อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 30 พฤษภาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 30 พฤษภาคม 2563

ชมอุโบสถโบราณไหว้หลวงพ่อแขนลาย ที่วัดศาลาปูน

ตะลึงกับความงามภายใน เสาแต่ละต้นยังมีร่องรอยของน้ำท่วมครั้งใหญ่ จะเห็นว่าลวดลายเก่าโบราณของเสาในอุโบสถแต่ละต้นเป็นรอยด่างสีขาว ประมาณเมตรกว่า อังคารที่ 19 พฤษภาคม 2563 เวลา 11.00 น.


บ่ายวันเสาร์ที่ร้อนอบอ้าว และ โรคระบาดก็ยังไปไหนไม่ไกลขับรถมาเจอวัดศาลาปูนวรวิหาร  วัดโบราณสมัยก่อนก่อเกิดกรุงศรีอยุธยา พระอารามหลวงชั้นโท ที่ตั้งอยู่ริมคลองเมืองพระนครศรีอยุธยา หรือ ชื่อเดิมคือ แม่น้ำลพบุรี
 
มาเจอวัดนี้ทั้งที่ขับรถผ่านหลายครั้ง หลังจากไปฝากท้องกินก๋วยเตี๋ยวไก่ฉีก ต้มยำข้อไก่ของแม่ประนอม ที่อยู่ไม่ไกลจากวัดพนมยงค์ วัดโบราณอีกวัดหนึ่งที่นักท่องเที่ยวได้แต่ผ่านเลยไป ไม่ได้แวะ


 
ทั้งที่มีพระนอนองค์ใหญ่ที่อยู่ในวิหารเกือบจะพอดีกับองค์พระเหลือเพียงทางเดินแสนจะแคบชนิดเดินสวนกันน่าจะลำบากแต่ทว่า พระนอนที่วัดพนมยงค์ก็สวยสุดใจเสียจริง
 
จากวิหารที่ครอบองค์พระ อดคิดไม่ได้ว่าน่าจะสร้างขึ้นภายหลังวิหารพระนอนที่วัดพนมยงค์ ไม่ปรากฎหลักฐานชัดว่าสร้างขึ้นเมื่อใด ได้แต่มีการตั้งข้อสันนิษฐานว่า น่าจะเป็นในสมัยแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช  ซึ่งตกราวช่วงสมัยอยุธยาตอนกลางคราวนี้ไม่ได้ชมวัดพนมยงค์โดยละเอียด เพราะจะไปรับอาหารแจกที่วัดศาลาปูน และ ไหว้พระประธานที่มีลักษณะคล้ายกับหลวงพ่อวัดไร่ขิงและสักการะหลวงพ่อแขนลาย





จากวัดพนมยงค์ไปวัดศาลาปูน ไม่ไกลกันนัก ไปถึงที่วัด มองไปทางซ้ายจะเห็นคนมานั่งรอเข้าแถวรับแจกอาหารเลยถือโอกาส เดินชมรอบวัด บริเวณพื้นที่ที่วัดจัดเตรียมพื้นที่สำหรับตั้งโต๊ะแจกอาหาร ที่ส่วนใหญ่จะมีทั้งผักและผลไม้ ตลอดจนเนื้อไก่ เนื้อหมู ที่พ่อค้าแม่ขายที่ตลาดไท นำมาให้ไม่คิดเงินคนครัวก็ลงแรงไม่คิดเงินเหมือนกัน ทุกคนดูตั้งใจจัดเตรียมอาหาร เพื่อใส่กล่อง หรือ ถุงพลาสติกไว้แจกให้กับคนทุกคน ไม่เลือกศาสนาว่าไทยพุทธ หรือ ไทยอิสลามยังมีคนที่ทำสำเร็จมาจากบ้านสะอาดน่าทานมาตั้งโต๊ะแจกด้วย
 
ที่วัดนี้มีตะเคียนล้มต้นใหญ่ขนาดหลายคนโอบอยู่หนึ่งต้น มีศาลขนาดย่อมตั้งบูชา ไม่ไกลกันจากจุดที่จอดรถมีอุโบสถเก่า ต้องบอกว่าเก่าจริง คนที่วัดเล่าว่าบูรณะไม่ได้ต้องรอกรมศิลปากรอนุญาต


 
ในอุโบสถเข้าไปจะตะลึงกับความงามภายใน เสาแต่ละต้นยังมีร่องรอยของน้ำท่วมครั้งใหญ่ ที่กรมศิลปากรยังไม่ได้ทำการซ่อมแซมฉะนั้นจะเห็นว่าลวดลายเก่าโบราณของเสาในอุโบสถแต่ละต้นเป็นรอยด่างสีขาว ประมาณเมตรกว่า
 
วัดนี้มีพระพุทธรูปโบราณศักดิ์สิทธิ์ที่ลักษณะเดียวกับหลวงพ่อวัดไร่ขิง  ขนาดหน้าตักกว้าง 29 นิ้ว ลักษณะคล้ายกับพระโมคคัลลา และพระสาลีบุตรเคยถูกพวกโจรขโมยสมบัติแผ่นดินมาโจรกรรมหลายครั้งแต่ไม่สำเร็จ
 
ภาพวาดในอุโบสถก็ดีต่อใจจริงๆ สวยงามจับตา ลวดลายที่เขียนคล้ายกับภาพวาดในโบสถ์ที่วัดหน้าพระเมรุที่อุโบสถวัดศาลาปูนนี้ ยังเคยเป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อวัดไร่ขิงต่อมา สมเด็จพระพุฒาจารย์ (พุก) อดีตเจ้าอาวาสวัดศาลาปูน ท่านเป็นชาวนครชัยศรี ได้อัญเชิญไปประดิษฐานที่วัดไร่ขิงจนปัจจุบันวัดศาลาปูน ยังมีความสำคัญในสมัยต้นราชวงศ์จักรี  เป็นวัดที่พระราชาคณะชั้นธรรมราชาจะอยู่ที่นี่เป็นประเพณีสืบมาตั้งแต่รัชกาลที่ 1 จนถึงรัชกาลที่ 6 


 
สมัยรัชกาลที่ 4 และที่ 5 พระราชาคณะที่นี่ยังเป็นถึงชั้นสมเด็จ คือ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (พุก​) เป็นพระราชาคณะเพียงรูปเดียวที่ได้รับพระราชทานตั้งขึ้นในเขตหัวเมืองชั้นนอก ส่วนหลวงพ่อแขนลายที่ตั้งใจมาไหว้นั้น ลักษณะเหมือนพระสงฆ์ คำเรียกหลวงพ่อแขนลายก็เพราะ ก่อนหน้าที่แขนมีลายเหมือนรอยสักที่ปัจจุบันเลือนหายไปเยอะแล้ว
 
มาอยุธยาคราวหน้าเที่ยววัดศาลาปูน รับแจกอาหารกล่องที่หลวงพ่อเจ้าอาวาสแจกให้ฟรีจนถึงสิ้นเดือนนี้
...............................
คอลัมน์ : ชำเลืองเมือง
โดย “แรมทาง"


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 40