อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 6 มีนาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 6 มีนาคม 2564

ข้อคิดข้อฝากใหม่ ๆ ใน "วันงดสูบบุหรี่โลก–31 พฤษภาคม 2563"

ภาคีองค์กรรณรงค์เพื่อลด/งดการสูบบุหรี่ทำงานของเขาอย่างเข้มแข็งและได้ผลตลอดปี เหตุผลก็เพราะว่า เขาเหล่านี้ได้รู้แจ้ง เห็นประจักษ์ในพิษภัยของการสูบบุหรี่มาโดยตลอด อาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม 2563 เวลา 08.30 น.

ภาคีองค์กรรณรงค์เพื่อลด/งดการสูบบุหรี่ทำงานของเขาอย่างเข้มแข็งและได้ผลตลอดปี เหตุผลก็เพราะว่า เขาเหล่านี้ได้รู้แจ้ง เห็นประจักษ์ในพิษภัยของการสูบบุหรี่มาโดยตลอด
        
โดยเฉพาะแพทย์ระบบทางเดินหายใจ ในช่วง COVID-19 ที่ยังกำลังดำเนินอยู่นี้งานหนักและเหน็ดเหนื่อยเป็นพิเศษ และแน่นอนและก็ยังมองเห็นพิษภัยของการสูบบุหรี่มีผลกระทบด้านลบในการติดเชื้อ COVID-19 ต่อปอดได้ง่ายขึ้น และมีอาการรุนแรงได้มากกว่าผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ด้วย
        
.นพ.ประกิต สาทีสาธกกิจ เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ ประเทศไทย ยังได้แสดงความห่วงใยในด้านของ การสูบบุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทยและได้ให้ความเห็นไว้ ว่า : -
        
นิโคตินในบุหรี่ไฟฟ้า ไม่ใช่ปัญหาจริงหรือ? ความจริงก็คือ ประมาณ 10 ปี มานี้  บริษัทบุหรี่ได้ทยอยออกผลิต ภัณฑ์ยาสูบชนิดใหม่ ๆ โดยอาศัยความร้อนจากแบตเตอรี่ ทำให้น้ำยานิโคตินเหลว เกิดเป็นไอระเหยให้ผู้สูบ สูบเข้าสู่ปอด แทนการสูบยาสูบเดิม ๆ ที่ใช้ความร้อนทำให้ใบยาเกิดการเผาไหม้
        
บริษัทบุหรี่อ้างว่า ผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ เหล่านี้ผลิตขึ้นเพื่อลดอันตรายยาสูบชนิดเผาไหม้ และเพื่อช่วยให้คนที่สูบบุหรี่ธรรมดาเลิกสูบ ในการส่งเสริมการขายบุหรี่ชนิดใหม่ ๆ ที่ใช้ความร้อนจากแบตเตอรี่นี้จะชูจุดขายว่า นิโคตินไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้เกิดโรคในคนสูบบุหรี่ อันตรายของบุหรี่ธรรมดามาจากสารเคมีที่เกิดจากการเผาไหม้ บุหรี่ไฟฟ้าไม่มีการเผาไหม้มีแต่นิโคตินอันตรายจึงมีน้อย
        
แต่ในความเป็นจริง บุหรี่ไฟฟ้าไม่ได้มีแต่นิโคติน หากแต่น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า มีสารเคมีเจือปนอยู่เป็นจำนวนมาก ตั้งแต่สารเคมีที่ใช้เป็นตัวละลาย เพื่อให้น้ำยานิโคตินเหลวเกิดเป็นละอองไอเมื่อถูกความร้อนจากแบตเตอรี่ และมีสารปรุงแต่งกลิ่นรสเพื่อให้ชวนสูบอีกนับสิบนับร้อยชนิด รวมทั้งมีโลหะหนักที่มาจากสารปรุงแต่งกลิ่นรส ขดลวดโลหะที่ทำให้เกิดความร้อน และจากอุปกรณ์ที่ใช้สูบที่ส่วนประกอบเป็นโลหะ
        
