อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 12 สิงหาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 12 สิงหาคม 2563

เรื่องของ "เสธ.ขี้ลืม" ตอนที่ 5

หาดใหญ่เป็นเมืองในฝันสำหรับพวกเราในยุค “วันนี้เราอยู่ดูโลกให้โสภิณ” จริง ๆ… จันทร์ที่ 1 มิถุนายน 2563 เวลา 11.00 น.


เรื่องตำรวจทหารตีกันนี่นะครับ พอผมโตขึ้นมาหน่อย เรียนยังไม่ทันจบโรงเรียนนายร้อย บ้านเราก็มีทั้งศึกนอกบ้านและในบ้าน ทหารตำรวจเหนื่อยหนักครับ เพราะต้องช่วยกันรบโดยเฉพาะกับคอมมิวนิสต์ที่มีอยู่ตั้งแต่เหนือจรดใต้ ตะวันออกจรดตะวันตก ผลลัพธ์ที่ตามมาก็คือ ทหารกับตำรวจเลิกทะเลาะกันอย่างเด็ดขาดหันมารักกันปานจะกลืนกินเพราะต้องช่วยกันรบ จนกระทั่งผมเรียนจบออกมารับราชการเป็นนายทหาร ตอนนี้แหละจึงได้ประจักษ์กับตัวเองว่าพวกเรารักกันมากแค่ไหน
 
หันมาเฉพาะเรื่องราวของทหาร…

สภาพแวดล้อมของทหารในยุคคนไทยรบกันเองนั้นทำให้เราเหนื่อยสายตัวแทบขาด ข่าวคราวเพื่อนร่วมรุ่นเดี๋ยวเจ็บเดี๋ยวตายที่โน่นที่นี่ทั้งในบ้านนอกบ้าน มีให้ได้ยินทุกวี่ทุกวัน การใช้ชีวิตแบบเช้าไปทำงานเย็นกลับบ้านอยู่กับลูกกับเมียเช่นทุกวันนี้เป็นเพียงเรื่องในฝัน
 
ชีวิตเครียด ๆ เช่นนี้ ทำให้บางตอนของเพลงทหารอากาศที่ว่า “วันนี้เราอยู่ดูโลกกันให้โสภิณ พรุ่งนี้เราชีวินไม่รู้วันตาย” จึงเป็นคำขวัญที่พวกเราสมัยนี้ต่างพากันยึดถือเป็นสรณะ

วันนี้ยังมีชีวิตอยู่ก็หาความสุขให้มันเต็มที่...นี่คือท่วงทำนองชีวิตของทหารรุ่นผมเมื่อไม่กี่สิบปีมานี้ ภาพเจนตาของทหารผมเผ้ายาวรุงรังแต่งตัวขะมุกขะมอม เที่ยวมั่วสุมอยู่ตามสถานที่น่าหวาดเสียวต่าง ๆ บ่อยครั้งก็เมาแล้วอาละวาดจนสารวัตรทหารต้องมารับตัวไป ฯลฯ จึงเป็นเรื่องที่พบเห็นได้โดยทั่วไป
 
คุณอาจนึกตำหนิพวกเราในยุคนั้นว่าทำตัวไม่เหมาะสมกับเครื่องแบบอันมีเกียรติ ผมเองในฐานะร่วมสมัยแหละผ่านเหตุการณ์เหล่านั้นมาด้วยตัวเองก็คงไม่กล้าเถียงว่ามันไม่เหมาะ แต่ก็ต้องกระซิบเบา ๆ แล้วขอความเห็นใจกันบ้างเท่านั้นเอง
 
ไม่ยกโทษให้ก็ใจดำไปแล้วเพ่...


