อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม 2563

เครื่องยนต์ตัวใหม่...ในยาม"ท่องเที่ยว"ดับสนิท

รัฐบาลจะต้องปัดฝุ่น ”ครัวโลก” ขึ้นใหม่ ซึ่งคำว่าครัวโลกไม่ใช่แค่ส่งเสริมให้คนไทยไปเปิดร้านอาหารไทยในต่างประเทศเท่านั้นแต่หมายถึงการส่งออกสินค้าอาหารตั้งแต่วัตถุดิบ ข้าว เนื้อสัตว์ พฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายน 2563 เวลา 08.00 น.


ตลอดหลายปีที่ผ่านมาธุรกิจท่องเที่ยวเป็นรายได้หลักของประเทศ ราวๆ12 %ของจีดีพี.แม้จะยังน้อยกว่ารายได้จากการส่งออกมีสัดส่วน 70 % ของจีดีพี. แต่ในช่วงหลังๆเครื่องยนนต์ส่งออก เกิดช๊อตไปดื้อๆแต่ก็มีรายได้จาการท่องเที่ยวเข้ามาชดเชย วิกฤติโควิด-19 ทำให้เครื่องยนต์ท่องเที่ยวที่เคยหล่อเลี้ยงคนกว่า10ล้านคนดับสนิทต้องใช้เวลานานกว่าจะฟื้น ยิ่งนักท่องเที่ยวจีนเป็นลูกค้าหลัก 1 ใน 4 ของนักท่องเที่ยวต่างชาติตอนนี้รัฐบาลจีนประกาศนโยบาย ”จีนเที่ยวจีน” เราก็คงจะต้องเน้นส่งเสริม ”ไทยเที่ยวไทย” ไปพลางๆ

เมื่อเร็วๆนี้ KKP Research โดยกลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร ประเมินว่า เราอาจไม่สามารถคาดหวังการฟื้นตัวของเศรษฐกิจอย่างฉับพลันได้ ถึงแม้จะมีการทยอยเปิดเมืองแล้วก็ตาม ด้วยเหตุผลอย่างน้อย 3 ข้อ



ข้อแรก การเปิดรับการกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติมีแนวโน้มจะเป็นด่านสุดท้ายที่จะถูกคลายล็อก ถ้าจะเปิดการท่องเที่ยวอย่างเต็มที่ อาจจะต้องเตรียมการทั้งระบบการตรวจสอบ สถานที่กักตัว และระบบติดตามให้เพียงพอกับคนจำนวนมากที่จะเข้ามาในแต่ละวัน จึงคาดหวังได้ยากว่าประเทศไทยจะเปิดรับนักท่องเที่ยวได้เต็มที่กลับเข้าสู่ภาวะปกติภายในปีนี้

ทั้งนี้ข้อมูลล่าสุดในปี 2019 เรามีนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งปีรวมถึง 39.8 ล้านคน คิดเป็นนักท่องเที่ยวขาเข้าเฉลี่ย 109,040 คนในแต่ละวัน เป็นจำนวนค่อนข้างมากต้องมีการบริหารจัดการดีจริงๆจึงจะรับมือได้

น่าห่วงตรงที่ลำพังการใช้จ่ายภายในประเทศ ยากมากที่จะชดเชยเม็ดเงินที่สูญเสียไปจากการท่องเที่ยวที่เคยเป็นแหล่งรายได้สำคัญของไทย ในปี 2562 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติอยู่ในประเทศไทยถึงประมาณ 1 ล้านคนในแต่ละวันมีการใช้จ่ายเฉลี่ยอยู่ที่ 6,039 บาทต่อคนต่อวัน สูงกว่าการใช้จ่ายเฉลี่ยของไทยเที่ยวไทยกันเองถึงกว่า 2 เท่า และมากกว่าการใช้จ่ายโดยเฉลี่ยของคนไทยถึง 13 เท่า



