อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม 2563

"โรคเบาหวานชนิดที่ 2 ในเด็กและวัยรุ่น"

คนส่วนใหญ่อาจไม่ค่อยคุ้นเคยกับโรคเบาหวานในเด็ก จนอาจสงสัยว่าเด็กและวัยรุ่น (อายุน้อยกว่า 20 ปี) เป็นเบาหวานได้ด้วยหรือ? ผู้ป่วยเบาหวานเพิ่มสูงขึ้นทุกปี และไม่ได้เพิ่มขึ้นเฉพาะผู้สูงอายุเท่านั้น ในเด็กและวัยรุ่นเอง ก็พบอุบัติการณ์ของโรคเบาหวานเพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน อาทิตย์ที่ 7 มิถุนายน 2563 เวลา 08.30 น.

เบาหวานชนิดที่ 2 ในเด็กและวัยรุ่น เด็กเป็นเบาหวานได้ด้วยหรือ?
        
คำถามนี้ รศ.พญ.ธนินี สหกิจรุ่งเรือง สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยฯ มีคำตอบดังนี้
        
คนส่วนใหญ่อาจไม่ค่อยคุ้นเคยกับโรคเบาหวานในเด็ก จนอาจสงสัยว่าเด็กและวัยรุ่น (อายุน้อยกว่า 20 ปี) เป็นเบาหวานได้ด้วยหรือ? ปัจจุบันพบว่ามีจำนวนผู้ป่วยเบาหวานเพิ่มสูงขึ้นทุกปี และไม่ได้เพิ่มขึ้นเฉพาะผู้สูงอายุเท่านั้น ในเด็กและวัยรุ่นเอง ก็พบอุบัติการณ์ของโรคเบาหวานเพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน เบาหวานเป็นโรคที่มีน้ำตาลสูงในเลือด เด็กที่เป็นเบาหวานเนื่องมาจากขาดอินซูลินซึ่งเป็นฮอร์โมนที่มีความสำคัญในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด หรือการออกฤทธิ์ของอินซูลินไม่เพียงพอเนื่องจากมีภาวะดื้อต่ออินซูลิน เนื้อเยื่อต่าง ๆ ใช้น้ำตาลไม่ได้ จึงทำให้น้ำตาลในเลือดสูง

ชนิดของเบาหวานที่พบในเด็ก

เบาหวานที่พบในเด็กและวัยรุ่นสามารถจำแนกได้เป็น 3 ชนิดใหญ่ ๆ คือ
        
•  เบาหวานชนิดที่ 1 เบาหวานชนิดนี้เป็นชนิดที่พบบ่อยที่สุดในเด็กและวัยรุ่น เป็นโรคทางภูมิคุ้มกันชนิดหนึ่ง กล่าวคือร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นต่อต้านตนเอง (autoimmune) แล้วภูมิคุ้มกันนี้ได้ไปทำลายเซลล์ตับอ่อนที่เรียกว่า “เบต้าเซลล์” ซึ่งทำหน้าที่สร้างอินซูลิน เบต้าเซลล์จะถูกทำลายทีละน้อย ๆ จนไม่สามารถสร้างอินซูลินได้ในที่สุด
        
•  เบาหวานชนิดที่ 2 เป็นแบบเดียวกับเบาหวานที่พบมากในผู้ใหญ่ ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ ได้แก่ ภาวะอ้วน และมักมีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคเบาหวาน ปัจจุบันเด็กและวัยรุ่นก็พบเป็นเบาหวานชนิดนี้เพิ่มขึ้นจากปัญหาโรคอ้วนจากภาวะโภชนาการเกิน
        
•  เบาหวานที่เกิดจากยาหรือการติดเชื้อบางชนิด เช่น เด็กที่กินยาสเตียรอยด์ในปริมาณมากและติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน จะมีอาการหน้าบวม ตัวกลม ระดับน้ำตาลในเลือดสูง เป็นต้น

ความชุกของโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ในเด็กและวัยรุ่น
        
จากข้อมูลการลงทะเบียนผู้ป่วยเบาหวานเด็กและวัยรุ่นอายุน้อยกว่า 18 ปีทั่วประเทศ จำนวน 915 ราย ในช่วงปี พ.ศ. 2553-2557
โดยชมรมต่อมไร้ท่อเด็กและวัยรุ่นแห่งประเทศไทย พบว่าอุบัติการณ์ของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1 ในเด็ก ยังคงมากกว่าชนิดที่ 2 โดยพบ
เบาหวานชนิดที่ 1 ทั้งหมด 612 ราย (ร้อยละ 67) เบาหวานชนิดที่ 2 จำนวน 208 ราย (ร้อยละ 23) ที่เหลือเป็นเบาหวานชนิดอื่น ๆ หรือไม่ทราบชนิดแน่นอน โดยจำนวนผู้ป่วยเบาหวานทั้งสองชนิดมีเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆทุกปีในช่วงเวลาดังกล่าว พบอุบัติการณ์สูงสุดอยู่ในช่วงอายุ 10-15 ปี
        
