และอำนวยความสะดวกในการจัดเที่ยวบินพาณิชย์พิเศษ เช่าเหมาลำเพื่อนำคนไทยในออสเตรเลียที่ตกค้างเดินทางกลับประเทศไทยในช่วง เมษายน - มิถุนายน 2563


นางสาวบุษฎี สันติพิทักษ์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงแคนเบอร์รา ได้เข้าเยี่ยมคารวะนางฟรานเซส อดัมสัน ปลัดกระทรวงการต่างประเทศและการค้าออสเตรเลีย เพื่อแนะนำตัวในโอกาสที่เข้ารับหน้าที่ และหารือ พร้อมทั้งขอบคุณในความช่วยเหลือพาคนไทยกลับบ้าน

@@@@ เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2563 สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงแคนเบอร์รา และสถานกงสุลใหญ่ ณ นครซิดนีย์ ร่วมกับหน่วยงานทีมประเทศไทยในออสเตรเลีย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทยและออสเตรเลียได้จัดเที่ยวบินพาณิชย์พิเศษเช่าเหมาลำของสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 433 (เส้นทางนครเพิร์ธ-กรุงจาการ์ตา-กทม.) เพื่อนำคนไทยจำนวน 55 คน ออกเดินทางจากนครเพิร์ท เวลา 07.15 น. (เวลาท้องถิ่น) ไปยังกรุงจาการ์ตาเพื่อรับผู้โดยสารคนไทยเพิ่มเติม โดยมีกำหนดถึงกรุงเทพฯ เวลา 16.05 น. (ตามเวลาประเทศไทย) ในวันเดียวกัน การจัดเที่ยวบินพิเศษ TG 433 นี้เป็นไปตามแนวทางการบริหารจัดการเคลื่อนย้ายคนไทยในต่างประเทศกลับประเทศไทยของศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 รวมถึงมาตรการสาธารณสุขเพื่อป้องกัน/ควบคุมโรค และมาตรการจำกัดการเดินทางของรัฐบาลไทยและออสเตรเลีย โดยผู้โดยสารที่เดินทางกลับประเทศไทยกับเที่ยวบินพิเศษนี้เป็นบุคคลสัญชาติไทยที่มีความจำเป็นต้องเดินทางกลับประเทศไทยอาทิ ผู้สูงอายุ เด็กและเยาวชน ผู้ที่ประสบปัญหาด้านสุขภาพ และผู้ที่ถือวีซ่าออสเตรเลียประเภทท่องเที่ยว (visitor) หรือวีซ่าชั่วคราวประเภทอื่นๆ ที่หมดอายุแล้วหรือใกล้หมดอายุและไม่สามารถต่ออายุได้อีก นอกจากนี้ น.พ. ศักดิ์กิตติ บุณยนิตย์ ได้ช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้โดยสารบางส่วนของเที่ยวบินนี้ด้วยการตรวจสุขภาพและออกใบรับรองแพทย์ fit-to-fly เพื่อใช้เป็นเอกสารประกอบการเดินทางกลับประเทศไทย .................... การดำเนินการในครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลไทยที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสวัสดิภาพของคนไทยในต่างประเทศโดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาวะการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยให้ความสำคัญกับการนำคนไทยที่ตกค้างในต่างแดนและประสบปัญหาต่างๆ ให้สามารถเดินทางกลับประเทศไทยได้อย่างปลอดภัย สำหรับคนไทยในออสเตรเลียที่ยังคงประสงค์จะเดินทางกลับประเทศไทย สถานเอกอัครราชทูตฯ และสถานกงสุลใหญ่ฯ จะแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับเที่ยวบินพาณิชย์พิเศษอื่นๆ ให้ทราบผ่านเฟซบุ๊กของสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงแคนเบอร์รา และสถานกงสุลใหญ่ ณ นครซิดนีย์ต่อไป ในกรณีที่ต้องการความช่วยเหลือหรือมีเหตุฉุกเฉินโปรดติดต่อสถานเอกอัครราชทูตฯ ที่ หมายเลขโทรศัพท์สายด่วน 0402 735 642 หรือ 0429 597 191 หรือ Line ID: CBRCONSULAR และสถานกงสุลใหญ่ฯ ที่หมายเลขโทรศัพท์ (02) 9241 2542-3 สายด่วน 0411 424 303 LINE ID: thaiconsulatesydney