ข้อที่สอง การเปิดเมืองแบบที่ยังมีการรักษาระยะห่างทางสังคม อย่างเคร่งครัดย่อมมีผลต่อการตัดสินใจมาท่องเที่ยวของต่างชาติ ทำให้หลายธุรกิจไม่สามารถกลับมาเปิดดำเนินการได้เต็มศักยภาพ ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม ร้านอาหาร ร้านนวดสปา กรุ๊ปทัวร์ การโดยสารรถบัส สถานที่จัดการแสดงโชว์ ผับบาร์ ล้วนแล้วแต่ต้องมีการจัดระเบียบใหม่ อาจทำให้รับลูกค้าได้เพียงครึ่งเดียวของระดับปกติ บางธุรกิจที่เป็นกลุ่มเสี่ยงก็มีแนวโน้มถูกปิดยาว

ข้อที่สาม หากรายได้จากการท่องเที่ยวและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องไม่กลับมาเป็นปกติ รวมถึงธุรกิจที่ให้บริการคนไทยเองก็ไม่สามารถสร้างรายรับได้เหมือนเดิม แน่นอนว่าจะส่งผลกระทบต่อรายได้และความสามารถในการใช้จ่ายของผู้ประกอบการและแรงงานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้คาดว่านักท่องเที่ยวต่างชาติในทั้งปีนี้มีเพียง 9 ล้านคน ลดลงถึง 77% จากตัวเลขปีที่แล้ว ถ้าเราไม่สามารถเปิดประเทศได้ตัวเลขนักท่องเที่ยวจะต่ำกว่านี้

จากผลสำรวจสะท้อนว่า ประเทศไทยจะขาดรายได้จากการท่องเที่ยวเข้าประเทศราวๆ ปีกว่าหรืออาจจะยาวไปถึงปี 2565 นักท่องเที่ยวจากต่างชาติจึงจะเริ่มทะยอยกลับมา เราคงต้องหา ”เครื่องยนต์ตัวใหม่”มาขับเคลื่อนเศรษฐกิจแทน “อุตสาหกรรมอาหาร” อาจจะตอบโจทก์ได้ดีที่สุดในเวลานี้



ทั้งนี้รัฐบาลจะต้องปัดฝุ่น ”ครัวโลก” ขึ้นใหม่ ซึ่งคำว่าครัวโลกไม่ใช่แค่ส่งเสริมให้คนไทยไปเปิดร้านอาหารไทยในต่างประเทศเท่านั้นแต่หมายถึงการส่งออกสินค้าอาหารตั้งแต่วัตถุดิบ ข้าว เนื้อสัตว์ ไปจนถึงอาหารแปรรูปอาหารแช่เยือกแข็ง อาหารสำเร็จรูป อย่างพวกเครื่องแกง หรือแกงประเภทต่างๆ

เชื่อว่าหลังจากวิกฤติโควิดเบาบางลงทุกประเทศจะประสบปัญหาการขาดแคลนอาหาร เป็นโอกาสประเทศไทยจะเป็น ”ครัวของโลก” ส่งออกอาหารป้อนประเทศต่างๆ โลก โดยเฉพาะ ”สินค้าอาหารพวกออร์แกนิก” ที่กำลังได้รับความนิยมและมีมูลค่าสูง อย่างวิสาหกิจชุมชนของไทยบางแห่งส่งออกข้าวออร์แกนิคไปตลาดสหรัฐ ยุโรป โดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลางทำได้รายได้ปีละกว่า 100 ล้านบาท

ดังนั้น''สินค้าอาหาร''จะเป็นเครื่องยนต์ตัวใหม่ที่จะมาขับเคลื่อนเศรษฐิจไทยทดแทนการท่องเที่ยวที่เครื่องยนต์ดับเกือบสนิทไปแล้ว
.........................................................
คอลัมน์ : เศรษฐศาสตร์ข้างทาง
โดย “ทวี มีเงิน”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 93