การศึกษาในสัตว์ทดลอง และในคน พบว่าละอองไอของบุหรี่ไฟฟ้าทำให้ให้เกิดการอักเสบของเหยื่อบุหลอดลมทางเดินหายใจ ทำให้ภูมิต้านทานของปอดลดลง รวมทั้งเกิดการเปลี่ยนแปลงของรหัส พันธุกรรมของเซลล์ทางเดินหายใจ ซึ่งบ่งบอกว่าสามารถจะนำไปสู่การเกิดโรคปอดเรื้อรัง โรคหัวใจและหลอดเลือด รวมทั้งมะเร็งได้เช่นเดียวกับการสูบบุหรี่ธรรมดาในการใช้ระยะยาว
        
ที่สำคัญนิโคตินเอง นอกเหนือจากมีอำนาจเสพติดรุนแรงแล้ว ยังส่งผลต่อสุขภาพอีกมากมาย ดังแสดงในแผนภาพ
        


นอกจากอันตรายระยะยาวของการใช้บุหรี่ไฟฟ้าที่ยังไม่มีใครรู้แล้ว ข้ออ้างที่ว่า บุหรี่ไฟฟ้าช่วยให้คนเลิกสูบบุหรี่ธรรมดา ก็ยังไม่มีหลักฐานที่พิสูจน์ได้ ขณะที่หลักฐานการวิจัยพบว่า เด็กและเยาวชนที่สูบบุหรี่ไฟฟ้า เพิ่มความเสี่ยงที่จะพัฒนาต่อไปสูบบุหรี่ธรรมดาหลายเท่า
        
นี่เป็นเหตุที่ฝ่ายปกป้องสุขภาพหวั่นวิตกกันมากว่า การเกิดขึ้นของบุหรี่ไฟฟ้า จะนำมาซึ่งประชากรที่ติดสิ่งเสพติดรุ่นใหม่ (New
Generation of Addiction) ทดแทนประชากรที่เสพติดยาสูบแบบดั้งเดิมที่เสพติดกันงอมแงมทั่วโลก หนึ่งพันกว่าล้านคนและเสียชีวิตปีละ 8 ล้านคน
        
และในโอกาส วันงดสูบบุหรี่โลก” 31 ..2563 นี้ ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ ได้ฝากทบทวนความรู้ทางวิชาการอันประจักษ์แจ้งในหมู่นักวิชาการทั่วโลกด้าน ผลกระทบของนิโคตินต่ออวัยวะต่าง ๆ ของร่างกายคนเราคือ นิโคตินเป็นสารเสพติดที่พบในผลิตภัณฑ์ยาสูบชนิดต่าง ๆ รวมทั้งบุหรี่ไฟฟ้า
        
1. นิโคตินทำให้หัวใจต้องทำงานหนักขึ้น
        
นิโคตินทำให้ร่างกายหลั่งสารเคมี (Catecholamines) ที่ออกฤทธิ์กระตุ้นการทำงานของหัวใจเพิ่มขึ้น โดยทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น ความดันเลือดสูง และหัวใจบีบตัวแรงขึ้น ทำให้หัวใจต้องการเลือดไปเลี้ยงมากขึ้น
      
2. 
นิโคตินทำให้เลือดไปเลี้ยงหัวใจลดลง
      
นิโคตินทำให้เส้นเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจหดตัว ทำให้เลือดไปเลี้ยงหัวใจไม่เพิ่มขึ้น แม้ในภาวะที่หัวใจต้องการเลือดเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในคนที่หลอดเลือดแข็งตัว จากโรคความดันสูงหรือจากการสูบบุหรี่
      
3.
นิโคตินทำให้ความดันสูงขึ้น
        
ในคนที่เป็นโรคความดันสูง นิโคตินจะทำให้ความดันยิ่งเพิ่มขึ้น หัวใจต้องทำงานเพิ่มขึ้น ทำให้ต้องใช้ยาแรงขึ้นในการรักษาความดัน
      
