อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม 2563

ทางรอด"การบินไทย"...แตกบริษัทลูกแข่งกันเอง

คงต้องจับตาดูกันต่อไปว่าท่าทีของผู้ถือหุ้น นักลงทุนจะมีปฏิกริยาต่อวิกฤติการบินไทย เมื่อเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูแล้วออกมาจะมีรูปร่างหน้าตาจะออกมาอย่างไร พฤหัสบดีที่ 4 มิถุนายน 2563 เวลา 08.00 น.


เมื่อวันที่ 1มิ.ย.2563 ที่ผ่านมา บมจ.การบินไทย ได้แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ระบุว่า บริษัทฯกำหนดการจัดประชุมเพื่อให้ข้อมูลแก่ผู้ถือหุ้น นักลงทุนและบุคคลที่เกี่ยวข้อง เพื่อชี้แจงแนวทาง ขั้นตอนการแก้ไข ประเด็นพิจารณาและการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับการยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการของบริษัทฯ ในวันที่8 มิถุนายน 2563 นี้

คงต้องจับตาดูกันต่อไปว่าท่าทีของผู้ถือหุ้น นักลงทุนจะมีปฏิกริยาต่อวิกฤติการบินไทยอย่างไร และต้องติดตามยาว ๆ ว่าเมื่อเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูแล้วออกมาจะมีรูปร่างหน้าตาจะออกมาอย่างไร คณะทำงานจะจัดการอย่างไรกับขยะที่ซุกอยู่ใต้พรมมานานที่รอวันสะสาง

เมื่อ 20 ปีที่แล้วดีดี.การบินไทยคนหนึ่งเคยให้สัมภาษณ์ว่า การบินไทยมีเส้นสายภายในเยอะเกินไป มีระบบราชการมาครอบงำ คนของฝ่ายการเมืองที่ไม่มีความรู้เรื่องการบิน มานั่งเป็นบอร์ดบริหารบุคคลากรที่ไม่มีความสามารถพอ แต่ได้นั่งตำแหน่งที่สำคัญ เงินเดือนสูง เนื่องจากระบบอุปถัมภ์จึงไม่เคยลดต้นทุน ไม่เคยปลดคนถ้าไม่กระทำผิดร้ายแรง



บริษัทการบินไทย เริ่มประสบภาวะขาดทุนสะสม จากกรณีซื้อฝูงบิน A340/500/600 จำนวน 14 ลำผ่านตัวแทนหรือ "เอเย่นต์" ราคาสูงถึง 96,355 ล้านบาท และผู้บริหารตัดสินใจพลาดหลายอย่าง โดยในปี 2548 ที่เปิดเส้นทางบินตรง กรุงเทพฯ - นิวยอร์ก สัปดาห์ละ 6 เที่ยวบิน และ เปิดเส้นทางกรุงเทพฯ - ลอสแองเจลิส 7 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ซึ่งทั้งสองเส้นทาง มีผู้โดยสารเฉลี่ยต่อไฟลท์ ไม่ถึง 100 คน ต้องขาดทุนถึง 4,000 ล้านบาท ในที่สุดต้องยกเลิกเส้นทางนิวยอร์ก และ ลดเส้นทางลอสแองเจลิสลง

ธุรกิจในการบินไทย ต้องผ่าน "เอเยนต์" เกือบทุกเรื่องนอกจากซื้อหรือเช่าเครื่องบิน ซื้อของเข้าครัวการบินไทย การซื้อตั๋วขายตั๋ว ทั้งในประเทศและต่างประเทศการจัดซื้อจัดจ้างเป็นต้น ต้องดูว่าหลังจากเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูแล้วการบินไทยจะกลับมาเพริศแพร้วศิวิไลย์หรือจะแค่เหล้าเก่าในขวดใหม่

ข้อดีของการบินไทยนั้นมากมาย มีเส้นทางการบินที่สำคัญในเชิงธุรกิจหลายเส้นทาง ที่ดินแปลงใหญ่ริมถนนถนนวิภาวดี และถนนหลานหลวงมูลค่ามหาศาล มีแบรนด์ที่แข็งแกร่ง การบริการที่ได้รับการยอมรับทั่วโลกว่าเป็นเลิศ

อย่างไรก็ตามกระทรวงคลังควรลดการถือหุ้นให้เหลือเพียง 30% ที่เหลือให้เอกชนไทย ถือหุ้นแทน เพื่อลดทอนความเป็นรัฐวิสาหกิจลง ให้การบริหารมีความคล่องตัว แต่คลังยังจำเป็นต้องถือหุ้น เพื่อเป็นสัญญาลักษณ์ว่า สายการบินใหม่นี้เป็น”สายการบินของประเทศไทย” แม้ไม่ใช่ของรัฐบาล



เหตุผลเนื่องจากเศรษฐกิจไทยยังต้องพึ่งพารายได้จากการท่องเที่ยวที่มีสัดส่วน 12%ของจีดีพี.จึงจำเป็นต้องมีสายการบินของประเทศเพื่อสนับสนุน และอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยว แม้แต่บริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลก หรือนักลงทุนต่างชาติที่จะเข้ามาลงทุนในไทยหากการเดินทางไม่สะดวกคงไม่มีใครอยากมาลงทุน นี่คือคำคอบว่าทำไมประเทศไทยต้องมีสายการบินของประเทศแม้จะไม่จำเป็นต้องเป็น”สายการบนแห่งชาติ”ก็ตาม

เหนือสิ่งใดการฟื้นฟูครั้งนี้ก็คงยกเครื่องโครงสร้างองค์กรเสียใหม่ที่ผ่านมาโครงสร้างการบินไทยจะเป็น "โฮลดิ้งคอมปะนี" ทำให้การบริหารจัดการในแต่ละยูนิตไม่ทราบต้นทุนของตัวเองว่าเป็นเท่าไหร่ ตรงไหนที่เป็นไขมันส่วนเกิน เพราะถูกซุกอยู่กับบริษัทแม่ จึงเปิดทางให้เกิดการทุจริตได้ง่าย

ฉะนั้นโครงสร้างการบินไทยควรจะแยกแต่ละยูนิต ออกมาเป็น"บิสสิเนสยูนิต"ต่างหากเพื่อที่แต่ละยูนิตจะได้ทราบต้นทุน ทราบผลประกอบการของตัวเองว่าเป็นอย่างไร โดยแยกเป็น บริษัท โลว์จีสติก บริษัทครัวการบินไทย บริษัทซ่างซ่อมบำรุง บริษัทจำหน่ายตั๋ว เมื่อแยกออกมาเป็นอิสระ แต่ละบริษัทสามารถหารายได้จากที่อื่น ไม่เฉพาะบริการให้บริษัทแม่เท่านั้น

การแยกออกเป็นบริษัทย่อยจะช่วยแก้ปัญหาการทุจริตในการบินไทยได้ และให้แต่ละบริษัทเกิดการแข่งขัน ทำให้การบริหารจัดการมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย

.........................................................
คอลัมน์ : เศรษฐศาสตร์ข้างทาง
โดย “ทวี มีเงิน”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    78%
  • ไม่เห็นด้วย
    22%

บอกต่อ : 104