เที่ยวบินพาณิชย์พิเศษของสายการบินไทย TG 433 (เส้นทางนครเพิร์ธ-กรุงจาการ์ตา-กทม.) นำคนไทยในออสเตรเลียจำนวน 55 คน ออกเดินทางจากนครเพิร์ท เวลา 07.15 น. เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2563 ไปยังกรุงจาการ์ตาเพื่อรับผู้โดยสารคนไทยเพิ่มเติม

@@@@ วันที่ 14 มิถุนายน 2563 สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงแคนเบอร์รา และสถานกงสุลใหญ่ ณ นครซิดนีย์ ได้ร่วมกันจัดเที่ยวบินพาณิชย์พิเศษครั้งที่ 5 ส่งคนไทยในออสเตรเลียที่มีความจำเป็นต้องเดินทางกลับประเทศไทยจำนวน 148 คน เดินทางโดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK 2510 ออกเดินทางจากนครซิดนีย์ เวลา 09.20 น. และมีกำหนดถึงประเทศไทยเวลา 15.30 น. ในโอกาสนี้ นายจักรกฤดิ กระจายวงศ์ กงสุลใหญ่ ณ นครซิดนีย์ และเจ้าหน้าที่สถานกงสุลใหญ่ฯ ได้ไปดูแลและอำนวยความสะดวกแก่คนไทยที่เดินทางกลับที่ท่าอากาศยานซิดนีย์ด้วย โดยเที่ยวบินถัดไปคือเที่ยวบินพาณิชย์พิเศษที่ TG 433 ออกเดินทางจากนครเพิร์ทไปยังกรุงเทพ ในวันที่ 18 มิถุนายน 2563 ทั้งนี้ ยังไม่อาจระบุได้ว่า จะมีเที่ยวบินหลังจากนั้นหรือไม่/เมื่อใด


กงสุลใหญ่ ณ นครซิดนีย์ และเจ้าหน้าที่สถานกงสุลใหญ่ฯ ได้ไปดูแลและอำนวยความสะดวกแก่คนไทยที่เดินทางกลับประเทศไทย โดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK 2510 จำนวน 148 คน ที่ท่าอากาศยานซิดนีย์ เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2563

@@@@ เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2563 เวลา 13.30 – 15.30 น. นางสาวบุษฎี สันติพิทักษ์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงแคนเบอร์ราพร้อมด้วยนางสาวภมรพรรณ วงศ์เงิน อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายการศึกษา) ข้าราชการ สถานเอกอัครราชทูตและเจ้าหน้าที่สำนักงานผู้ดูแลนักเรียนไทยในประเทศออสเตรเลียได้พบปะหารือกับนักศึกษาไทยในออสเตรเลียที่พำนักอยู่ในรัฐ/ดินแดนต่าง ๆ (ACT, NSW, VIC, SA, WA, TAS) ผ่านระบบทางไกล เพื่อสอบถามถึงสภาวะความเป็นอยู่และผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ต่อนักศึกษาไทยในออสเตรเลีย รวมทั้งแลกเปลี่ยนความเห็นที่เป็นประโยชน์ในประเด็นอื่นๆที่เกี่ยวข้องและ หารือถึงแนวทางการให้ความช่วยเหลือที่เหมาะสมและสอดคล้องกับความต้องการของกลุ่มนักศึกษา การหารือดังกล่าวเป็นไปภายใต้บรรยากาศที่ดียิ่ง เพื่อเป็นการสร้างปฏิสัมพันธ์และเครือข่ายการติดต่อระหว่างสถานเอกอัครราชทูตฯ กับนักศึกษาไทยที่พำนักในรัฐ/ดินแดนต่าง ๆ อีกทั้งเปิดโอกาสให้สถานเอกอัครราชทูตฯ ได้รับทราบถึงสภาพปัญหาและความต้องการของนักศึกษาไทยในออสเตรเลียอย่างแท้จริง โดยสถานเอกอัครราชทูตฯ จะดำเนินการจัดการหารืออย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอต่อไป


นางสาวบุษฎี สันติพิทักษ์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงแคนเบอร์รา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานผู้ดูแลนักเรียนไทย ได้พบปะหารือกับนักศึกษาไทยในออสเตรเลียที่พำนักอยู่ในรัฐ/ดินแดนต่าง ๆ ผ่านระบบทางไกล เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2563 เวลา 13.30 – 15.30 น.

