อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 12 สิงหาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 12 สิงหาคม 2563

ผลกระทบจากโควิด–19 ต่อสุขภาพจิตคนไทย

โรคโควิด–19 เป็นโรคที่เกิดจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ เป็นโรคติดต่ออุบัติใหม่ สามารถเกิดขึ้นได้ในทุกหนทุกแห่ง และเกิดได้กับทุกคนในโลกใบนี้ และพบว่าจำนวนผู้ติดเชื้อ และเสียชีวิตจากโควิด–19 (Covid–19) มีจำนวนมาก ยังไม่มีวัคซีนและยารักษาที่แน่นอน อาทิตย์ที่ 14 มิถุนายน 2563 เวลา 08.30 น.


ผลกระทบจากโควิด–19 ต่อสุขภาพจิตคนไทย
โรคโควิด–19 เป็นโรคที่เกิดจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ เป็นโรคติดต่ออุบัติใหม่ สามารถเกิดขึ้นได้ในทุกหนทุกแห่ง และเกิดได้กับทุกคนในโลกใบนี้ และพบว่าจำนวนผู้ติดเชื้อ และเสียชีวิตจากโควิด–19 (Covid–19) มีจำนวนมาก โดยที่เรายังไม่มีองค์ความรู้เกี่ยวกับโควิด–19 มากนัก ยังไม่มีวัคซีนและยารักษาที่แน่นอน สิ่งนี้ย่อมมีผลกระทบต่อสุขภาพจิตของคนทั้งโลกไม่เว้นต่อคนไทยด้วย
          
โควิด–19 ส่งผลต่อโลกทุกมิติ ก่อให้เกิดความไม่สบายใจ ความกังวลใจ ความกลัว และความเครียดในหมู่คนทั่วไป และยังมีผลตกกระทบต่อเศรษฐกิจ การเมือง และสิ่งแวดล้อมโดยทั่วกันและทั่วโลกเช่นเดียวกัน
        
เมื่อใดที่มีข่าวว่ามีการติดโควิด–19 รายใหม่เพิ่มมากขึ้นเป็นจำนวนเป็นร้อยก็ทำให้คนไม่สบายใจ กังวลเครียดว่าจะเกิดกับตนเองหรือครอบครัวกับคนที่ตนรักหรือไม่ ปัจจุบันมีเหตุผลทางวิชาการที่ทำให้เราเชื่อว่าละอองน้ำลายที่กระจายกันอยู่ในอากาศ การที่คนอยู่ใกล้ชิดกันสัมผัสผู้ติดเชื้อ ทำให้คนติดโควิด–19 เป็นจำนวนมาก

อย่างไรก็ดี เราโชคดีเรามีรัฐบาล มีแพทย์ พยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ที่มีความรู้ความสามารถ ที่ให้ความรู้ในการป้องกันไม่ให้เกิดการติดต่อได้ง่าย โดยให้ใส่หน้ากากอนามัย เมื่อออกจากบ้าน ล้างมือบ่อย ๆ เว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) กลับบ้านให้อาบน้ำสระผม เปลี่ยนเสื้อผ้า

ซึ่งประชาชนชาวไทยทุกท่านทุกคนได้ให้ความร่วมมือร่วมใจ ติดตามข่าวสารและเลือกเชื่อข่าวสารความรู้ที่ถูกต้อง แล้วทำความเข้าใจ และนำไปปฏิบัติจนเกิดผลตอบรับที่ดีมากเพราะทำให้จำนวนผู้ป่วยโควิด–19 รายใหม่ของไทยลดลงจนบางวันเป็นศูนย์ ทำให้คนทั่วไปสบายใจขึ้น

ซึ่งต้องขอขอบคุณนักรบเสื้อกาวน์ชุดขาวแนวหน้าทั้งแพทย์ พยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ รัฐบาล รวมทั้งต้องขอบคุณนักรบแนวหลัง คือ ประชาชนชาวไทยทุกท่านทุกคนด้วย ซึ่งเราคงต้องร่วมมือร่วมใจ ปฏิบัติตามคำแนะนำต่อไปจนกว่าโควิด–19 จะหมดไป
        
โควิด–19 ไม่ได้มีผลกระทบเฉพาะการเจ็บป่วยเท่านั้น แต่ยังมีผลกระทบต่อการปรับตัวของคนเกือบทุกมิติ ซึ่งมีผลกระทบต่อสุขภาพจิตอย่างแน่นอน
        
ผลกระทบจากโควิด–19 ต่อสุขภาพจิตคนไทยโดยรวมเป็นอย่างมาก รู้สึกการดำเนินชีวิตลำบากขึ้น เวลาไปนอกบ้านจับโน่นจับนี่แล้วกลัวจะติดโรคกลัวจะเอาโรคมาติดผู้สูงอายุ หรือลูกหลานในบ้าน กลัวว่าการปลดล็อกดาวน์ และจะเกิดการระบาดโควิด–19 รุนแรงขึ้นมา กลัวว่าจะถูกล็อกดาวน์อีกและนานขึ้นหรือเปล่า ในช่วงระยะนี้จึงพบว่าคนไทยเรา เครียด วิตกกังวล กลัว นอนไม่หลับ เบื่อหน่าย บางรายซึมเศร้า บางรายเริ่มมีการฆ่าตัวตาย มีอาการของโรคจิต ซึ่งต้องเฝ้าระวังและให้การช่วยเหลือโดยพบว่า
        