การเพิ่มขึ้นของเบาหวานในเด็กและวัยรุ่น พบเช่นเดียวกับการศึกษาอื่น ๆ ทั่วโลก การศึกษาในอเมริกาพบว่าความชุกของเบาหวานชนิดที่ 2 ในเด็กวัยรุ่น เพิ่มขึ้นร้อยละ 31 ในระยะเวลาช่วงปี พ..2544-2552 สัมพันธ์กับความชุกของโรคอ้วนที่เพิ่มขึ้น จากข้อมูลของสหพันธ์เบาหวานโลก (International Diabetes Federation) พบว่า ความชุกของเบาหวานชนิดที่ 2 ทั่วโลกในกลุ่มวัยหนุ่มสาว (อายุ 20-39 ปี) เพิ่มจาก 23 ล้านคนในปี พ.ศ. 2543 เป็น 63 ล้านคนในปี พ.ศ.2556 โดยกลุ่มประเทศที่มีอัตราความชุกเพิ่มขึ้นรวดเร็ว อยู่ในแถบแอฟริกา เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และแปซิฟิกตะวันตก 
ปัจจัยเสี่ยงในการเกิดโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ในวัยรุ่นและวัยหนุ่มสาว
        
ภาวะโภชนาการเกินและโรคอ้วน พบว่าเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของเบาหวานชนิดที่ 2 พบว่าในวัยรุ่นและวัยหนุ่มสาวที่เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 มีภาวะอ้วนร่วมด้วยมากกว่าร้อยละ 80 เปรียบเทียบกับ เบาหวานในผู้สูงวัย ซึ่งมีความชุกของภาวะอ้วนร่วมด้วยเพียงร้อยละ 50-60 ภาวะอ้วนนำไปสู่ภาวะดื้อต่ออินซูลิน ผลคือทำให้มีการเพิ่มขบวนการสลายไขมัน (lipolysis) เพิ่มปริมาณ free fatty acid (FFA) เพื่อไปสะสมในกล้ามเนื้อ ตับ เบต้าเซลล์ในตับอ่อน เมื่อมีภาวะดื้อต่ออินซูลินเป็นเวลานาน ๆ ร่วมกับการเพิ่มขึ้นของ free fatty acid และ cytokines ต่าง ๆ ทำให้เกิดการเสียหายต่อเบต้าเซลล์ในตับอ่อน ทำให้ในที่สุดจะหลั่งอินซูลินได้น้อยลง และนำไปสู่โรคเบาหวานชนิดที่ 2 ในเวลาต่อมา รวมถึง cytokine ต่าง ๆ ที่ถูกสร้างเพิ่มขึ้น นำไปสู่ภาวะอักเสบเรื้อรัง (chronic inflammation) รวมถึงปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ ทางเมตาบอลิค เช่น ไขมันสูง ความดันโลหิตสูง ฯลฯ ซึ่งทำให้ส่งผลกระทบต่อภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ของเบาหวานในเด็กและวัยรุ่น ให้เป็นไปอย่างรวดเร็วและรุนแรงมากยิ่งขึ้น
        
ปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ ได้แก่ เชื้อชาติ เช่น African-American, Hispanic, Asian, Pacific islanders จะมีความเสี่ยงต่อภาวะดื้อต่ออินซูลินสูงขึ้น ปัจจัยในระหว่างตั้งครรภ์และน้ำหนักแรกเกิด เช่น ในกลุ่มเด็กตัวโตที่มารดาเป็นเบาหวานในขณะตั้งครรภ์และกลุ่มทารกที่มีน้ำหนักแรกเกิดน้อย จะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น มีประวัติครอบครัวของโรคเบาหวานชนิดที่ 2 เพศหญิง ข้อมูลในสหรัฐอเมริกาพบว่าเบาหวานชนิดที่ 2 ในวัยรุ่น พบในเพศหญิงมากกว่าเพศชายในอัตราประมาณ 2 ต่อ 1 และหากมีภาวะถุงน้ำในรังไข่ (polycystic ovarian syndrome) จะเพิ่มโอกาสในการเกิดเบาหวานเพิ่มขึ้นอีก 3-5 เท่า ช่วงที่เด็กเข้าสู่วัยรุ่น จะมีการเพิ่มขึ้นของฮอร์โมนเพศและฮอร์โมนการเจริญเติบโต ซึ่งจะส่งเสริมภาวะดื้อต่ออินซูลินได้ง่ายขึ้น ดังจะเห็นได้จากอายุเฉลี่ยของเบาหวานในวัยรุ่นจะอยู่ที่ประมาณ 13-14 ปี ปัจจัยอื่น ๆ เช่น ความ เครียด ภาวะซึมเศร้า หรือปัญหาจากการนอน (sleep-related disorders) ก็มีข้อมูลจากการศึกษาวิจัยเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ว่าเป็นปัจจัยเสี่ยงในการเกิดเบาหวานชนิดที่ 2 เช่นกัน

