อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 30 พฤษภาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 30 พฤษภาคม 2563

ฟื้นฟูเศรษฐกิจท่องเที่ยว ชูทุเรียน"หลง-หลินลับแล"

หากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (Covid-19) ในประเทศไทยมีอัตราการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งกรมควบคุมโรคกระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาดโรคดังกล่าว อาทิตย์ที่ 24 พฤษภาคม 2563 เวลา 06.00 น.

ากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (Covid-19) ในประเทศไทยมีอัตราการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งกรมควบคุมโรคกระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาดโรคดังกล่าว โดยการตรวจวินิจฉัยในผู้สงสัยที่มีประวัติสัมผัสโรคเพื่อควบคุมการแพร่กระจายของเชื้อสู่แหล่งชุมชน โดยทางตรงและทางอ้อมไปยังผู้อื่น ประกอบกับกระทรวงสาธารณสุขได้ประกาศให้โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (Covid-19) เป็นโรคติดต่ออันตรายตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558 ส่งผลให้ทั่วโลกประสบปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ จากการประกาศปิดประเทศ งดการเดินทางเข้า-ออกภายในประเทศ

โดยเฉพาะประเทศไทย ทุกจังหวัดมีการประกาศล็อกดาวน์ใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินควบคุมประชาชนให้อยู่ในพื้นที่ เพื่อเป็นการสกัดกั้นการแพร่
ระบาดของโรคติดต่อไวรัสโคโรนา 2019 (Covid-19) บริษัท ห้างร้าน โรงแรม สถานบันเทิงต่าง ๆ ต้องระงับการให้บริการ ส่งผลให้ประชาชนขาดรายได้ เศรษฐกิจทรุดตัวลงอย่างเห็นได้ชัด รัฐบาลพยายามหามาตรการต่าง ๆ ในการควบคุมโรค พร้อมทั้งหาแนวทางในการให้ความช่วยเหลือและเยียวยาประชาชนทุกกลุ่มอาชีพ และขณะนี้หลายจังหวัดเริ่มไม่พบการแพร่ระบาดของโรคติดต่อกันกว่า 14 วัน ทุกอย่างกำลังจะกลับเข้าสู่สภาวะปกติ พร้อมประกาศเลิกใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินได้ในเร็ววัน ซึ่งต่อจากนี้ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนจะต้องหันหน้ามาร่วมกันหาแนวทาง เร่งฟื้นฟูให้เศรษฐกิจกลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง เพื่อปากท้องของพี่น้องประชาชน



จังหวัดอุตรดิตถ์ แม้จะพบผู้ป่วย เพียง 3 ราย รักษาหายแล้ว 2 ราย และกำลังอยู่ในความดูแลของแพทย์อีก 1 ราย หากผลออกมาเป็นลบ จังหวัดอุตรดิตถ์ก็จะปลอดจากโรคไวรัสโคโรนา 2019 (Covid-19) 100% แต่ประชาชนยังต้องปฏิบัติตามมาตรการต่าง ๆ ที่ได้ประกาศอย่างเคร่งครัด จนกว่าสถานการณ์ระดับประเทศจะคลี่คลาย โดยทางจังหวัดก็ได้มีการวางแนวทางแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 (Covid-19) มาอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการช่วยเหลือเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบทุกสาขาอาชีพ

นายธนากร อึ้งจิตรไพศาล ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ กล่าวว่า ในขณะนี้จังหวัดอุตรดิตถ์ได้จัดตั้งกองทุนธารน้ำใจชาวอุตรดิตถ์สู้ภัยโควิด-19 และภัยพิบัติ บัญชีธนาคาร กรุงไทย เลขที่บัญชี 510-3-09404-5 โดย ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ ประเดิมด้วยเงินของตนเอง 100,000 บาท ทั้งนี้ เงินกองทุนฯนี้ จะเป็นการเยียวยาผู้ที่เดือดร้อนได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 (Covid-19) ซึ่งเป็นการจัดซื้อสิ่งของที่มีอยู่ภายในจังหวัด ที่เป็นผลผลิตจากเกษตรกรหรือประชาชน รวมถึงสินค้าโอทอป ภูมิปัญญาท้องถิ่นและชุมชนท่องเที่ยว ให้เกิดการหมุนเวียนระบบเศรษฐกิจในพื้นที่ เป็นการช่วยเหลือผู้ประกอบการให้มีเงินทุนหมุนเวียนภายในจังหวัด โดยเฉพาะธุรกิจ SMEs ที่ได้รับผลกระทบจำนวนมาก