เด็กและเยาวชน กลัวเรื่องการเรียน การสอบ โอกาสในการศึกษาต่อ บางรายเรียนอ่อน และไม่ถนัดเรียนออนไลน์ เครียด กลัวตก กลัวถูกไล่ออก มีอาการทางจิต ประสาทหลอน เหม่อลอย พูดคนเดียว บางรายกังวลเกี่ยวกับปัญหาความรุนแรงในครอบครัว เช่น การทะเลาะกันของผู้ปกครอง และการทำร้ายร่างกาย สถานการณ์เหล่านี้หากเข้าใจและเข้าดูแลแก้ไขแต่เริ่มแรกก็จะไม่ลุกลาม และไม่เกิดสถานการณ์รุนแรง
            
วัยผู้ใหญ่ กลัวตนเองติดโรค กลัวญาติที่ออกไปข้างนอกจะติดโรคแล้วนำเชื้อมาติดคนในบ้าน กลัวโน่นกลัวนี่จนจิตตก บางรายดูข่าวทั้งวันเกี่ยวกับโควิด–19 ทำให้เครียดโดยไม่รู้ตัวแล้วเกิดอาการนอนไม่หลับ บางคนต้อง work from home ต้องนั่งประชุมต่อหน้าเครื่องคอมพิวเตอร์ทุกชั่วโมงตั้งแต่เช้าจดเย็น ทำให้เครียด บางรายทำบัญชีส่งไปสำนักงานทางออนไลน์ แต่ระบบยังไม่เข้าที่

ทำให้ทั้งพนักงานและหัวหน้าต่างเครียด บางรายที่มีปัญหาเรื่องครอบครัว เรื่องแฟน เรื่องเงินอยู่แล้ว พอมีโควิด–19 เข้ามาทำให้เครียดมากขึ้น ตัดสินใจฆ่าตัวตายก็มี บางรายที่ต้องถูกกักตัว 14 วัน เกิดความเครียด นอนไม่หลับ ได้ยินเสียงหูแว่วคนพูดคุยกันได้ยินเสียงสวดมนต์ทั้งคืน บางรายขาดการติดต่อสื่อสาร ปรับตัวไม่ดีเกิดอารมณ์เบื่อเศร้า บางครั้งมีความคิดเบื่อชีวิต บางรายเครียดแสดงพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรง เป็นต้น ญาติควรเข้าช่วยเหลือแนะนำหาทางปรับปรุงสถานการณ์ หรือปรึกษาแพทย์โดยเร็ว อย่าปล่อยทิ้งไว้ตามลำพัง
        
วัยสูงอายุ ซึ่งถือว่าผู้สูงอายุและเด็กเป็นกลุ่มเสี่ยงสูงหากติดโควิด–19 เสียชีวิตสูง จึงขอให้กักตัวอยู่ในบ้าน แม้ช่วงคลายล็อกก็ขอให้อยู่บ้าน ทำให้ผู้สูงอายุบางราย รู้สึกหงุดหงิด เครียด เบื่อหน่าย ซึ่งต้องระวังการฆ่าตัวตายด้วย บางรายเกิดป่วยมีอาการท้องผูกท้องเสียสลับกัน ซึ่งเดิมไม่เคยเป็นมาก่อน เกิดท้องไส้แปรปรวนจากความเครียด ซึ่งเป็นอาการทางกายที่เกิดจากความเครียดทางจิตใจ ถ้ามีอาการเหล่านี้ควรปรึกษาแพทย์หรือนักจิตวิทยาโดยเร็ว
        
ซึ่งต้องช่วยกันติดตามข่าวสารที่เชื่อถือได้และร่วมแรงร่วมใจปฏิบัติตามคำแนะนำ อดทนอีกช่วง อย่าให้เกิดการระบาดรุนแรงในรอบที่สอง เพราะถ้าเกิดขึ้นจะทำให้คนเครียด กังวล กลัวรุนแรงมาก อาจก่อให้เกิดโรคทางจิตเวชตามมาหลายโรค เช่น อาการตื่นตระหนก ปฏิกิริยาต่อความเครียดแบบเฉียบพลัน โรคทางปรับตัวโดยแสดงออกทางอารมณ์ หรือพฤติกรรมโรควิตกกังวล โรคซึมเศร้า และการฆ่าตัวตาย รวมทั้งโรคจิตได้
        
ถ้าประชาชนสงสัยปัญหาสุขภาพจิต เครียดจาก Covid–19 สอบถาม-ปรึกษาได้ที่โทร. 1323
        
ข้อมูลจาก นายแพทย์ธีระ ลีลานันทกิจ นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ รองประธานมูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี.

.......................................................

นายแพทย์สุรพงศ์ อำพันวงษ์
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 26