@@@@ เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2563 นางทิพย์วรรณ ศุภมิตรกิจจา อัครราชทูตพร้อมด้วยนายรูเบน คูเปอร์แมน กงสุลกิตติมศักดิ์ประจำรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงแคนเบอร์รา ได้เดินทางไปกราบพระอาจารย์พรหมวังโส วัดป่าโพธิญาณ เมืองเซอร์เพนไทน์ รัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย รวมทั้งถวายปัจจัย หน้ากากอนามัยและเจลล้างมือแอลกอฮอล์ ในโอกาสที่ได้เดินทางไปนครเพิร์ท รัฐเวสเทิร์นออสเตรเลียเพื่ออำนวยความสะดวกในการส่งคนไทยกลับประเทศไทย.................. พระอาจารย์พราหมณ์จากนครเพิรธ์ ได้เปิดเผยกับทีมข่าวเดลินิวส์หลังจากคณะอัครราชทูต เดินทางกลับไปแล้วว่า อาจารย์ดีใจที่อัครราชทูตจากแคนเบอร์ราและคณะแวะมากราบ มาไต่ถามความเป็นอยู่ อาตมาเคยอยู่เมืองไทยมา 9 ปี และมีความกตัญญูกตเวทีกับเมืองไทยและคนไทยที่ได้ดูแลอย่างเต็มที่ ได้มีโอกาสศึกษากับหลวงพ่อชาซึ่งเป็นอาจารย์ใหญ่ของอาตมา สอนให้อาตมามีความสุข ความสงบ อาตมามีวัดใหญ่ที่เมืองเพิร์ธ อาตมาดีใจที่ได้เห็นคนไทยมาหาทุกครั้ง


นางทิพย์วรรณ ศุภมิตรกิจจา อัครราชทูตพร้อมด้วยนายรูเบน คูเปอร์แมน กงสุลกิตติมศักดิ์ประจำรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย และคณะ ได้เดินทางไปกราบพระอาจารย์พรหมวังโส วัดป่าโพธิญาณ เมืองเซอร์เพนไทน์ รัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2563

@@@@ วัดกับบ้านนั้นอยู่คู่กันตลอด นาง พรรณเพ็ญ ลิมพัส ประธานสมาคมวัฒนธรรมไทย แห่งรัฐออสเตรเลียตะวันตก ได้นำปัจจัย $5555.55 เข้าถวาย แด่พระอาจารย์พรหมวังโส วัดป่าโพธิญาณ เมืองเซอร์เพนไทน์ เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน ที่ผ่านมา เพื่อเป็นการ สนับสนุนค่าใช้จ่ายของทางวัด ทั้งนี้เพราะ วัดธรรมโลกาในตัวเมืองเพริธ์ ได้ปิดประตูไปถึงสองเดือน จึงทำให้ สาธุชนทั่วๆไป ไม่สามารถเข้าไป ร่วมบริจาคปัจจัยได้ ทางเพจชุมชนคนไทย แห่งเมืองเพริธ์ และสมาคมวัฒนธรรมไทย ได้ร่วมแรงร่วมใจ กัน ทำอาหาร พื้นบ้านแบบไทยๆ เช่น ห่อหมกภูเก็ต ขนมจีนน้ำยาปู แกงคั่วพริกกระดูกหมู ลอดช่องไทย บัวลอยมังคุด ขนมดอกจอก ขนมเอแคร์ ข้าวเหนียวปิ้งและขายให้กับ สมาชิกออนไลน์ ทั่วๆไป ได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยม จาก ชาวไทยในเมืองเพริธ์ และร้านค้า ร้านอาหาร อย่างมาก เป็นอีกหนึ่งความรักและสามัคคีของชาวไทย ที่คนเมืองเพริธ์ภูมิใจยิ่งนัก


สมาคมวัฒนธรรมไทย แห่งรัฐออสเตรเลียตะวันตก ได้นำปัจจัย $5555.55 เข้าถวาย แด่พระอาจารย์พรหมวังโส วัดป่าโพธิญาณ เมืองเซอร์เพนไทน์ เพื่อเป็นการสนับสนุนค่าใช้จ่ายของทางวัด ในช่วงวิกฤตการณ์โควิด เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน ที่ผ่านมา

