อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม 2563

'แผงลอย'เศรษฐกิจรากหญ้าเริ่มปฏิบัติการในจีน

ในจีนเริ่มต้นการเปิดตลาดแผงลอยขึ้นตั้งแต่ต้นเดือนมิถุนายนนี้ เช่น ในเมืองเซี่ยงไฮ้กำหนดเปิดตั้งแต่วันที่ 6 มิถุนายน จนถึง 30 มิถุนายน 63 ซึ่งได้จัดให้มีเทศกาลเซี่ยงไฮ้ราตรี สนับสนุนการเปิดร้านค้าขนาดเล็ก อาทิตย์ที่ 7 มิถุนายน 2563 เวลา 10.00 น.


เมื่อจีนเริ่มกลับมาใช้ชีวิตปกติภายหลังจากการระบาดของโควิด-19 แม้ว่าชีวิตส่วนมากจะยังไม่สามารถกลับมาเป็นปกติได้เต็มที่เหมือนเดิม ยังต้องมีการรักษาระยะห่าง ยังคงต้องมีการตรวจวัดอุณหภูมิในหลายแห่ง แต่สิ่งที่ยังไม่เหมือนเดิมคือเศรษฐกิจที่ได้กลายเป็นปัญหาใหญ่แทนที่

จากที่ต้องมีการปิดและหยุดงานเป็นเวลายาว ทำให้บางธุรกิจในจีนไม่สามารถจะประคองตัวต่อไปได้ และในทีสุดต้องปิดกิจการไป เลิกจ้างงาน ลดจำนวนคนทำงาน ทำให้มีคนจำนวนมากต้องตกงาน ในภาวะเช่นนี้สิ่งที่ประชาชนจีนต้องการก็คือความเอาใจใส่และช่วยเหลือเยียวยาอย่างเป็นรูปธรรม

สิ่งที่สะท้อนมาตรการภาครัฐของประเทศจีนในขณะนี้คงเป็นเรื่องของการเปิด “เศรษฐกิจแผงลอย” หรือ “เศรษฐกิจรากหญ้า” ใน 27 แห่งจนกลายเป็นประเด็นร้อนในโลกโซเชียลที่มีคนสนใจเข้ามาอ่านและแสดงความเห็นกว่า 600,000,000 คน

การเปิดแผงลอยนั้นมีขึ้นที่ต่างๆ เช่น เซี่ยงไฮ้ จี่หนัน หนันหนิง เจิ้งโจว หนานจิง เฉิงตู เหอเฝย เซี่ยเหมิน ส่านซี เหลียวหนิง เจียงซี กานซุ่ ฉางชุน หังโจว ฉางซา สือเจียจวง หนันหนิง ชิงเต่า อี้ชัง หวงกั่ว เต๋อหยัง พันจือฮวา กว่างอัน หนันชง จือหยัง เผิงโจว ซุยหนิง เป็นต้น

แม้ว่าการเปิดแผงลอยในประเทศจีนนั้นจะเป็นธุรกิจสีเทาที่มักจะดูหมิ่นเหม่ว่าเป็นเรื่องผิดกฎหมาย เพราะขัดต่อกฎหมายการขัดขวางการจราจร และสุขอนามัยของถนนหนทาง แต่ในชั่วโมงนี้กลับเป็นการนำพาเศรษฐกิจรากหญ้า และนำตลาดให้มีชีวิตชีวากลับมา กระตุ้นการตลาด แม้แต่นักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์ก็ยังออกมาแสดงความเห็นว่า การเปิดการพัฒนาเศรษฐกิจรากหญ้านั้นสามารถจะตอบรับกับอุปสงค์หรือความต้องการของตลาดประชาชนได้

โดยเฉพาะในช่วงวิกฤติโควิด-19 นอกจากจะทำให้ประชาชนมีความสะดวกในการจับจ่ายซื้อของแล้ว ในขณะเดียวกันก็เพิ่มตัวเลขของเศรษฐกิจในเมือง และยังเป็นการสนองตอบต่อความต้องการในภาวะการระบาดของโรคอีกด้วย



หลายๆ เมืองในจีนเริ่มต้นการเปิดตลาดแผงลอยขึ้นตั้งแต่ต้นเดือนมิถุนายนนี้ เช่น ในเมืองเซี่ยงไฮ้กำหนดเปิดตั้งแต่วันที่ 6 มิถุนายน จนถึง 30 มิถุนายน 63 ซึ่งได้จัดให้มีเทศกาลเซี่ยงไฮ้ราตรี สนับสนุนการเปิดร้านค้าขนาดเล็ก แผงลอย โดยมีการกำหนดการดำเนินการอย่างละเอียด

ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมความสะอาด สุขอนามัย ความเป็นระเบียบเรียบร้อย ไม่ให้กีดขวางการจราจร จัดที่ทางอย่างเป็นระบบ นอกจากเมืองเซี่ยงไฮ้ ยังมีเมืองอื่นๆ อีก แม้แต่เมืองหนันหนิงที่แต่เดิมเป็นเมืองสวยงามที่สะอาด การขายของข้างถนนจึงเป็นเรื่องผิดกฎหมาย แต่ในเวลานี้ได้ยินยอมให้มีการตั้งแผงลอยอย่างไม่ผิดกฎหมายจนถึงวันที่ 31 เดือนธันวาคม 2563

อย่างไรก็ตาม การจัดตลาดแผงลอย ไม่ว่าจะมีทั้งตลาดเช้า ตลาดกลางคืน ล้วนแต่จัดการโดยภาครัฐที่ต้องอยู่ภายใต้การจัดการที่ไม่สร้างปัญหาของการจราจร และต้องทำภายใต้สุขอนามัยที่ดี เพื่อกระตุ้นแรงซื้อ และกระตุ้นเศรษฐกิจตั้งแต่ระดับล่างขึ้นมา และไม่ใช่ว่าจะเปิดตลาดแผงลอยตลอด แต่เป็นการเปิดชั่วคราวซึ่งต้องมีการยอมรับร่วมกัน

จากการระบาดของโควิด-19 ทำให้เศรษฐกิจของทุกประเทศได้รับผลกระทบ ขึ้นอยู่กับมาตรการการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้กับประชาชน ในจีนนั้นเนื่องจากจำนวนประชากรมาก ดังนั้นรัฐบาลจึงต้องเร่งแก้ปัญหาโดยด่วน ไม่ว่าจะทำตั้งแต่ระดับประชาชน การลดหรือการงดเก็บภาษีส่งออก การลดภาษีการค้า การสร้างงานด้วยการสร้างถนนหนทาง การสร้างสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน

เพื่อที่จะสร้างงานให้ประชาชนระยะยาว ไม่ใช่การแจกเงินที่ใช้ได้เพียงระยะสั้นแล้วจบกัน แต่การพยายามมองการสร้างงานระยะยาวให้ประชาชน แม้ว่าจะไม่ได้ผลทันที แต่ก็ทำให้ประชาชนสามารถลืมตาอ้าปากได้ในระยะยาว การหันมาจัดการพึ่งพิงกับตลาดภายในประเทศ เพื่อยกระดับมาตรฐานทั่วทั้งประเทศให้ดีขึ้นทั้งประเทศ

ประเทศไทยคงต้องรอว่าเราจะมีมาตรการอะไรออกมาบ้าง นอกเหนือไปจากการแจกเงิน เพราะเรามีตลาดนัด แผงลอยกันเต็มบ้านอยู่แล้ว เพียงแต่ไม่มีระเบียบจนทำให้เกิดปัญหาจราจรและสุขอนามัย การที่รัฐจะออกมาช่วยด้วยการลดการเก็บภาษี สนับสนุนการทำธุรกิจขนาดเล็ก ขนาดกลาง ดีกว่าจะมากระตุ้นการเก็บภาษี หรือเพิ่มการเก็บเงินประกันสังคม

ในขณะที่คนมีปัญหาเศรษฐกิจรุมเร้า ควรทำงานประสานกันทุกหน่วยงาน ตั้งแต่ด้านการศึกษาของนักเรียน ช่วยลดค่าใช้จ่ายให้พ่อแม่ ไม่ใช่เพิ่มค่าใช้จ่าย อาจจะเพิ่มการสอบวัดระดับในทุกระดับชั้นแทน หากยังไม่พร้อมในการจัดการศึกษา และมั่นใจในความปลอดภัยก็ยังไม่ควรเปิดให้เรียน ขึ้นอยู่กับแต่ละเขต แต่ละจังหวัด ให้เหมาะสมกับภาวะสถานการณ์เฉพาะหน้าของตนน่าจะดีกว่า
---------------------------------------
คอลัมน์ : ฝ่ากำแพงเมืองจีน
โดย “อ.ดร.ศิริเพ็ชร ทฤษณาวดี”


ขอบคุณภาพจาก
https://i.guancha.cn/news/mainland/2020/06/04/20200604091047774.jpg!wap.jpg
https://i.guancha.cn/news/mainland/2020/06/04/20200604091138191.jpg!wap.jpg
https://i.guancha.cn/news/mainland/2020/06/04/20200604091240603.jpg!wap.jpg

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 106