ด้านนางสิรินาถ ฉัตรศุภกุล ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานแพร่ รับผิดชอบ จ.อุตรดิตถ์ และ จ.แพร่ กล่าวว่า วิกฤติโรคระบาดที่ผ่านมา ทำให้ประชาชนคนไทยและคนทั่วโลก ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไปอย่างมาก สนใจเรื่องความสะอาด สุขลักษณะที่ถูกต้อง ปลอดภัย และยังต้องการความเชื่อมั่น ที่น่าเชื่อถือมารองรับอีกด้วย ที่ผ่านมามาตรการของรัฐบาลได้ออกมาเยียวยาผู้ได้รับความเดือดร้อน ให้ความเห็นใจช่วยเหลือทุกภาคส่วนอย่างเต็มที่ ทั้งผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว และในภาคส่วนอื่น ๆ เพราะเรื่องท่องเที่ยวมีความเกี่ยวข้องกับทุกภาคส่วนในวงจรธุรกิจ value chain ดังนั้น แนวทางการฟื้นฟูท่องเที่ยวในเรื่องหลัก ๆ ประเด็นแรก จึงต้องเน้นในเรื่องความปลอดภัยและความมั่นใจในการท่องเที่ยว “Safe sure Tour Uttaradit” โดยร่วมกับพันธมิตรโรงแรม สถานประกอบการร้านอาหาร และหน่วยงานภาครัฐหลักอย่างสาธารณสุข จับมือร่วมกันสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาท่องเที่ยวและพักอาศัยที่อุตรดิตถ์ เนื่องจากการระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลให้เกิดพฤติกรรมนักท่องเที่ยวเปลี่ยนไปแบบ New Normal เช่น การท่องเที่ยวแบบไม่แออัด การท่องเที่ยวแบบมั่นใจเรื่องความปลอดภัย ปลอดเชื้อ การซื้อสินค้าแบบออนไลน์ การจองซื้อสินค้า การติดต่อกัน จะว่าด้วยการออนไลน์ IT และเทคโนโลยีเข้ามามีส่วนอย่างมาก เนื่องจากการติดต่อช่องทางออนไลน์ที่สะดวกและเข้าถึงง่าย ไม่ยุ่งยาก การจัดทัวร์ การนำเที่ยวก็จะเป็นในลักษณะส่วนตัว มีกลุ่มเฉพาะเท่าที่เรารู้จักและเชื่อมั่นซึ่งกันและกัน เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังเห็นโอกาสของ จ.อุตรดิตถ์ เนื่องจากเป็นเมืองที่อุดมสมบูรณ์เรื่องอาหารการกินที่มีราคาไม่แพง อาหารท้องถิ่นที่อร่อย เช่น ข้าวพันผัก หมี่พัน รวมทั้งผลไม้หลากหลายชนิดที่มีชื่อเสียง เช่น ทุเรียน ลองกอง ลางสาด มังคุด เงาะ สับปะรดห้วยมุ่น มะม่วงหิมพานต์ มะขามหวาน ซึ่งเกือบทุกอำเภอมีผลไม้เด่นเป็นของตัวเอง มีการส่งออกไปจังหวัดอื่น ๆ รวมถึงส่งออกไปยังต่างประเทศด้วย

โดยเฉพาะทุเรียนหลง-หลินลับแล พืชเศรษฐกิจที่สำคัญสร้างรายได้เข้าจังหวัดหลายร้อยล้านบาท เป็นทุเรียนที่มีราคาแพง หอม หวาน เนื้อนุ่ม ไม่เหมือนทุเรียนที่อื่น ๆ เพราะเป็นทุเรียนพันธุ์พื้นเมืองที่หาทานได้ที่อุตรดิตถ์เท่านั้น เริ่มให้ผลผลิตออกสู่ตลาดในช่วงเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน-กรกฎาคม ซึ่งปีที่ผ่านมาทุเรียนหลง-หลินลับแล มีการปรับตัวขายทางออนไลน์และรับประกันคุณภาพของทุเรียน รวมทั้งได้มีการนำเสนอเส้นทางท่องเที่ยวสวนทุเรียนบนภูเขา ควบคู่ไปกับการชิมทุเรียนที่สวนด้วย ซึ่งนับเป็นการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่น่าสนใจและได้รับความสนใจมาก

ดังนั้น หากมาตรการของรัฐบาลเริ่มผ่อนคลายและปลดล็อกการรณรงค์ให้อยู่บ้านแล้ว ในช่วงเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน-กรกฎาคม ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ทุเรียนหลง-หลินลับแล ออกสู่ตลาดจำนวนมาก ตลาดนักท่องเที่ยวและลูกค้ากำลังรอรับประทานทุเรียน ภายหลังจากที่เก็บตัวอยู่ในบ้านเป็นเวลานาน นับเป็นโอกาสอันสดใสท่ามกลางวิกฤติยังมีโอกาส ขอให้ทุก ๆ ท่านลุกขึ้นมาต่อสู้และยอมรับการเปลี่ยนแปลง ที่แนวโน้มวิกฤติต่าง ๆ คงมาให้เราปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ให้มากที่สุด.

......................................
นำรัก สมบัติ

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 27