@@@@ วัมาตรการป้องกันและจัดการกับการระบาดของโรค Covid-19 ของออสเตรเลีย ถึงแม้จะเด็ดขาดและลงโทษรุนแรงสำหรับผู้ฝ่าฝืนก็จริง แต่ทำให้ออสเตรเลียกลายเป็นประเทศที่จัดการกับการระบาดได้โดยใช้ระยะเวลาสั้นที่สุดในโลก แล้วก็ยังมีเรื่องดีๆ เกิดขึ้นอีกมากมายกับคนไทยในต่างแดน อย่างเรื่องของเด็กหนุ่มพยาบาลคนนี้ ไอซ์ ธนารักษ์ ศรีสำรวยใบ เนื่องจากเขาอาศัยอยู่ที่ Tweed Heads เมืองเหนือสุดชายแดนของรัฐนิวเซาท์เวลส์ และล่างสุดของรัฐควีนสแลนด์ จึงได้สิทธิพิเศษในฐานะ Health care worker และ Emergency worker มีใบกำกับให้เข้าออกระหว่างรัฐข้ามเขตไปมาเพื่อสะดวกในการทำงาน ................ ธนารักษ์ เล่าว่า “ผมยังสนุกกับการทำงานดูแลคนไข้ ถึงแม้จะมีการปิดพรหมแดน Lockdown ตอนที่สถานการณ์แย่มากๆ รัฐควีนสแลนด์ก็ได้มีการให้ปิดเขตรัฐตัวเอง เพื่อไม่ให้คนนอกรัฐเข้าไปในรัฐตัวเองหรือให้คนของตัวเองออกนอกรัฐ ถ้าเข้าไปจะต้องมีการกักตัวเองเป็นเวลา 14 วันเพื่อดูอาการว่ามีเชื้อโรคไวรัสในตัวหรือเปล่า ตำรวจนำอุปกรณ์มากั้นเขตรัฐเพื่อไม่ให้มีการขับรถผ่านไปได้ แล้วก็มีป้อมตำรวจตรวจคนเข้ารัฐควีนสแลนด์ ผมจึงต้องขอใบผ่านเขต Qld border pass เพราะผมอาศัยอยู่ Tweed Heads ฝั่ง NSW สถานการณ์แบบนี้ ผมก็ยังขับรถไปทำงานข้ามไปข้ามมาได้สะดวกเพราะเรามีใบผ่าน รัฐบาลเขาออกใบให้เรา ในฐานะ Health care worker และ Emergency worker โดยที่ไม่ต้องมีการกักตัว 14 วัน จริงๆ บ้านผมอยู่ฝั่งนิวเซาท์เวลส์ และโรงพยาบาลที่ทำงาน The Tweed Hospital ก็อยู่ฝั่งเดียวกัน แต่บางครั้งเราต้องไปทำงานและซื้ออาหารฝั่งโน้น ตอนที่เกิดโควิด-19 ทางโรงพยาบาลก็ได้มีการเปลี่ยนแปลง โดยปิดแผนกงานเป็นบางส่วนที่ไม่สามารถเปิดให้บริการได้ เช่น แผนกการผ่าตัด จึงได้มีผลกระทบให้พยาบาลหลายแผนกจำเป็นที่จะต้องหยุดทำงาน ตัวผมเองก็ได้โดนผลกระทบให้หยุดทำงานเป็นเวลา 4-5 อาทิตย์ หลังจากที่สถานการณ์เริ่มดีขึ้นผมก็ได้เริ่มกลับไปทำงานเหมือนเดิม ตอนหยุดงาน เราก็ยิ่งมีเวลาให้ตัวเอง ได้ทำอะไรดีๆให้ตัวเองเยอะแยะระหว่างหยุดงาน ก็ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีที่ได้หยุดอยู่กับครอบครัวมากขึ้น และไปวัดเพื่อที่จะไปช่วยงานวัด เช่น ถวายภัตตาหาร ตัดหญ้า และตัดต้นไม้ รับนิมนต์พระคุณเจ้าไปธุระส่วนตัวข้างนอกวัด บ่อยขึ้นไม่ได้หยุดว่าง ได้เจริญสติไปด้วย