อาการ
        
อาการของเบาหวานชนิดที่ 2 มีตั้งแต่ไม่มีอาการใด ๆ แต่ถูกวินิจฉัยจากการตรวจคัดกรองเพราะมีปัจจัยเสี่ยง หรือมีอาการชัดเจนของเบาหวาน ได้แก่ ดื่มน้ำมาก ปัสสาวะมาก น้ำหนักลด ปัสสาวะมีมดตอม ตามัว ติดเชื้อราในช่องคลอด และร้อยละ 5-25 อาจมาด้วยอาการรุนแรง เช่น เลือดเป็นกรดและคีโตนคั่ง เราเรียกภาวะนี้ว่าดีเคเอ” (DKA; Diabetic ketoacidosis) ซึ่งเป็นภาวะที่ฉุกเฉิน บางคนอาจอาเจียน ปวดท้อง หายใจหอบหรืออาจหมดสติ ซึ่งต้องการรักษาอย่างเหมาะสมโดยรีบด่วน
การรักษา
        
การรักษาเบาหวานในวัยรุ่น มุ่งเน้นให้ผู้ป่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดใกล้เคียงค่าปกติมากที่สุดเพื่อลดภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ของโรคเบาหวาน การรักษาด้วยการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต (lifestyle intervention) ยังเป็นหัวใจสำคัญในการรักษา ร่วมกับการใช้ยาเม็ดลดระดับน้ำตาล หรือร่วมกับการฉีดยาอินซูลิน ขึ้นกับความรุนแรงของอาการ สำหรับยาในกลุ่มอื่น ๆ ที่ใช้สำหรับเบาหวานชนิดที่ 2 ในวัยรุ่น ยังต้องการการศึกษาและข้อมูลเพิ่มเติม แต่อาจเลือกใช้ได้โดยพิจารณาตามความเหมาะสมเป็นราย ๆ และจำเป็นต้องวินิจฉัยและรักษาความผิดปกติที่พบร่วมได้บ่อย ได้แก่ ภาวะอ้วน ภาวะดื้อต่ออินซูลิน ไขมันในเลือดผิดปกติ ความดันโลหิตสูง โปรตีนรั่วในปัสสาวะ ไขมันพอกตับ ถุงน้ำในรังไข่ ฯลฯ ตลอดจนติดตามคัดกรองและให้การรักษาภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ อย่างเหมาะสม รวมถึงการหามาตรการในการป้องกันโรคอ้วนในเด็ก และรณรงค์พฤติกรรมสุขภาพที่ดีตั้งแต่หญิงตั้งครรภ์ จนถึงทารกแรกเกิด เพื่อช่วยป้องกันการเกิดเบาหวานในวัยรุ่นและวัยหนุ่มสาวในอนาคต และลดความสูญเสียทางเศรษฐกิจที่เกิดจากโรคแทรกซ้อน    ต่าง ๆ ในประชากรกลุ่มนี้
         
กำลังใจ สิ่งสำคัญในการรักษา
        
กำลังใจนับเป็นสิ่งสำคัญในการรักษา ทั้งจากพ่อแม่ของผู้ป่วย เพื่อน และคุณครู ซึ่งมีส่วนสำคัญที่ช่วยให้ผู้ป่วยมีกำลังใจที่จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ร่วมมือในการรักษาและควบคุมน้ำหนักตัว การดูแลโดยทีมเบาหวานสหสาขาวิชาชีพ มีส่วนสำคัญที่จะช่วยปรับทัศนคติของเด็กและครอบครัว ครอบครัวได้รับความรู้และกำลังใจในการดูแลเบาหวานอย่างถูกต้อง ผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดและข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ website หรือ Facebook สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี www.dmthai.org หรือที่ website ชมรมเพื่อเด็กและวัยรุ่นเบาหวาน www.thaidiabetes.com
      
ข้อมูลจาก รศ.พญ.ธนินี สหกิจรุ่งเรือง สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยฯ.


..........................................................
นายแพทย์สุรพงศ์ อำพันวงษ์

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 36