อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 11 สิงหาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 11 สิงหาคม 2563

การเมืองร้อนขย่มเศรษฐกิจ เชื่อมั๊ย?เงินกู้4แสนล.โปร่งใส

ขณะที่ “การเมือง” ก็ยังออกมาขย่มซ้ำ ขณะที่สถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ก็ยังไม่ยุติ ขณะที่การเยียวยาช่วยเหลือคนที่เดือดร้อน ก็ยังไม่ถ้วนหน้า สุดท้ายก็หนีไม่พ้น…ที่คนไทยก็ต้องก้มหน้ารับกรรมแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้ จันทร์ที่ 25 พฤษภาคม 2563 เวลา 08.00 น.


เริ่มแล้วค่ะ… การต่อสู้ทางการเมือง กำลังเริ่มทวีความร้อนแรง ทั้งความร้อนแรงแซะเก้าอี้กันเองภายในพรรคแกนนำรัฐบาล ทั้งการแตกแยกของพรรคฝ่ายค้าน รวมถึงการขย่มการบริหารงานของรัฐนาวาของบิ๊กตู่
 
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของพ.ร.ก.กู้เงิน 1.9 ล้านล้านบาท ที่บรรดา “ท่านผู้ทรงเกียรติ” เตรียมเปิดศึกซักฟอกกันในสัปดาห์นี้ เป้าหมายก็เพื่อล้มเก้าอี้ของรัฐบาลให้ได้
 
นั่นหมายความว่า … ภายในอีกไม่ช้าคุณ ๆ ท่าน ๆ จะได้เห็นความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่กำลังจะเกิดขึ้น แม้ไม่ได้เปลี่ยนแปลงทั้งรัฐบาล แต่เก้าอี้ของรัฐมนตรีสำคัญ ๆ คงมีสลับสับเปลี่ยนโยกย้ายกันเห็น ตามที่หลายฝ่ายคาดเดากันไว้


 
ส่วนจะสมใจอยาก!!!ตามความต้องการของใครต่อใครหรือไม่? ก็คงต้องเฝ้าจับตาดูกันต่อไป!!
 
แต่ที่น่าเป็นห่วง ก็คือ ความร้อนแรงของการเมืองกำลังทับถมความ “เดือดร้อน” ของคนไทยทั้งประเทศ อย่างที่รู้กันอยู่ว่าพิษร้ายของไวรัสโควิด-19 ส่งผลต่อเศรษฐกิจหนักหนาสาหัส ผนวกไปกับสารพัดสารพันปัจจัย ก็อาจทำให้เศรษฐกิจไทยทั้งปี อาจติดลบมากไปจนถึง 6% 
 
ขณะที่ “การเมือง” ก็ยังออกมาขย่มซ้ำ ขณะที่สถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ก็ยังไม่ยุติ ขณะที่การเยียวยาช่วยเหลือคนที่เดือดร้อน ก็ยังไม่ถ้วนหน้า สุดท้ายก็หนีไม่พ้น…ที่คนไทยก็ต้องก้มหน้ารับกรรมแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้
 
แม้ว่ารัฐบาลจะวางเกมให้ “สภาพัฒน์” ในฐานะที่เป็นคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้เงินกู้ โดยเฉพาะในวงเงิน 4 แสนล้านบาท ออกมาชี้แจงแถลงไขรายละเอียด กรอบ วิธีการ ต่อสังคม ในวันนี้ (25 พ.ค.) ตัดหน้าบรรดาท่านผู้ทรงเกียรติ


 
แต่…ก็ยากจะคาดเดาว่าประชาชนคนไทยสามารถเข้าใจ เข้าถึง ดั่งที่…รัฐบาลหมายมั่นปั้นมือเอาไว้หรือไม่? ในเมื่อเวลานี้ทุกคนกำลัง “เดือดร้อน” คงไม่มีกะจิตกะใจสนใจอะไรนักหนา เพราะเงินไม่ได้ส่งมาถึงมือตรงๆ เหมือนเงินเยียวยา 5,000 บาท อย่างที่ต้องการตามเป้าหมายของเงินกู้ 4 แสนล้านบาท ก็เพื่อสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจในประเทศ เพราะเวลานี้ไม่สามารถพึ่งพิงการส่งออก การท่องเที่ยว ได้อีกต่อไป
 
การสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจในประเทศอย่างที่ว่า ได้มุ่งเน้นไปที่เรื่องของเกษตรแปรรูปและเรื่องอาหาร ที่ประเทศไทยของเรามีความได้เปรียบ มีศักยภาพ รวมถึงการสร้างแรงกระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ
 
ผลของไวรัสโควิด-19 ทำให้แรงงานส่วนหนึ่งจะลงหลักปักฐานอยู่ในท้องถิ่นของตัวเอง โดยไม่เดินทางกลับมาหาโอกาสที่เมืองหลวงอีก ด้วยเหตุนี้จึงต้องมีการสร้างงานรองรับ ต้องมีการสร้างเศรษฐกิจชุมชน เพื่อให้เกิดการรวมกลุ่มเพื่อสร้างความเข้มแข็ง รองรับแรงงานเหล่านี้
 
แต่ปัญหาอยู่ที่ว่า แล้วสารพัดโครงการที่จะกลั่นออกมาเพื่อทำให้ความฝันเป็นจริงนั้น จะสัมฤทธิ์ผลได้อย่างไร เพราะอย่าลืมว่า ประเทศไทยยังติดอยู่กับสถานการณ์ที่ว่า พวกใครพวกมัน ผลประโยชน์ การทุจริตคอรัปชั่น!!!
 
ต่อให้วางแผน วางช่อง ให้โปร่งใส ใช่ระบบคอมพิวเตอร์มาตรวจสอบ มาป้องกัน  แต่สุดท้าย!! ก็ต้องยอมรับความจริงว่า “การรั่วไหล” ย่อมต้องมีให้เห็น


 
ที่สำคัญ… วงเงินกู้ ครั้งนี้ ก็คือเงินของคนไทยทั้งประเทศ การป้องกันไม่ให้ “การเมือง” เข้ามายุ่งเกี่ยว มันเป็นไปไม่ได้เลย เพราะ “คนทำ” ก็หนีไม่พ้นต้องทำตามคำสั่งของ “คนการเมือง”
 
จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่องค์กรสำคัญ ๆ หรือใครต่อใคร โดยเฉพาะอย่างยิ่งองค์ต่อต้านคอรัปชั่นประเทศไทย จะเรียกร้องให้มีการตั้งกรรมการอิสระ ที่มีทั้งภาคประชาชน นักวิชาการ เข้ามาตรวจสอบการใช้เงินกู้ของรัฐบาล
 
นอกจากนี้…ยังเรียกร้อง ให้วิธีการใช้เงินต้องยึดโมเดล “มิยาซาวา แพลน” หรือโครงการไทยเข้มแข็ง ปี 2552 เข้ามาเป็นแบบอย่าง เพราะมีการกำหนดหลักเกณฑ์การใช้เงินที่ชัดเจน มีการจัดทำเว็บไซต์ให้สังคมเข้าไปตรวจสอบไปศึกษาไปติดตามได้อย่างอิสระไม่เพียงเท่านี้ บรรดาคนที่มีสิทธิ์ในการกลั่นกรองโครงการ ในการกำกับดูแลการเบิกจ่ายเงิน ก็ต้องเป็นบุคคลที่ยอมรับจากสังคม เพื่อให้การใช้เงินกู้นั้นตรงจุด


 
หากย้อนไปดูประวัติศาสตร์ชาติไทยแล้ว การกู้เงิน 1.9  ล้านล้านบาทในรอบนี้ถือว่าเป็นจำนวนที่มากที่สุดแล้ว ขณะที่หนี้สาธารณะของประเทศยังคงมีอยู่กว่า 7 ล้านล้านบาท

ที่สำคัญ… อย่าลืมว่า ที่ผ่านมาประเทศไทยบอกช้ำมาจากวิกฤติต้มยำกุ้งเมื่อปี 40 ก็หนักหนาสาหัส แถมหนี้เงินกู้ที่เกิดขึ้นในสมัยนั้น มาจนถึงปีนี้ ปี 63 ปาเข้าไป 23 ปี เงินกู้ยังค้างอยู่กว่า 8 แสนล้านบาท
 
เอาเป็นว่า ณ เวลานี้…ในเวลาที่ยากลำบากเช่นนี้ ก็เชื่อได้ว่าประชาชนคนทั้งประเทศ!! คงอยากเห็นผู้บริหารประเทศ คนที่มีอำนาจ นักการเมือง เห็นประโยชน์ของคนทั้งชาติมากกว่า “ตัวเอง”!!.
........................................
คอลัมน์ : เศรษฐกิจจานร้อน
โดย “ช่อชมพู”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 113