 
ด้วยเหตุดังที่ได้สาธยายมานี้ เรื่องราวของนักเรียนเสธ.รุ่นผมก็จึงเป็นไปตามสภาพแวดล้อมของสังคมไทยในยุคนั้นเช่นเดียวกัน ดังนั้นเรื่องราวระดับ “เรต.อาร์” ที่ผมจะนำมาเล่าสู่กันฟังต่อไปนี้จึงไม่ปรากฏในชีวิตของนักเรียน เสธ.รุ่นน้อง ๆ ของผม โดยเฉพาะชุดที่กำลังเข้ารับการศึกษาอยู่นี่ด้วย เรียบร้อยทุกคนไม่มีทะลึ่งตึงตังเหมือนรุ่น “กูรบหนัก” อย่างพวกผมเมื่อหลายสิบปีมาแล้วแต่อย่างใด
 
รับประกันได้ครับ...จริงไหมน้องนักเรียนเสธ.ชุดที่กำลังเรียนอยู่ !!!
 
เป็นธรรมเนียมและความจำเป็นในการศึกษาหลักสูตรทางทหารว่า มักจะมีการ “ดูงาน” ควบคู่ไปด้วย อย่างสมัยเป็นนักเรียนนายร้อยก็ทั้งไปดูงานและฝึกงานตามค่ายทหารต่าง ๆ ครั้นมาถึงโรงเรียนเสนาธิการทหารบกซึ่งเรื่องสำคัญที่เรียนกันไปแล้วก็คือ ทำอย่างไรจึงจะป้องกันเอกราชอธิปไตยของชาติให้ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคนั้นที่มีศัตรูอยู่รอบบ้าน แถมในบ้านก็รบกับคอมฯ อีกต่างหาก ดังนั้นเพื่อให้ได้ความรู้จากของจริงมาประกอบบทเรียนในห้องเรียน ทางโรงเรียนเสนาธิการทหารบกก็จึงจัดให้มีหลักสูตรดูงานในประเทศและต่างประเทศขึ้น เฉพาะในประเทศนี่เบ็ดเสร็จ แล้วพวกผมได้ไปครบทุกจังหวัดเลยละครับ เฉพาะส่วนไหนที่มีความสำคัญเช่นช่องทางที่ข้าศึกอาจใช้เป็นเส้นทางส่งกำลังมารุกรานได้ก็มีการจัดให้ขึ้นสำรวจภูมิประเทศทางอากาศด้วย ฮ. ทีเดียว จากนั้นก็นำมาถกกันในห้องเรียนต่อ
 
เรื่องเล่าชวนสยองต่อไปนี้เกิดขึ้นระหว่างการดูงานภาคใต้ของนักเรียนเสธ.ชุดผม พระเอกของเรื่องก็คือพี่โมทย์ที่ผมปล่อยทีเด็ดเรื่องความขี้ลืมของพี่ท่านไปเมื่อตอนที่แล้วนั่นเอง

เรากว่า 200 ชีวิตนั่งรถโค้ชวิ่งตามกันมาเป็นแถวยาวเหยียดตั้งแต่กรุงเทพฯ ผ่านจังหวัดต่าง ๆ ในภาคใต้ไล่ล่ะมาตามลำดับถึงจังหวัดไหนก็ได้รับการต้อนรับจากท่านผู้ว่าราชการจังหวัดพร้อมด้วยการบรรยายสรุปให้ทราบสภาพต่าง ๆ ในจังหวัดเพื่อเป็นข้อมูลประกอบการศึกษาของพวกเรา จนกระทั่งลุล่วงเข้าวันที่ 3 เราก็มาถึงหาดใหญ่ในฝัน
 
หาดใหญ่เป็นเมืองในฝันของพวกเราสมัยนั้นจริง ๆ ครับ ไม่ว่าจะเป็นกิตติศัพท์เรื่องสินค้าหนีภาษีราคาถูก ซึ่งทั้งเมียทั้งลูกจดใส่กระดาษมาให้ซื้อไปฝากยาวเหยียด (แต่ไม่ยักจะฝากตังค์มาด้วย) รวมทั้งความสนุกสนานในยามราตรีที่นี่ 
 
หาดใหญ่จึงเป็นเมืองในฝันสำหรับพวกเราในยุค “วันนี้เราอยู่ดูโลกให้โสภิณ” จริง ๆ
.................................................................
คอลัมน์ : สอยดาวมาร้อยบ่า – RELOADED
โดย “พล.อ.บัญชร ชวาลศิลป์”

Facebook : Gen.Bunchon - บัญชร ชวาลศิลป์ 


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 104