อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 11 สิงหาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 11 สิงหาคม 2563

เรื่องของ"เสธ.ขี้ลืม"ตอนที่ 6

ไอ้น้องตัวแสบชายฉกรรจ์ท่าทางคล้ายทหารคนนั้น สะกดรอยตามพี่โมทย์มาเงียบ ๆ จากล็อบบี้ พอพี่โมทย์ส่งน้องหนูเข้าไปรอในห้อง แล้วเดินย้อนกลับมา มันก็รีบหลบวูบเข้าซอกมุมตึกทันที… จันทร์ที่ 8 มิถุนายน 2563 เวลา 11.00 น.


หลังจากการเดินทางอันยาวไกล หาดใหญ่เป็นจุดหมายที่อยู่ไกลที่สุด เสร็จจากนี้เราก็จะเริ่มเดินทางย้อนกลับสู่กรุงเทพมหานคร พร้อมกับเก็บตกจังหวัดที่ไม่ได้ดูงานในช่วงขามา ดังนั้นพอถึงที่พักคือโรงแรมโฆษิตเมื่อตอนเย็นเข้าไต้เข้าไฟ นายทหารนักเรียนวัยฉกรรจ์ทั้งหมดก็จึงต่างขมีขมันอาบน้ำอาบท่าเปลี่ยนเครื่องแบบเป็นชุดพลเรือนแล้วละลายหายวับไปกับตาท่ามกลางความสับสนอันท้าทายของเมืองหาดใหญ่ทันที…

ซักสามทุ่มเห็นจะได้ พี่โมทย์ของผมก็กลับมายังโรงแรมที่พักอย่างอารมณ์ดีหลังจากผ่านพ้นอาหารมื้อเย็นแกล้มแอลกอฮอล์พอหน้าตึง ๆ ไปแล้ว พี่โมทย์ไม่ได้กลับมาที่พักลำพังเหมือนขาไปแต่มีเพื่อนหญิงหน้าตาแฉล้มที่ไปออฟมาจากสถานที่บางแห่งเพื่อว่าคืนนี้จะได้ไม่เหงาเหมือนกับค่ำคืนอันเปล่าเปลี่ยวที่ผ่านมา

พี่โมทย์ควงคู่น้องหนูเข้ามาในโรงแรม ผ่านล็อบบี้ที่เสือสิงห์กระทิงแรดรุ่นน้องยังคงซ่องสุมกันอยู่ และมิใยที่ใครจะทักทายกระเช้าเย้าแหย่อย่างไร พี่โมทย์ก็ไม่สน เดินยิ้มกริ่มไปที่ลิฟต์ แล้วกดตัวเลขชั้นโรงแรมเพื่อเข้าไปยังห้องนอนของตัวเองทันที



พี่โมทย์ก้าวออกจากลิฟต์อย่างมาดมั่น หันมาจูงมือน้องหนูพาเดินกระหนุงกระหนิงตรงไปยังห้องพัก มือที่ว่างอยู่ก็ควักลูกกุญแจออกมาเตรียมไขห้อง

แต่แล้ว เมื่อเดินผ่านห้อง ๆ หนึ่ง ระหว่างกำลังเดินไปยังห้องของตัวเอง พี่โมทย์ก็แว่วเสียงเฮฮาลอดออกมาจากประตูห้องนั้น พี่โมทย์เหลือบดูหมายเลขประจำห้องแล้วก็นึกมาได้ว่า นี่คือห้องบรรดาเซียนกีฬาในร่ม นัดกันไว้ตั้งแต่เมื่อเย็นนั่นเอง

พี่โมทย์ยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดู เมื่อเห็นราตรียังเยาว์อยู่จึงปรับแผนปฏิบัติการของตัวเองเสียใหม่ จัดการพาน้องหนูไปที่ห้อง ไขกุญแจออกแล้วส่งเธอเข้าไปข้างใน พร้อมกระซิบสั่งว่า รอพี่เดี๋ยวนะ...ทำตัวตามสบายพี่ขอตัวไปทำธุระเสียหน่อย

ส่งน้องหนูไปรอในห้องเสร็จ พี่โมทย์ก็เดินผิวปาก ตบกระเป๋าหลังให้แน่ใจว่าในนั้นยังคงมีกระเป๋าสตางค์อันเป็นเสมือนอาวุธสำคัญอยู่ แล้วเคาะประตูห้องนอนซึ่งข้างในบรรดาเซียนกีฬาในร่มทั้งหลายกำลังโรมรันพันตูกันอยู่



กีฬาในร่มก็แบบที่ผมเคยแหกปากที่บ้านเพื่อนตุ่นในกรุงเทพฯ จนตำรวจยกกำลังปืนรั้วจะเข้ามาจับอย่างที่เคยเล่าให้ฟังไปแล้วนั่นแหละครับ

ความเคลื่อนไหวทั้งหมดนี้อยู่ในสายตาของชายฉกรรจ์ท่าทางคล้ายทหาร ซึ่งเป็นนายทหารนักเรียนรุ่นน้องคนหนึ่งของพี่โมทย์นั่นเอง...และแม้กาลเวลาจะล่วงเลยมาจนเกษียณอายุกันไปตาม ๆ กันแล้ว อายุความก็หมดไปแล้ว แต่ก็ยังไม่มีใครรู้ว่า ไอ้หมอนี่เป็นใคร…

ไอ้น้องตัวแสบชายฉกรรจ์ท่าทางคล้ายทหารคนนั้น สะกดรอยตามพี่โมทย์มาเงียบ ๆ จากล็อบบี้ พอพี่โมทย์ส่งน้องหนูเข้าไปรอในห้อง แล้วเดินย้อนกลับมา มันก็รีบหลบวูบเข้าซอกมุมตึกทันที รอจนกระทั่งพี่โมทย์เปิดประตูหายเข้าไปในห้องกีฬาในร่มพักใหญ่ จนกระทั่งแน่ใจว่าจะไม่กลับออกมาง่าย มันก็ย่องกริบด้วยท่วงทำนองแบบแมวขโมยแล้วยกมือขึ้นเคาะประตูห้องนอนของพี่โมทย์ที่มีน้องหนูหน้าตาจิ้มลิ้มรอ (พี่โมทย์) อยู่

เสียงถอดกลอนดังแกร๊ก...ประตูค่อย ๆ แง้มออก มันค่อย ๆ ดันประตูให้เปิดกว้างขึ้นแล้วหายแว้บเข้าไปในนั้นทันที…
.................................................................
คอลัมน์ : สอยดาวมาร้อยบ่า – RELOADED
โดย “พล.อ.บัญชร ชวาลศิลป์”
Facebook : Gen.Bunchon - บัญชร ชวาลศิลป์ 


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 94