ทำมาหลายอาทิตย์ติดต่อกันระหว่างหยุดงาน ปกติแล้วช่วงนี้ก็ไม่ได้เข้าไปวัด หรืออยู่กับครอบครัวบ่อยนัก เพราะงานประจำเป็นพยาบาล ผมต้องตื่นแต่เช้าไปทำงาน และกลับบ้านหลังที่ทุกคนเข้านอนหมดแล้ว เลยไม่ค่อยมีเวลาให้แก่ครอบครัว อีกอย่างผมกำลังเรียน Bachelor of Nursing อยู่ ปีนี้ปีสุดท้าย เรียนค่อนข้างหนัก ผมเรียนต่อเพราะรักอาชีพนี้ อยากก้าวหน้า ผมจบแค่ Diploma of Nursing ทำงานเป็น Enrolled Nurse (division 2) คือสามารถ จ่ายยา ฉีดยาได้ เหมือนพยาบาลทั่วไป แต่ผมอยากทำมากกว่านั้น” ...................... ความคิดความอ่านดี มีการวางแผนชีวิตที่รัดกุม ต้องถามกันให้ลึกเพราะอาจจะเป็นแนวทางให้อีกหลายๆคนถึงวิธีการคิดของหนุ่มวัย 24 ปี คนนี้ ธนารักษ์ เล่าต่อว่า “ผมและน้องสาวถือว่าโชคดีนะ ที่ไม่เข้าไปหาอบายมุกทั้งหมด และยาเสพติด จะเรียกว่าเด็กบ้านแตกก็ได้ เพราะพ่อแม่แยกทางกัน คนหนึ่งไปทาง อีกคนไปทาง อาจจะเป็นเพราะแม่พาเข้าวัดตลอด หลังจากที่พ่อแม่ได้แยกทางกันผมก็ได้อาศัยอยู่กับญาติๆ กับป้าที่ อุดรธานี และ ย่าที่ สิงห์บุรี เปลี่ยนกันไปเปลี่ยนกันมากับน้องสาว เคว้งคว้าง ไม่มีหลักแหล่ง ไม่รู้ว่าที่ไหนเป็นบ้าน เป็นอยู่อย่างนั้น เราโชคดีเป็นเด็กผู้ชาย โรงเรียนปิดเทอม ผมก็ได้ไปบวชภาคฤดูร้อนที่วัดแห่งหนึ่งในอำเภอบ้านเชียง จังหวัดอุดรธานี บวชได้ 1 เดือน แม่ก็มารับ ให้ลาสิกขาและต่อมาก็เดินทางมาที่ออสเตรเลีย ผมได้เข้าโรงเรียนรัฐบาล Tweed River High School ที่ Tweed Heads South ตั้งแต่ปีที่ 8 ถึง 12 หลังจบการศึกษา ก็ได้เข้าศึกษาต่อที่ Kingscliff TAFE ไปเรียน Aged Care Certificate 3 หลังจากเรียนจบก็ได้เริ่มทำงานที่ เนอร์สซิ่งโฮม และระหว่างทำงานผมก็เรียนต่อที่ TAFE เพื่อจะเอา Diploma of Nursing หลังจากเรียนอนุปริญญาจบ ก็ใช้ใบนี้ผ่านเข้าทำงานที่โรงพยาบาล The Tweed Hospital เพื่อเป็นพยาบาลแบบเต็มตัว สามารถจ่ายยาได้ ฉีดยาได้ ระหว่างนั้นผมก็ได้เรียนต่อที่ Southern Cross University เพื่อจะได้ความรู้เพิ่มเติม ทำอะไรได้มากยิ่งขึ้นเพื่อความก้าวหน้าในอาชีพ ตอนนี้คงเหลืออีก 1 เทอม ก็จะได้จบการศึกษา Bachelor of Nursing ผมไม่หยุดแน่ ได้ปริญญาตรีแล้วต้องไต่ขึ้นไปปริญญาโท อยากจบดอกเตอร์ ถ้าไม่ไกลเกินฝันนะครับ ผมรักการเป็นพยาบาลมากเพราะได้ดูแลคนป่วย คนเจ็บไข้ และสามารถใช้อาชีพนี้ดูแลตัวเองและครอบครัวอีกทั้งกับคนใกล้ชิด” ................... ถามถึงการเข้ารับใช้พระพุทธศาสนา