อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม 2563

การค้าชายแดนไทย-เมียนมา

สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19) กระจายไปทั่วโลก ประเทศไทย ก็ได้รับผลกระทบทุกจังหวัด โดยเฉพาะจังหวัดแม่ฮ่องสอนซึ่งมีผู้ป่วยยืนยัน 5 ราย และรักษาหายแล้วทั้ง 5 รายก็ตาม เจ้าหน้าที่สาธารณสุขต้องทำงานหนักในการตรวจรักษาคัดกรองป้องกัน อาทิตย์ที่ 7 มิถุนายน 2563 เวลา 06.00 น.

ากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19) กระจายไปทั่วโลก ประเทศไทย  ก็ได้รับผลกระทบเกือบทุกจังหวัดเช่นกัน โดยเฉพาะจังหวัดแม่ฮ่องสอนซึ่งมีผู้ป่วยยืนยัน 5 ราย และรักษาหายแล้วทั้ง 5 รายก็ตาม ทั้งหน่วยงานภาครัฐ เอกชน ประชาชน โดยนายสุวพงศ์  กิติภัทย์พิบูลย์  ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน, สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดแม่ฮ่องสอน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ตั้งศูนย์เฝ้าระวังป้องกันทุกพื้นที่ทั้ง 7 อำเภอ ออกมาตรการประกาศคำสั่งจังหวัดหลายฉบับปิดจังหวัดแม่ฮ่องสอน สั่งห้ามบุคคลที่ไม่มีสัญชาติไทยเข้ามาในพื้นที่ ประกาศเคอร์ฟิว รวมทั้งประกาศห้ามจำหน่ายสุราหรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์  ปิดโรงแรมทุกแห่ง ห้ามจัดกิจกรรม ให้อำเภอ ตำรวจ ทหาร  อสม. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ตั้งจุดตรวจจุดสกัดทุกช่องทางที่จะเข้าสู่จังหวัดแม่ฮ่องสอน แต่ละหมู่บ้านตั้งจุดรายงานตัวคัดกรอง บุคคลที่เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง ต่างประเทศ กรุงเทพฯ และปริมณฑล หลายพื้นที่ประกาศปิดหมู่บ้านตนเองห้ามเข้าออก แพทย์พยาบาล เจ้าหน้าที่สาธารณสุขต้องทำงานหนักในการตรวจรักษาคัดกรองป้องกัน

นอกจากนี้ นายสุวพงศ์ ผวจ.แม่ฮ่องสอน ออกประกาศปิดจุดผ่อนปรนช่องทางการค้าชายแดนไทย-เมียนมา ด้านจังหวัดแม่ฮ่องสอนทุกแห่ง ห้ามคน ยานพาหนะ สินค้าเข้า-ออกโดยเด็ดขาด จนกว่าสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 จะเข้าสู่ภาวะปกติ ส่วนทางด้านรัฐกะยา, รัฐฉาน ประเทศเมียนมา ก็ได้ประกาศปิดพื้นที่ช่องทางการค้าตลอดแนวชายแดนไทย-เมียนมาตลอดแนวชายแดน เมื่อทั้ง 2 ฝ่ายเห็นพ้องร่วมกันมีคำสั่งปิดด่านชายแดนจุดผ่อนปรนที่มีแนวเขตติดต่อระหว่างประเทศไทยกับประเทศเมียนมา ด้านจังหวัดแม่ฮ่องสอนทุกช่องทางทั้งทางบกและทางน้ำ  ทำให้พี่น้องประชาชนทั้งชาวไทยและเมียนมา ไม่สามารถที่จะเข้าออกชายแดนไปมาหาสู่กันได้ตามปกติ รวมทั้งห้ามขนส่งสินค้าเข้าออกทุกช่องทางอีกด้วย  ทั้งนี้ก็เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส



ผวจ.แม่ฮ่องสอน เปิดเผยอีกว่า ตลอดแนวชายแดนแม่ฮ่องสอน ไม่มีด่านถาวร มีเพียงจุดผ่อนปรนชั่วคราวการค้าชายแดน ทางจังหวัดก็ได้สั่งการไปยังจุดผ่อนปรนชายแดนทุกจุด ยังไม่ให้มีการเคลื่อนไหวการนำเข้าส่งออกสินค้าและห้ามเข้าออกของยานพาหนะทุกชนิดรวมทั้งบุคคลด้วย ซึ่งตนได้สั่งการไปในฐานะประธานโรคติดต่อจังหวัด เนื่องจากว่าได้ติดตามสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ในประเทศเมียนมา ทราบว่ามีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จึงได้มีหนังสือสั่งการไปยังจุดตรวจชายแดนให้มีการเข้มงวดมากขึ้นไปอีก เพราะเกรงว่าคนที่เป็นญาติพี่น้องกันจะเล็ดลอดมาตามช่องทางธรรมชาติก็เลยกำชับให้แต่ละด่านเข้มงวด ในส่วนของทหารที่ดูแลตามแนวชายแดน ก็ได้ประสานงานกับทหารเมียนมา อยู่ตลอดเวลา นอกจากนี้ทางกำนันผู้ใหญ่บ้านที่อยู่ตามแนวชายแดนก็เฝ้าระวังป้องกันอีกแรงหากมีประชาชนตามแนวชายแดนจากประเทศเมียนมาลักลอบเข้ามาทางหมู่บ้านก็จะรายงานให้ทราบ ส่วนทางหน่วยงานและประชาชนในรัฐกะยา รัฐฉาน ประเทศเมียนมา เขาก็เฝ้าระวังป้องกันตามแนวชายแดน และปิดช่องทางทุกช่องทางไม่ให้มีการเข้าออกเช่นกัน ทั้งสองฝ่ายก็ยึดถือระเบียบของแต่ละประเทศ แจ้งประชาชนของตนเองไม่ให้มีการเข้าออกพื้นที่ หากมีการเปิดจุดผ่อนปรนก็จะได้พิจารณาตามสถานการณ์ของจังหวัดแม่ฮ่องสอน กับจังหวัดชายแดนของประเทศเมียนมา ถ้าหากพิจารณาแล้วสามารถผ่อนปรนได้ก็จะเปิดให้มีการค้าตามปกติ การนำเข้า-ส่งออกเวลานี้ต้องชะลอไปก่อน ส่วนมากสินค้าที่นำเข้า- ส่งออกของแม่ฮ่องสอน เป็นสินค้าที่ไม่เน่าเสีย  จำพวกเครื่องกระป๋อง เครื่องอุปโภคบริโภค มีอายุยาวนาน  เมื่อสถานการณ์เข้าสู่ภาวะปกติคิดว่าการค้าชายแดนแต่ละช่องทางในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนจะกลับมาคึกคักเหมือนเดิม ถึงอย่างไรก็ตามทั้งไทยและเมียนมา เราก็มีการประสานเชื่อม สัมพันธ์กันมาโดยตลอด เมื่อเชื้อไวรัสโควิด-19 เข้าสู่ปกติ และมีการเปิดช่องทางการค้าวางมาตรการเฝ้าระวังป้องกันการเข้าออก มีเจ้าหน้าที่สาธารณสุขตรวจวัดไข้โดยจะมีการตั้งจุดตรวจคัดกรองที่บริเวณจุดตรวจสันเขตแนวชายแดนทุกจุด หากพบมีไข้เกิน 37.5 ก็จะไม่อนุญาตให้เข้ามา



นางสาวจุไรรัตน์  ศรีตระกูล  พาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวว่า ที่ผ่านมาการค้าชายแดนบริเวณจุดผ่อนปรนทุกช่องทางในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่มีการค้าขายกันระหว่างจังหวัดแม่ฮ่องสอน กับรัฐกะยา, รัฐฉาน ประเทศเมียนมา ที่ผ่านมาตั้งแต่ปี 58 เป็นต้นมา มีมูลค่าการ
ส่งออกมากถึงกว่า 1,000 ล้านบาท ต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน แต่ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ตั้งแต่ ม.ค.-มี.ค. 63 มีมูลค่าการค้าระหว่างกันอยู่ 257 ล้านบาท เพราะต้องชะลอนำเข้า-ส่งออก เนื่องจากเกิดสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ที่ผ่านมาเราได้พัฒนาช่องทางการค้าโดยเฉพาะช่องทางจุดผ่อนปรนบ้านห้วยต้นนุ่นที่กำลังจะผลักดันให้เป็นด่านถาวรในอนาคต  ซึ่งช่องทางการค้าเมื่อเทียบกับทุกช่องทางแล้ว ช่องทางห้วยต้นนุ่นปริมาณการค้าขายจะเพิ่มขึ้นมากกว่าจุดอื่น

พาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวต่อไปว่า  ในอนาคตหลังจากสถานการณ์โควิด-19 เข้าสู่ภาวะปกติและสามารถเปิดจุดผ่อนปรนได้ตลอดแนวชายแดน การค้าขายระหว่างไทยกับเมียนมา ด้านจังหวัดแม่ฮ่องสอน กับรัฐกะยา น่าจะคึกคักขึ้น ขณะนี้พ่อค้าทั้ง 2 ฝ่ายก็เตรียมพร้อมเนื่องจากช่องทางห้วยต้นนุ่นเป็นช่องทางที่จะส่งเสริมเศรษฐกิจของจังหวัดแม่ฮ่องสอนให้คึกคักขึ้น  การค้าระหว่างไทย–เมียนมา  เรามีข้อตกลงค้าขายระหว่างกันมาอย่างต่อเนื่อง แต่ส่วนใหญ่จังหวัดแม่ฮ่องสอน จะเชื่อมสัมพันธ์การค้ากับรัฐกะยา ส่วนรัฐฉาน ก็มีการเดินทางไปเยือนกันต่อเนื่องมาตลอดเมื่อ 3-4 ปีที่ผ่านมา  คาดว่าหลังจากไวรัสโควิด-19 เข้าสู่ภาวะปกติ  ทั้งฝั่งไทยและฝั่งเมียนมาก็จะมีการ
เตรียมความพร้อม  ซึ่งขณะนี้ทั้งภาครัฐ เอกชน ผู้ประกอบการไทยกับเมียนมาได้เตรียมความพร้อม ประสานงานกันทางเฟซบุ๊ก ทางไลน์  หาข้อมูล หาออร์เดอร์ รอแค่ว่าสถานการณ์โรคติดต่อโควิด-19 เข้าสู่ปกติ เมื่อเราเปิดจุดผ่อนปรน การค้าขายก็จะคึกคักขึ้น สินค้าที่เราส่งออก ส่วนใหญ่จะเป็นสินค้าเครื่องอุปโภคบริโภค สินค้าเกษตร นอกจากนี้ สำนักงานพาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน มีการเชื่อมข้อมูลกับทูตพาณิชย์ประเทศเมียนมา, สถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงย่างกุ้ง ตั้งแต่ประกาศปิดจุดผ่อนปรน มีการประสานภายในระหว่างกันมาตลอด 

การแก้ปัญหาเฝ้าระวังป้องกันพื้นที่ชายแดนของทั้ง 2 ประเทศ โดย นายสุวพงศ์  ผวจ.แม่ฮ่องสอน, นายแพทย์ศุภชัย บุญอำพันธ์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดแม่ฮ่องสอน นายแพทย์พงษ์พจน์  ธีรานันตชัย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศรีสังวาลย์ แม่ฮ่องสอน นายอำเภอทุกอำเภอ ภาครัฐ เอกชน ประชาชน อสม. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ส่วนทางด้าน นายอูแอลฟองโฉ่ มุขมนตรีรัฐกะยา, นายอูซานวิน  ผู้ว่าราชการจังหวัดลอยก่อ และนายเต็งอ่อง ผวจ.บอละแคะ ประเทศเมียนมา  ระดมทุกภาคส่วน ทั้งทำความสะอาดทุกพื้นที่ มอบสิ่งของอุปกรณ์ทางการแพทย์ อาหารการกิน และวางมาตรการต่าง ๆ เชื่อว่าอีกไม่นาน เชื้อไวรัสโควิด-19 จะหมดไป จะทำให้การค้าชายแดนกลับมาคึกคักเหมือนเดิม ประชาชนจะกลับมาทำมาหากินค้าขายได้ตามปกติ.

................................................................
ฉลอง หมั่นสกุล
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 26