4.
นิโคตินส่งผลกระทบต่อไขมันในเลือด
        
การสูบบุหรี่ทำให้ระดับไขมันชนิดไม่ดี (VLDL และ LDL) ในเลือดเพิ่มขึ้น และไขมันชนิดดี (HDL) ลดลง นิโคตินทำให้สาร Catecholamines หลั่งออกมาเพิ่มขึ้น ทำให้ไขมันในเลือดเปลี่ยนแปลง ส่งผลทำให้หลอดเลือดแข็งตัวและเสื่อมเร็ว
      
5.
นิโคตินทำให้แผลหายช้า
        
การสูบบุหรี่ทำให้แผลผิวหนังหายช้า จากการที่นิโคตินทำให้เส้นเลือดไปเลี้ยงผิวหนังหดตัว ทำให้ผิวหนังได้รับออกซิเจนน้อยลง แผลผ่าตัดก็หายช้า ซึ่งการหายของบาดแผลต้องการเลือดมาเลี้ยงที่เพียงพอ การปลูกผิวหนังในศัลยกรรมตกแต่งก็จะไม่ค่อยประสบความสำเร็จหรือได้ผลไม่ดี
      
6.
นิโคตินทำให้เกิดโรคแผลในกระเพาะ
        
การสูบบุหรี่ทำให้อาการกรดไหลย้อนเป็นมากขึ้น เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของการเกิดแผลในกระเพาะ ทำให้แผลหายช้าหรือกลับเป็นใหม่ ทั้งสองโรคนี้เกิดจากการที่นิโคตินทำให้น้ำย่อยจากถุงน้ำดีไหลย้อนเข้าสู่กระเพาะ และการหลั่งสารที่เป็นด่างลดลง
      
7. 
นิโคตินกระตุ้นให้เนื้อมะเร็งโตเร็วขึ้น
        
สารนิโคตินไม่ใช่สารก่อมะเร็ง แต่มีฤทธิ์เป็นตัวกระตุ้นให้เนื้อมะเร็งโตเร็วขึ้น (Tumor promoter) สารก่อมะเร็งมีอยู่ในใบยาตามธรรมชาติ และสารก่อมะเร็งจะเพิ่มขึ้นในกระบวนการบ่มใบยา
      
8.
นิโคตินมีผลเสียต่อเด็กในครรภ์
           
นิโคตินทำให้เส้นเลือดที่เลี้ยงรกหดตัว ทำให้เลือดไปเลี้ยงทารกน้อยลง  ประกอบกับก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์จากควันบุหรี่ทำให้เลือดส่งออกซิเจนได้น้อยลง และสารพิษอื่น ๆ จากควันบุหรี่ เช่น โลหะหนัก ตะกั่ว แคดเมียม ทำให้ระบบการไหลเวียนของเลือดที่ไปเลี้ยงรกเกิดความผิดปกติทำให้ทารกได้รับเลือดและออกซิเจนน้อยลง ทำให้น้ำหนักตัวทารกน้อยลง มีความผิดปกติในโครงสร้างและการทำงานของสมองทารก
      
9.
นิโคตินอันตรายต่อทารกแรกเกิด
           
การทดลองที่ทำให้หนูที่ตั้งครรภ์ได้รับนิโคติน ทำให้เกิดความผิดปกติของสมองของลูกหนูที่คลอดออกมามีพฤติกรรมที่ผิดปกติ และทนต่อการขาดออกซิเจนได้น้อย ซึ่งน่าจะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในทารกที่เสียชีวิตกะทันหันในแม่ที่สูบบุหรี่ (Sudden infant death syndrome)

อ้างอิง : Nicotine Addiction in Britain : A Report of the Tobacco Advisory Group of the Royal College of Physicians (2000)
        
ข้อมูลจาก ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่.

........................................................

นายแพทย์สุรพงศ์ อำพันวงษ์
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 34