ธนารักษ์ เล่าว่า “เรื่องของการเข้าวัด มันถูกจริตผมนะ แม่พาเข้าวัดตั้งแต่เด็กๆ ผมเองก็เคยบวชมาก่อนที่เมืองไทย เป็นสามเณรที่วัด จึงรู้วิธีปฏิบัติกับพระคุณเจ้าต่างๆ และการสวดมนต์ ภาวนา ได้มีโอกาสศึกษาพระธรรมวินัย และได้เข้าใจถึงพระธรรม พอได้มาอยู่ที่ออสเตรเลียก็เป็นคน ขวานขวายว่ามีวัดใกล้ๆชื่อว่าอะไรอยู่ที่ไหน ก็รู้ว่ามี วัดสังฆรัตนาราม ที่ Nerang รัฐควีนสแลนด์ ก็รีบชวนแม่ให้พาขับรถไปวัดหลังจากนั้นก็ได้เป็นลูกศิษย์วัดเรื่อยมา แม่มาอยู่ที่นี่ก็ทำร้านเสริมสวย มีแต่เวลาหาเงินมาดูแลเรา ต่อมาแม่ได้ช่วยซื้อรถให้ ตอนนั้นผมกำลังเรียนพยาบาลอยู่ แต่ก่อนแม่ขับรถพาไปวัด หลังๆมาผมได้ใบขับขี่ Red P มาใหม่ๆ ผมก็ยิ่งมีโอกาสขับไปวัดได้บ่อยๆ ได้รับใช้ครูบาอาจารย์ ขับรถได้แล้ว ได้ดูแลพระที่จำวัดอยู่แต่ละเมือง เช่น เมืองโกลด์โคส เมืองนิวคาสเซิล ซิดนีย์ บางทีก็ข้ามเขตไปโน่นเลย วัดที่จีลอง กลายเป็นเด็กวัด ไม่รู้ตัว หนักๆเข้า พี่ๆในกลุ่มสืบสานวัฒนธรรมไทย Gold Coast รู้ว่าผมร้องเพลงได้ ก็ชวนให้ผมไปร้องเพลง วันเกิดของพี่พร ขึ้นเวทีแรก ต่อมาก็ชวนผมขึ้นงานใหญ่ คืองานวันสงกรานต์ ของที่วัด Lismore ได้เสียงตอบรับดีมาก ต่อมาก็ใหญ่ขึ้นไปอีก เป็นงานเทศกาลดอกไม้ งานประจำปี ของเมือง Toowoomba ต้องขอบคุณ พี่พร ป้าหม่อม พี่เพ็ญ ที่ให้โอกาสผมได้ขึ้นเวที และออกงานใหญ่ๆอยู่บ่อยๆทำให้มีคนรู้จักมากมาย จากทางด้านเข้าวัดทำบุญและทางด้านร้องเพลง ตอบคำถามสุดท้ายเลยครับ ได้ค้นพบตัวเอง ได้ทำอาชีพที่ตัวเองรัก ช่วงโควิดที่หยุดงาน ไม่เสียเวลาเปล่าเลยครับ ได้รับใช้พระพุทธศาสนา และได้ร่วมโครงการคลื่นไทยอีสานส่งผ่านความสุข รายการไทยอีสานเรดิโอ ทางสถานี 2MCR 100.3 MHz ของดีเจลุงน้อย ไตรภพ ที่ได้รับเชิญผมก็มีโอกาสเข้ามาร่วมร้องเพลง ทำในสิ่งที่เรารักในเวลาว่าง ก็เป็นการรับใช้สังคมอีกทางหนึ่ง ขอบคุณครับ ติดตามไอซ์ได้ตลอดนะครับ”


ธนารักษ์ ศรีสำรวยใบ หนุ่มพยาบาล วัย 24 ปี ทำงานประจำที่ The Tweed Hospital ที่ค้นพบตัวเอง ได้ทำอาชีพที่ตัวเองรัก ช่วงโควิดใช้เวลารับใช้พระพุทธศาสนา ทำงานในวัด และรับใช้สังคมโดยการเป็นนักร้องสมัครเล่น ให้โครงการคลื่นไทยอีสานส่งผ่านความสุข


ไตรภพ ซิดนีย์
tripope@hotmail.com

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 85